เมื่อพูดถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ทุกคนต้องนึกถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ ในเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 8,848 เมตร ความอันตรายของยอดเขาแห่งนี้ กลายเป็น อนุสรณ์ฝังร่างไร้วิญญาณของนักปีนเขากว่า 200 คน และแน่นอนว่า ตัวเลขนี้กับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา…

สาเหตุการตายและความอันตรายบนพื้นที่แห่งนี้มีมากมาย เช่น 1.อากาศสุดเลวร้าย ที่แทบไม่มีอ๊อกซิเจนให้หายใจ 2.รอยแยกบนเขา ที่ทำให้พร้อมตกไปได้ทุกเมื่อ 3.ความหนาวเหน็บของหิมะ ที่สามารถกัดผิวหนังทะลุไปถึงกระดูก นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น ถ้าใครอยากรู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหน แนะนำให้ไปดูหนังเรื่อง Everest (สร้างจากเรื่องจริงของ สก็อต ฟิชเชอร์ หัวหน้าทัวร์ผู้มากประสบการณ์)

ค่าใช้จ่ายในการปีนเขาเอเวอร์เรสอยู่ระหว่าง 30,000 ถึง 114,000 เหรียญสหรัฐฯ ค่าใช้จ่ายนี้เป็นค่าที่จ่ายให้บริษัท การปีนเขาก็จะมีผู้เชี่ยวชาญพาขึ้นไปเป็นทีม ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายที่สูง ในแต่ละปีมีผู้คนประมาณ 1,000 คนพยายามขึ้นไปให้ถึงยอดเขาเอเวอร์เรส

ความสูงตั้งแต่ระดับ 7,925 เมตรขึ้นไปก็จะเป็นพื้นที่ที่เรียกกันว่า “โซนแห่งความตาย : The Death Zone” ซึ่งต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจเพราะอากาศเบาบางมากซึ่งมี 1 ใน 3 ของระดับปกติ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 วัน โดยแต่ละวันจะออกเดินเป็นเวลา 3-8 ชั่วโมง ดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลย

เมื่อปี 2015 นาย โนบุคาสุ คุริกิ นักปีนเขาชาวญี่ปุ่นวัย 35 ปี เสียชีวิตขณะที่พยายามพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยก่อนหน้านี้เขาล้มเหลวถึง 7 ครั้ง และเสียนิ้วมือไป 9 นิ้ว

 

 

เมื่อปี 1996 หนึ่งในสามคนของทีมอินเดียที่พยายามจะพิชิตยอดเขาเป็นทีมแรก แต่วันนั้นเขาโชคไม่ดีอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดพายุหิมะ อุณภูมิลดลงอย่างรวดเร็วเขาแยกจากทีมมาเจอโพลงเล็กๆ เลยเข้าไปหลบพายุ แต่ด้วยความหนาวจัดไม่นานเขาก็เสียชีวิต และด้วยลักษณะเด่นของสีรองเท้า ทำให้เขาถูกเรียกว่า “The Green Boots : ชายบู้ทเขียว” เขาถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่ช่วยบอกนักปีนเขาคนอื่นๆว่าอยู่ใกล้ไกลกับยอดเขามากแค่ไหน ซึ่งตำแหน่งของเขาคือ 8,500 เมตร เหลืออีกเพียง 352 เมตร ก็จะถึงยอดเขาแล้ว

นอกจากนี้ยังร่างของนักปีนเขาที่เสียชีวิตอีกมากมายที่มีให้เห็นตลอดระยะทางพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งแต่ละศพก็จะอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด ความกดอกาศและออกซิเจนที่เบาบางก็ทำให้การกู้ชีพและกู้ศพเป็นไปไม่ได้ และค่าใช้จ่ายในการเก็บกู้ร่างอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านบาท

Fact – ในปี 1865 ยอดเขาเอเวอเรสต์ ได้ตั้งชื่อตาม นายพลนักสำรวจชาวอังกฤษชื่อ “จอร์จ เอเวอเรสต์” อย่างเป็นทางการ

Fact2 – คนไทยคนแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้คือ นายวิทิตนันท์ โรจนพานิช  พร้อมกับนักปีนเขาชาวเวียดนาม 3 คน เมื่อปี 2008

หากคุณชอบเรื่องเอเวอเรสต์ เราขอแนะนำเรื่องนี้ให้คุณอ่านต่อ – ชายจีนพิชิต “ยอดเขาเอเวอเรสต์” ได้สำเร็จ หลังเสียขา 2 ข้าง ให้หิมะเมื่อ 40 ปีก่อน

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน