เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังอย่าง Fury นั้น ไม่ได้สร้างตามเรื่องราวของวีรบุรุษผู้กล้าคนใด แต่อาจจะเรียกได้ว่าได้รับแรงบันดาลใจในการทำหนังเสียมากกว่า แต่ในเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ก็นำมาจากเรื่องจริง โดยเฉพาะเรื่องของรถถังเชอร์แมนของสหรัฐ และรถถังไทเกอร์ II ของเยอรมัน โดยรถถังทั้ง 2 คัน ดังกล่าวนี้มีอยู่จริง และจากบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี่แหละ จึงทำให้เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในการเอามาทำหนัง

เรื่องจริงสงครามรถถัง เกิดขึ้นในช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่สอง ค.ศ.1945 ซึ่งเป็นช่วงที่ใกล้ปิดฉากสงคราม โดยกองทัพสหรัฐต้องการบุกเข้าไปในดินแดนของเยอรมันเพื่อปิดเกม แต่กองทัพเยอรมันมีการป้องกันที่แน่นหนาจนสหรัฐไม่สามารถทะลวงเข้าไปได้ ซึ่งสาเหตุหลักนั่นเป็นเพราะ การกลับมาของ “ไทเกอร์ II” ที่ถือว่าเป็นราชาแห่งรถถังในสงครามโลก เนื่องจากมีความแข็งแกร่งของเกราะมากกว่ารถถังเชอร์แมนของสหรัฐ ซึ่งหากจะรับมือกับรถถังไทเทอร์ได้นั้น กองทัพสหรัฐจำเป็นจะใช้รถถังเชอร์แมนถึง 4-5 คัน

 

รถถังรุ่น Sherma

  • ผลิตออกมาทั้งสิ้น 4,542 คัน
  • เดินทางได้เกือบทุกสภาพพื้นผิว
  • อัตราการยิง 15.79 นัด ต่อ นาที
  • จุดเด่นคือความคล่องตัว แต่พลังการทำลายไม่มากนัก

 

รถถังรุ่น Tiger II

  • ผลิตออกมาทั้งสิ้น 489 คัน
  • มีขนาดใหญ่ เกราะหนา
  • อัตราการยิง 8.69 นัด ต่อ นาที
  • ถึงแม้จะเชื่องช้า แต่พลังการลำลายล้างสูงมาก

และที่สำคัญที่สุดคือ ปืน 76mm ของเชอร์แมน ไม่สามารถเจาะเกราะด้านหน้าของไทเกอร์ ได้เพราะ ไทเกอร์ II มีความหนาด้านหน้าถึง 100mm เพราะเหตุนี้เอง จึงทำให้หน่วยรถถังของฝ่ายอเมริกาต้องสูญเสียกำลังไปถึง 90%

โดยตัวผู้กำกับอย่าง เดวิด เอเยอร์ นั้น ก็ได้บอกว่า แม้หนัง Fury จะไม่ได้สร้างตามประวัติศาสตร์ของหน่วยรบไหนแบบเป๊ะๆ แต่ทุกอย่างในหนังก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง อย่างเช่น หนังสงครามเรื่องอื่นๆมักจะเล่าเหตุการณ์ ทหารอเมริกันยกกองทัพไปบุกชายหาดในทวีปยุโรป แต่ความจริงแล้วในช่วงเวลาสุดท้ายของสงคราม ทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนาซีหรือฝ่ายอเมริกา ก็เหนื่อยล้ากันทั้งสิ้น ทั้งสองฝ่ายอยากให้สงครามจบลงเสียทีเนื่องจากจิตวิญญาณของพวกเขาล้วนบอบช้ำมากจากสงครามครั้งนี้

อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่า ตัวผู้กำกับได้รับแรงบันดาลใจจากทหารนายนี้ด้วยรึเปล่า แต่ขอเดาว่าน่าจะมีส่วนในไอเดียการสร้างหนังเรื่องนี้อยู่นะ แต่แตกต่างกันที่ทหารนายนี้เป็นฝ่ายนาซี

 

บุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง

 

Kurt Knispel พลเตรียมกระสุนและพลแม่นปืนประจำรถถัง ไทเกอร์ II โดยขณะที่เขาคุมรถถังคันนั้น เขาสามารถทำลายรถถังศัตรูได้มากถึง 200 คัน แต่หลังสงครามจบก็ไม่มีใครพูดถึงเขาอีกเลย และไม่มีการมอบเหรียญสดุดีใดๆด้วย เพราะฝ่ายตัวเองเป็นผู้แพ้นิเนาะ ตอนนั้นเยอรมันก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว

 

คนใส่แว่นคือ เมอร์เรย์ วอล์คเกอร์

 

และอีกหนึ่งเหตุการณ์คือ Murray Walker นักพากษ์การแข่งขัน F1 ที่เคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่าให้ฟังว่า เขาเคยประจำการในรถถังเชอร์แมน ตอนอายุ 21 โดยการหน้านั้นเขาทำงานเป็นคอลัมนิสต์ให้กับนิตยสาร ในวินาทีแรกที่ได้หย่อนก้นลงนั่งในรถถัง เขาอุทานขึ้นมากับตัวเองว่า “กรูวมาทำอะไรตรงนี้วะเนี่ย!?” เหมือนในฉากที่ โลแกน เลอร์แมน พึ่งเข้ามาประจำการแนวหน้า ในหนังนั่นเอง

 

Fact

 

  • หนังเรื่องนี้ได้รับทุนสร้างกว่า 68 ล้านดอลล่าร์ และแน่นอนครับหนังดีและมันส์ขนาดนี้โดยทำรายได้ทั่วโลกได้สูงถึง 211 ล้านดอลล่าร์
  • ต้องใช้รถถังจริงๆกว่า 60 คัน ในการถ่ายทำ และทุกคันต้องนำมาแต่งให้เก่า เพื่อให้สมจริงเหมือนอยู่ในชั่วสงครามโลกครั้งที่ 2
  • เดวิด เอเยอร์ ผู้กำกับ เคยเป็นนาวิโยธินมาก่อน และคุณปู่และคุณตา ก็เคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง คนหนึ่งต่อสู้ในแปซิฟิก อีกคนต่อสู้ในยุโรป
  • แบรด พิตต์, ไชอา เลอเบิฟ, โลแกน เลอร์แมน, ไมเคิล เพน่า และ จอห์น เบิร์นธัล ตลอดการถ่ายทำนานหลายเดือน นักแสดงนำทั้ง 5 คน ถูกสั่งให้ทิ้งมือถือไว้ที่บ้าน และต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ร่วมกัน
  • และไชอา เลอเบิฟ นักแสดงที่ทุกคนทราบกันดีว่าพี่แกโคตรจะติสท์แตก จากการที่ต้องรับบทไบเบิลในหนังเรื่องนี้ พี่แกลงทุนกรีดหน้าตัวเองให้เป็นแผล ถอนฟันตัวเองให้เหมือนฟันหัก และไม่ยอมอาบน้ำระหว่างการถ่ายทำนานหลายสัปดาห์ เพื่อให้เข้าถึงบทบาทและความสมจริง

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment