เทือกเขา “เอฟเวอเรสต์” เริ่มเคลียร์ศพของนักปีนเขา รวมทั้งขยะอีกจำนวนมหาศาล

รู้หรือไม่ว่า ? ผู้ที่จะปีนเขาเอเวอเรสต์ทุกคน จะต้องทำการเก็บขยะลงมาหลังจากการปีนด้วยทุกครั้ง และหากใครเก็บลงมาไม่มากพอ ก็จะต้องจ่ายค่าปรับ !

สาเหตุที่ต้องมีการตั้งกฏเช่นนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า “ยอดเขาเอเวอร์เรสต์” ถูกยกให้เป็น “กองขยะที่สูงที่สุดในโลก” เนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2014 ได้มีการเก็บขยะลงมาโดยทั้งหมดมีน้ำหนักมากกว่า 16 ตัน มีทั้ง อุปกรณ์ปีนเขาที่ใช้แล้ว ถังออกซิเจน เต้นท์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร ขยะทั่วไป และสิ่งปฏิกูลจากมนุษย์ ซึ่งนักปีนเขารุ่นก่อน ๆ ได้ทิ้งเอาไว้

และแน่นอนว่า ย่อมไม่ได้มีเพียงขยะเท่านั้นที่ผู้ดูแลต้องการจะนำลงมาจากยอดเขา ซึ่งสิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือ ร่างไร้วิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการปีนเขา แต่การจะขนศพกลับมาโดยที่ทำให้สภาพไม่บุบสลายนั้น เป็นเรื่องที่เสี่ยงและท้าทายเป็นอย่างมาก ซึ่งคาดว่ามีอีกอย่างน้อย 200 ศพ ที่อยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลระหว่าง 5,200 – 8,000 เมตร

ส่วนสาเหตุที่ศพส่วนมากมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์นั้น เพราะอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และมีหิมะปกคลุมคอยช่วยรักษาสภาพศพอยู่ตลอดเวลา บางครั้ง แม้เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยจบแทบเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่แดดและลมก็จะทำให้ศพแห้ง เป็นผลให้ไม่เน่าเปื่อยคล้ายกับการทำมัมมี่โดยธรรมชาติ ส่งผลให้ร่าง ๆ นั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศ และกลายเป็นจุดสนใจคอยเตือยภัยให้แก่คนรุ่นหลังต่อไปว่าเข้าใกล้จุดอันตรายแล้วนะ

Fact – ปกติแล้ว คนในชนเผ่าเชอร์ปา (ชนเผ่าในประเทศเนปาล) จะทำหน้าที่เก็บขยะบนยอดเขา โดยจะได้รับค่าจ้าง 2 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อขยะ 1 กิโลกรัม ซึ่งบางครั้งพวกเขาก็เก็บกู้ศพลงมาด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ต้องไปตกลงกันเอง แต่ตามข้อมูลบอกว่าเรทอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท ต่อร่าง

อ่านต่อ – 200 ศพ / The Death Zone / เดอะกรีนบู้ท ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่ ยอดเขาเอเวอเรสต์