พีระมิดแห่งกีซ่า (Giza Plateau) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่า ถือได้ว่าเป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดของโลก ถูกสร้างขึ้นราว 4,600 ปีก่อน เพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษาพระศพของ ฟาโรห์คูฟู ตามความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณ ตั้งอยู่กลางทะเลทราย พีระมิดแห่งนี้เดิมสูง 481.4 ฟุต แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 450 ฟุต ฐานกว้าง 768 ฟุต หินแต่ละก้อนหนักราว 2 ตันครึ่ง – 16 ตัน ด้วยความยิ่งใหญ่นี้ ทำให้ไม่ว่าจะค้นพบแล้วค้นพบอีกยังไง นักสำรวจก็ยังไม่พอใจ ขอสืบค้นต่อไปจนกว่าจะหมดลม

เมื่อปี 2017 คุนิฮิโระ โมริชิมะ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนาโงยา ของญี่ปุ่น ระบุว่า เขาและคณะได้สแกนโครงสร้างภายในของมหาพีระมิด จนทำให้ได้พบกับช่องว่างใหม่ช่องหนึ่งที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบ แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าช่องว่างที่ว่านี้เป็นห้องลับ หรือเป็นเพียงช่องว่างธรรมดาๆที่มีไว้สำหรับรับน้ำหนัก แต่การค้นพบนี้ก็สร้างความฮือฮาให้กับนักสำรวจไปทั่วโลก

 

 

ล่าสุด ปี 2018 ทีมนักฟิสิกส์นานาชาติ ได้คำนวณและสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ขึ้น เพื่อทดสอบว่าโครงสร้างของมหาพีระมิดแห่งนี้จะตอบสนองต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น แสงอาทิตย์ คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ และสัญญาณ WiFi อย่างไร ? เพราะถ้ามีห้องลับอยู่จริง คลื่นเหล่านี้จะต้องไปกองรวมกันที่ห้องลับนั้น แต่แทนที่จะได้พบห้องลับ นักฟิสิกส์ทีมนี้กลับพบความมหัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นอีก

ผลการทดสอบพบว่า ห้องลับนั้นมีอยู่จริง แต่ด้วยโครงสร้างสูงใหญ่และมียอดแหลมของมหาพีระมิด ทำให้พีระมิดแห่งนี้สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าและพลังงานแม่เหล็กไว้ภายในได้ ซึ่งทำให้เกิดความหัศจรรย์ขึ้นมากมาย เช่น

  • ด้านอาหารหรือสิ่งมีชีวิต – อาหารยังคงสด ได้ยาวนานกว่าดิม 2-3 เท่า , การเลี้ยงกุ้งน้ำเค็ม ปกติมีอายุ 6-7 สัปดาห์ แต่ภายในพีระมิดอายุเกินไปถึง 3 เท่า
  • ด้านการแพทย์ – แผลที่เย็บหายไว และติดกันเร็วขึ้น 2 เท่า , ผู้ที่มีอาการทางสมอง มีผลลัพธ์ไปในทาวบวกเร็วขึ้น
  • ด้านการนั่งสมาธิ – สงบนิ่งได้ง่ายกว่าเดิม , บางคนมีอาการคลื่นไส้เนื่องจากสารพิษในร่างการถูกขับออกมา

เหตุทีเป็นเช่นนี้เพราะ รูปทรงของมหาพีระมิดจะทำให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้น และทำให้สัญญาณกระจายตัวได้ดีขึ้นและทั่วถึงมากขึ้น เพราะมีจุดอับสัญญาณน้อย

บางคนอาจคิดว่าชาวอียิปต์ต้องการให้พีระมิดมีรูปแบบเช่นนี้ เพื่อให้คลื่นสัญญาณการติดต่อระหว่างผู้ตายกับโลกหน้าสามารถเชื่อมถึงกันได้โดยสะดวก แต่นักฟิสิกส์ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า การที่ชาวอียิปต์โบราณออกแบบพีระมิดมาในลักษณะนี้ น่าจะเป็นความบังเอิญมากกว่าจงใจ เพราะชาวอียิปต์โบราณไม่ได้ล่วงรู้ถึงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แต่อย่างใด

และการศึกษารูปทรงพีระมิดตามแนวทางของฟิสิกส์สมัยใหม่ จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยาการในอนาคตอย่างแน่นอน เช่นการคิดค้นวัสดุที่ประกอบด้วยอนุภาครูปทรงพีระมิดขนาดเล็กระดับนาโน ซึ่งอาจนำไปใช้งานเพื่อสร้างอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณขนาดจิ๋ว (นาโนเซนเซอร์)และเซลล์สุริยะที่มีประสิทธิภาพสูงได้

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment