เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ย. 2018 สำนักข่าว TMZ สื่อจอมแฉ ได้ติดตามไลฟ์สไตล์การชอปปิ้งของ “ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์” นักชกไร้พ่ายวัย 41 ปี ฉายา The Money ที่ล่าสุดพี่แกได้ใช้เงินซื้อของรวมเป็นเงินกว่า 5.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 170 ล้านบาท) โดยการชอปปิ้งร่วมหลักร้อยล้านบาทที่เกิดขึ้นนี้ คือการเข้าไปซื้อเพียงร้านเดียวเท่านั้น

 

 

  • แหวนทรงลูกแพร์ฝังเพชร 30 กะรัต 2.3 ล้านดอลลาร์ฯ
  • กำไรเพชร 2.5 ล้านดอลลาร์
  • สร้อยคอทองคำหนัก 2 ปอนด์ กับนาฬิกาอีก 3 เรือน 5 แสนดอลลาร์

โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน เขาพึ่งสั่งซื้อนาฬิกาสุดหรู ราคา 18 ล้านดอลลาร์ ที่ฝังเพชรไว้กว่า 239 เม็ด และเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ก็พึ่งสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ลำที่ 3  เพื่อฉลองวันเกิด วัย 41 ปีของตัวเอง

 

 

นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้ ฟลอยด์ คือคนดังที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก และเป็นนักกีฬาที่สามารถทำเงินได้สูงที่สุดในโลก เช่นกัน โดยการขึ้นชกของ ฟลอยด์ แต่ละครั้ง สามารถทำเงินได้มากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ (ราว 650 ล้านบาท)

อย่างเช่นไฟท์ที่เขาขึ้นชกกับ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ที่เขาเป็นฝ่ายชนะ เพียงไฟท์นั้นไฟท์เดียว เขาได้รับเงินกว่า 285 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,120 ล้านบาท)

 

แต่กว่าที่ ฟลอยด์ จะมาถึงจุดนี้ได้ แน่น่อนว่าไม่ง่ายเลย…

เขาเกิดมาโดยมีพ่อและลุงเป็นนักมวย แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก จึงทำให้ชีวิตในวัยเด็ก ไม่เคยได้วิ่งเล่นอย่างเด็กคนอื่น ๆ เพราะต้องฝึกซ้อมอยู่ในยิมตลอดทั้งวัน

จนกระทั่งอายุ 17 ปี พ่อและแม่ของเขา ถูกจับในข้อหาขายและเสพยาเสพติด ทำให้ชีวิตของเขาลำบากมาก เมื่อไม่มีทางเลือก จึงทำให้เขาต้องลุกขึ้นสู้ เพราะยังมีน้องสาวอีก 1 คนที่เขาต้องดูแล

 

การฝึกซ้อม ความตั้งใจที่แน่วแน่ ทำให้พรสววรค์ที่มีอยู่ในสายเลือดระเบิดออกมา…

 

เขาสามารถคว้าแชมป์ Golden Gloves ได้ถึง 3 สมัยซ้อน (1993 1994 และ 1996) จนได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาไปชกในโอลิมปิก แต่ถึงแม้จะได้เหรียญทองแดงกลับบ้าน แต่ก็เป็นเหมือนใบเบิกทางชั้นดี ที่ทำให้เขาสามารถเข้าไปต่อยมวยสากลอาชีพได้

ฟลอยด์ มีสถิติการชกที่ดีเป็นอย่างมาก เขาสามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ทั้งจากการน็อกและการนับคะแนน ไม่ว่าจะเป็นออสการ์ เดอ ลา โฮยา, แมนนี ปาเกียว, ริกกี้ ฮัตตัน, ฮวน มานูเอลมาร์เกวซ, อาร์ตูโร กัตติ

 

ด้วยความพยายามที่สั่งสมมานานถึง 20 ปี ผลของมันก็เริ่มออกดอกชัดเจน…

 

ในปี 2010 เขาติดอันดับ นักกีฬาอาชีพที่มีรายได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ภายในปีนั้น เขาสามารถทำเงินได้ 60 ล้านดอลลาร์ จากการขึ้นชกเพียง 2 ครั้ง

กระทั่งปี 2016 แมตส์หยุดโลกระหว่าง ฟลอยด์ และ ปาเกียว ก็ถูกจัดขึ้นที่ลาสเวกัส ด้วยกระแสที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ทำให้ทั้งคู่ได้รับเงินไปคนละ 240 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน 2018 “ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์” มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 560 ล้านดาลลาร์ (ราว 18,000 ล้านบาท) และมีข่าวแว่วมาว่าภายในปีหน้า เขาจะขึ้นชกกับปาเกียวอีกครั้ง เป็นนัด “ล้างแค้น” ซึ่งหมายความว่า เงินก้อนโตกำลังจะพุ่งเข้าหาเขาอีกแน่นอน

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน