ฟาร์มตัวมิงค์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Masanów ประเทศโปแลนด์ ตัวมิงค์เหล่านี้ถูกเลี้ยงเพื่อเอาขนของมันไปทำเสื้อผ้าขนสัตว์ เรื่องนี้ถูกเผยโดยคนงานคนหนึ่งในโรงงานแห่งนี้ ที่แอบนำกล้องเข้าไปถ่ายกรรมวิธีภายในโรงงานว่า พวกเขาทำงานอย่างไรบ้าง วิธีโหดร้ายเพียงใด โดยทุกๆปีจะมี ตัวมิงค์ สายพันธุ์อเมริกัน กว่า 80,000 ตัวถูกฆ่าในทุกๆปี กดเพื่อเข้าไปดูภาพกรรมวิธีทั้งหมด – dailymail

หลายครั้งที่ตัวมิงค์มักจะพยายามหลบหนี แต่เมื่อมันถูกจับได้ก็จะถูกคนงานทุบตี ทำให้ตัวมิงค์หลายตัวมีบาดแผลฉกรรณ์ และที่น่าสงสารที่สุดคือตัวมิงค์ที่บาดเจ็บจะถูกนำไปอยู่รวมกับตัวที่ปกติ คนงานจะไม่แยกขังว่าตัวไหนป่วยตัวไหนไม่ป่วย ทำให้แผลของพวกมันแย่ขึ้นไปอีก ส่วนวิธีการรักษาที่คนงานทำก็คือ ใช้เพียงสเปรย์ฉีดพ่นที่แผลเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วก็ขังมันต่อไป อาจเป็นเพราะว่าพวกเขาเห็นว่าเดี๋ยวพวกมันก็จะตายแล้ว ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมากมาย

กรรมวิธีการถลกหนังเพื่อเอาไปทำเสื้อขนมิงค์ บางฟาร์มจะใช้วิธีรมแก๊ส Co2 เพื่อให้พวกมันสิ้นใจก่อนแล้วค่อยถลกเอาขน แต่บางฟาร์มก็จะถลกตอนยังเป็นๆมีชีวิตอยู่ เพราะพวกเขาเชื่อว่าการถลกหนังตอนที่เหยื่อยังเป็นๆจะทำให้ขนมิงก์มีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ขน Mink แน่นและนุ่มมาก

เนื่องจากขนมิงค์มีความต้องการสูงมากในตลาดแฟชั่น จึงมีการคาดการณ์ว่า ธุรกิจขนมิงค์มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นสูงถึง 2,700 ล้านบาท และฟาร์มแบบนี้ในประเทศโปแลนด์มีมากถึง 14 แห่ง

ความจริงแล้ว ตัวมิงค์เป็นสัตว์ที่น่ารักและใจดีมากเพราะโดยสัญชาตญาน เวลาตัวมิงค์เห็นคนจมหิมะกำลังจะตาย มันจะเอาตัวมันไปกกเค้าไว้ให้ความอบอุ่น ทำให้นายพรานในอดีตจะจับตัวมิงค์โดยใช้วิธี ไปนอนบนหิมะ เพื่อล่อตัวมิงค์มา แล้วก็จับมัน

ตัวมิงค์ (mink) : มีลักษณะทั่วไปเหมือนกับเจ้าตัวเฟอเรสเเละจัดอยู่ในสัตว์จำพวก เพียงพอน เเบทเจอร์ ความยาว 45-70 เซนติเมตร พบได้ใน อเมริกาเหนือ ยุโรป เเละ เอเชียตะวันตก จัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ขนนำมาเป็นเครื่องนุ่งห่มเเละเนื้อใช้เป็นอาหาร

แต่อย่างไรก็ดี ล่าสุด Gucci ก็ได้ออกมาประกาศว่าตั้งแต่คอลเล็กชั่น Spring 2018 แบรนด์จะเลิกใช้ขนสัตว์แท้หรือ Fur ในไลน์การผลิตของแบรนด์ รวมทั้งจะไม่มีการโปรโมตหรือประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์อีกต่อไป เพราะ Marco Bizzarri ผู้บริหารของแบรนด์บอกว่าการใช้ขนสัตว์มาทำเสื้อผ้านั้นมันตกยุคไปแล้ว

สำหรับวัสดุที่จะนำมาใช้ทดแทนขนสัตว์จริงนั้นจะเป็นขนสัตว์เทียม, ผ้าวูล และผ้าชนิดใหม่ที่เพิ่งได้รับการวิจัยพัฒนามาสดๆร้อนๆ ทำให้ในตอนนี้ Gucci กลายเป็นอีกแบรนด์ที่กำลังจะ Fur Free

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน