คาสโนวา (Casanova) เป็นคำนิยามของผู้ชายเหลวไหล เจ้าชู้ หยาบคายหลายใจ หรือใช้เรียกคนที่ เจ้าคารม มักใช้คำพูดหว่านล้อมสาวๆ ให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ตนต้องการ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ชายที่ชื่อ คาสโนวา มีตัวตนอยู่จริงๆ โดดเด่นเป็นอย่างมาก ในช่วงศตวรรษที่ 17 ชื่อเต็มๆของเขาคือ จาโกโม จีโรลาโม คาสโนวา (Giacomo Girolamo Casnova)

คาสโนวา เกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1725 ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เขาเกิดมาในยุคที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยอบายมุข ไม่ว่าจะเป็นการพนัน โสเภณี หรือสถานรื่นเริง จึงไม่แปลกที่จะหล่อหลอมให้เขาเติบโตเป็นชายหนุ่มมากรัก ซึ่งเรื่องรักๆใคร่ๆ ก็สร้างปัญหาหรือจะมองอีกมุมก็สร้างตำนาน ให้เขาเป็นที่จดจำมากมายเช่นเดียวกัน

เมื่ออายุได้ 9 ขวบ เขาถูกส่งไปอยู่กับครูสอนพิเศษ เพื่อที่จะได้ร่ำเรียนตามความต้องการของครอบครัว แต่สุดท้ายเขาก็แอบมีสัมพันธ์สวาทกับครูสาว จนกระทั่งอายุ 17 ปี ก็ได้สำเร็จการศึกษาจากมหวาวิทยาลัยปาโดวาในสาขากฎหมาย อีกทั้งยังมีความชำนาญหลายด้าน ทั้ง เคมี คณิตศาสตร์ การแพทย์ ปรัชญา รวมไปถึงการพนัน เป็นคนหัวดีและเก่งมาก

 

 

หลังจากเรียนจบ จึงได้เดินทางกลับบ้านไปยังเวนิส เพื่อไปรับตำแหน่งเสมียนของพระราชา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใครหลายคนหมายปอง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มมีสัมพันธ์กับสาวๆมากมาย แถมยังเล่นพนันจนทำให้หนี้ท่วมหัว จึงถูกจับและต้องเข้าไปอยู่ในคุก สุดท้ายอนาคตอันงดงามก็ดับลง และต้องเข้าไปทำงานในกองทัพเพื่อลดโทษ

อายุ 21 พี่แกก็ผันตัวมาเป็นนักพนันมืออาชีพ แต่ก็หมดตัวอีก จึงกลายมาเป็นนักเปียโนอาชีพแทน เส้นทางชีวิตของเขาเริ่มเข้าที่เข้าทาง เมื่อได้รับการอุปถัมภ์จากขุนนางท่านหนึ่ง จึงได้ออกเดินทางทั่วยุโรปไปกับขุนนางท่านนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นปารีส ปราก เวียนนา มาดริด หรือมอสโก ระหว่างนั้นก็ใช้เวลาไปกับการพนัน งานเลี้ยงรื่นรมย์ และฝักใฝ่กับประสบการณ์ใหม่ๆที่ได้รับ ทั้งเซ็กส์ โหราศาสตร์ องค์กรฟรีเมสัน

พบรักแท้เมื่ออายุ 24 กับ อองเรียต สาวชาวฝรั่งเศษ แต่สุดท้าย อองเรียตก็ทิ้งเขาไปเพราะคาสโนวาในตอนนั้นยากจนมาก เขาจึงหมดศรัทธาในรักแท้ และความท็อปฟอร์มก็เริ่มขึ้น เขาเริ่มใช้ชีวิตอย่างโลดโผนโดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการกระทำ เขาเริ่มเดินสายต้มตุ๋นสาวๆไฮโซที่มีเงิน แต่ทุกครั้งที่หนี้สินและเรื่องวุ่นวายตามมาทัน คาสโนวาก็จะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆจากอิตาลี สู่ ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ อังกฤษ เบลเยี่ยม รัสเซีย รวมไปถึงสเปน

จนกระทั่งอายุย่างเข้า 40 คาสโนวา ก็สูญเสียรูปลักษณ์หล่อเหลาและหนทางการหาเงินแบบที่เคยทำเป็นประจำ เขาจึงกลับมาที่เวนิส โดยประกอบอาชีพนักเขียน แม้จะมี งานเขียน งานแปลออกมามากมาย แต่งานเหล่านั้น ไม่จับใจคนมากเท่าใด และด้วยนิสัยติดอบายมุข ทำให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว จึงทำให้ต้องออกไปจากเวนิสอีกครั้ง เขาผันตัวมาเป็นบรรณารักษ์ให้กับชาวโบฮีเมียนในปราสาทดักซ์ที่สาธารณรัฐเช็ค

 

 

ที่นั่นเองเขาได้ทำให้คนทั้งโลกรู้จักผ่านการเขียนหนังสืออัตชีวประวัติถึง 12 เล่มในชื่อประวัติชีวิตของข้าพเจ้า ตามคำแนะนำของแพทย์หลังจากพบว่าตัวเองเป็นโรคใจลอย และเขาก็ใช้เวลาถึง 13 ชั่วโมงต่อวัน ไปกับการเขียนหนังสือ เขาเล่าเรื่องราวความล้มเหลวในความรักของเขาไว้มากมาย ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดมาจากความเจ้าชู้คาสโนว่านั่นเอง ซึ่งงานเขียนทั้ง 12 เล่ม ได้ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี 1821 และมันขายดีเป็นอย่างมาก จนหลายคนออกมาบอกว่า “ดูเหมือนเขาจะโม้เยอะไปหน่อย”

คาสโนวาเสียชีวิตเมื่อ 4 มิถุนายน ค.ศ.1798 แต่ชื่อเสียงกลับยิ่งโด่งดังในฐานะสัญลักษณ์แห่งการหมกมุ่นกับความรัก ซึ่งในหนังสืออัตชีวประวัติที่เจ้าตัวเขียนไว้ บอกว่า เขาผ่านการผจญภัยกับผู้หญิงมากถึง 122 คนเลยทีเดียว

เรื่องราวของ คาสโนวา ได้ถูกนำไปดัดแปลกเป็นภาพยนต์ Casanova (2005) ที่รับบทโดย ฮีธ เลดเจอร์ นักแสดงคุณภาพผู้ล่วงลับ และยังได้เสียงของ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์ ช่วยอ่านในการทำหนังสือเสียงอีกด้วย

ปัจจุบัน ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ คาสโนวา ซึ่งถือเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับคาสโนวาแห่งแรกของโลก ด้วยหวังว่าจะทำให้ผู้คนได้รู้จักกับชายผู้นี้มากกว่าเรื่องความนิยมผู้หญิงของเขา ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานของชีวิต ไม่ใช่แค่การเป็น “นักรัก” แต่ยังเป็น “ผู้ชายคนหนึ่ง เป็นนักปราชญ์และ เป็นนักวิชาการ” รวมถึงเรื่องอื่นๆในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องทั่วยุโรป การถูกจับกุม การหลบหนี บุคลิกภาพส่วนตัว และความสำเร็จด้านการเรียน

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน