สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ออกมาเตือนว่า ของเล่นที่เด็กๆได้รับในวันคริสต์มาสหรือวันปีใหม่นั้น อาจกลายเป็นฝันร้ายสำหรับคุณได้ เพราะนี่อาจเป็นอุปกรณ์ให้เหล่าแฮกเกอร์เข้ามาล้วงข้อมูลส่วนตัวกันถึงในบ้านได้

 

 

เอฟบีไอ ไม่ได้ระบุว่า ของเล่นประเภทใดหรือจากบริษัทใดที่มีความเสี่ยง แต่ให้คำจำกัดความรวมๆว่า ของเล่นที่มีไมโครโฟน กล้อง และระบบติดตามหรือระบุพิกัด เป็นคุณสมบัติของเล่นที่เสี่ยงต่อการถูกเจาะข้อมูลและระบบความปลอดภัยของเด็กๆและครอบครัวคุณได้

ลองคิดดูสิครับว่า หากคุณเป็นแฮกเกอร์สายดำ ที่ต้องการข้อมูลอะไรสักอย่างจากเหยื่อ แค่เพียงคุณได้ยินความลับอะไรบางอย่าง หรือ รูปหลุดสักรูปหนึ่ง คุณก็สามารถแบล๊คเมลเหยื่อได้อย่างง่ายดาย และหากเหยื่อพูดถึงรหัสธนาคาร แค่เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเจาะเข้าไปใช้เงินของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการแฮกโค๊ดเลยแม้แต่นิดเดียว (แต่อาจต้องเสียเวลากลบล่องลอยที่จะสืบไปถึงตัวเองนิดนึง)

 

 

และไม่ได้มีเพียงของที่ลูกหลานของคุณได้รับจากคนแปลกหน้ามาเท่านั้นที่อันตราย เพราะรวมถึงของเล่นที่วางขายอยู่ตามห้างหรือร้านขายของเล่นอีกด้วย เนื่องจากของเล่นเหล่านี้อาจหลุดรอดสายตาจากแผนกตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อให้วางขายให้ทันช่วงคริสต์มาสและปีใหม่

ความน่ากลัว

GPS – แฮกเกอร์สามารถรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ออกบ้านรึยัง รู้ความเคลื่อนไหวของคุณได้ทุกอย่าง

กล้อง – สามารถบันทึกภาพ หรือแอบดูอะไรหลายๆอย่างที่คุณไม่รู้ตัวเลยสักนิด นี่ไม่ใช่เร่ืองเกินจริง เพราะมันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เจ๋งกว่านี้ก็ยังเคย (แฮกกล้องโน๊ตบุ๊คไปดูคนอาบน้ำโดยที่สามารถสั่งให้ไฟที่บอกว่ากล้องทำงานอยู่ไม่แสดงผลได้)

WiFi – หากเจ้าหมีหรือของเล่นไฮเทคสามารถเชื่อมต่อ เข้าไปใช้วงแลนเดียวกับที่คุณใช้อยู่เป็นประจำแล้วหล่ะก็ โอกาสที่เหล่าแฮกเกอร์จะรู้รหัสต่างๆของคุณในเว็บไซต์ที่คุณเล่นอยู่นั้นถือว่าสูงมาก

 

 

แล้วควรทำอย่างไรดีหล่ะ?

อย่างไรก็ตาม ใครที่ซื้อของเล่นสำหรับลูกหลานไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าของเล่นนั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยี แนะนำวิธีง่ายๆให้ห่างไกลจากการถูกโจรกรรมข้อมูล จากของเล่นหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตัว

1.เพิ่มความปลอดภัยให้ Wi-Fi ที่บ้าน

หากของเล่นนั้นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ควรยกระดับความปลอดภัยของอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ในบ้าน ด้วยการตั้งรหัสเข้าใช้อินเตอร์เน็ตให้ยากขึ้น และไม่ควรเชื่อมต่อของเล่นอิเล็กทรอนิกส์กับอินเตอร์เน็ตสาธารณะ และหากของเล่นสามารถตั้งรหัสได้ก็ควรทำเพื่อความปลอดภัย

2.ปิดอุปกรณ์ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้

อลัน บริลล์ (Alan Brill) ผู้บริหารฝ่ายความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ ของบริษัท Kroll บอกว่า นี่เป็นวิธีที่ง่ายและจำเป็นในการปิดและถอดปลั๊กอุปกรณ์เมื่อไม่ใช้ เพื่อปิดระบบการเก็บข้อมูลออนไลน์จากกลุ่มไม่พึงประสงค์ และถ้าอุปกรณ์หรือของเล่นนั้นมีกล้อง ควรใช้ผ้าคลุมหรือเทปขุ่นเล็กๆปิดกล้องไว้เมื่อไม่ใช้ ส่วนอุปกรณ์ที่มีไมโครโฟน ควรเก็บในที่ที่เสียงเข้าไม่ถึงหรือยากต่อการเก็บเสียงได้

3.ลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์หรือของเล่นไฮเทคได้ แต่อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด!

บางครั้งของเล่นเหล่านี้จะใช้การลงทะเบียนสำหรับเข้าใจและอัพเดทซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องขอข้อมูลส่วนตัวคุณเอาไว้ เช่น วันเกิดของลูก ซึ่งไม่จำเป็นต้องใส่วันเดือนปีเกิดจริงๆ เพราะการปิดบังหรือบิดเบือนข้อมูลสำคัญนี้ไม่ได้มีผลทางกฏหมายใดๆ กับคุณ

4.ระมัดระวังอยู่เสมอ

ลิซ บราวน์ (Liz Brown) อาจารย์ด้านกฏหมายธุรกิจ ด้านเทคโนโลยีและกฏหมายความเป็นส่วนตัวจาก Bentley University รัฐแมตซาชูเสตส์ บอกว่า ควรกำชับบุตรหลานว่าอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนอื่นเวลาเล่นของเล่นหรือเกมต่างๆเป็นอันขาด และใช้โอกาสนี้ตรวจสอบการสนทนาของบุตรหลานเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ส่งข้อมูลส่วนตัวกับเพื่อนๆหรือคนแปลกหน้าระหว่างเล่นเกม ขณะที่ควรลบข้อมูลที่บันทึกไว้ในของเล่นที่มีไมโครโฟนหรือกล้องถ่ายรูป เพื่อความปลอดภัยในอนาคต

5.รายงานปัญหาข้อมูลรั่วไหลจากของเล่นหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

เอฟบีไอแนะว่า หากคุณพบว่ามีการเจาะข้อมูลโดยแฮกเกอร์หรือสิ่งไม่ชอบมาพากลที่เข้าข่าย อย่านิ่งเฉยกับเรื่องนี้ รีบติดต่อไปที่ ศูนย์ร้องเรียนปัญหาอาชญากรรมบนอินเตอร์เน็ต Ic3.gov ของทางเอฟบีไอโดยตรง

 

 

เหมือนกับฉากในหนังเรื่อง The Wolf of Wall street ที่ ลีโอนาโด ดิคาร์ปิโอ บอก มาร์ก็อต ร็อบบี้ ว่า ตนนั้นได้นำกล้องมาติดที่ตาทั้งสองดวงของคุณหมีเท็ดดี้ เอาไว้แอบดูพี่เลี้ยงของลูก จนทำให้ทั้งยามและลีโอเห็นของลับของ มาร์ก็อต แบบอล่างฉ่างแจ่มจรัสกันเลยทีเดียว

ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไรที่จะทำแบบนี้ เพราะคนอเมริกันส่วนใหญ่งานยุ่งมากจึงต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็ก และเพื่อความสบายใจจึงต้องตั้งกล้องไว้ เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับลูกของตน

ที่มา – dailymail , voathai

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน