สำหรับบทความนี้อาจจะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่ากับเรื่องของ ปรากฏการณ์หวย ปรากฏการณ์ฟ้องเด็กม.5 หรือปรากฏการณ์ไม่ยอมเลือกตั้งสักที แต่ถึงอย่างไรผมก็จะยังคงนำเสนอต่อไป เพราะปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อนนี้ มีโอกาสอย่างมากที่จะ Set Zero เผ่าพันธุ์มนุษย์ให้เหลือ ศูนย์ ในอนาคตอีกไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

 

โลกร้อนทำให้โลกหมุนเซสวนทาง

เพื่อนๆรู้หรือไม่ครับว่า หากโลกไม่หมุนทวนเข็มนาฬิกาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ตอบ: ฟ้าถล่มดินทลาย ซึนามิความสูงเป็นกิโลเมตร แผ่นดินไหวเกิน 10 ริกเตอร์ แผ่นดินยกสูง กระแสลมเปลี่ยนทิศ กระแสน้ำอุ่นน้ำเย็น เรียกได้ว่าอะไรที่มีอยู่ในหนังวันสิ้นโลก ยกมาได้หมดเลยครับ ซึ่งอาจจะเว่อร์ไปหน่อย เพราะหากจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆ โลกจะต้องหยุดหมุนแบบฉับพลัน แต่ผลการวิจัยล่าสุดพบว่า มันค่อยๆเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ผมอยากให้ทุกคนตั้งใจอ่าน อาจจะงงนิดๆ แต่ถ้าอ่านดีๆจะเข้าใจได้ง่ายมากๆครับ

นักวิทยาศาสตร์รู้ดีว่า การละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลก ทำให้การกระจายตัวของมวลน้ำเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้แกนหมุนของโลก เมื่อเทียบกับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์เซไปในทางตรงกันข้ามจากเดิม โดยก่อนหน้านี้ขั้วเหนือของโลกเคลื่อนเข้าหาแคนาดาด้วยความเร็ว 10 เซนติเมตร/ปี แต่หลังจากปี 2000 นักวิทยาศาสตร์ก็สังเกตเห็นว่าการเลื่อนของแกนหมุนของโลกเปลี่ยนทิศทางอย่างแปลกประหลาด

ล่าสุด คณะนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการ JPL (Jet Propulsion Laboratory) ของนาซายืนยันแล้วว่าการเลื่อนของแกนหมุนของโลกเปลี่ยนทิศไปในทางตรงกันข้ามจริง โดยมันเฉเลื่อนไปในทางตะวันออกด้วยความเร็ว 17 เซนติเมตร/ปี ซึ่งเร็วกว่าเดิมเกือบเท่าตัว โดยการวิเคราะห์การกระจายตัวของมวลน้ำทั่วโลกสรุปว่า การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง

นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนยังทำให้ภูมิอากาศของโลกปั่นป่วน เกิดภาวะภัยแล้งในหลายพื้นที่ เมื่อบวกกับการลดลงของปริมาณน้ำบาดาลในพื้นที่อาศัยหนาแน่น มวลเปลือกโลกแผ่นดินของทวีปยุโรปและเอเชียจึงสูญเสียมวลไปในระดับที่รบกวนการหมุนของโลก หรือหากจะพูดให้เห็นภาพก็คือ โลกเบาลงในบางจุด และหนักเพิ่มขึ้นในบางจุด

นอกจากนี้เมื่อโลกหมุนเซสวนทิศจากแกนการหมุนเดิม นั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าขั้วแม่เหล็กโลกกำลังเกิดการสลับขั้วซึ่งปรากฏการณ์นี้จะทำให้สนามแม่เหล็กโลกซึ่งเป็นปราการปกป้องเราจากรังสีจากดวงอาทิตย์มีกำลังอ่อนลงอีกด้วย จึงทำให้โลกยิ่งร้อนขึ้นนั่นเอง

 

อีก 250 ปี มนุษย์จะสูญพันธุ์ เพราะ CO2

นิตยสาร Nature ได้เผยแพร่ ผลการศึกษาของคณะนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ระบุว่า อีก 250 ปีต่อจากนี้ ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในชั้นบรรยากาศจะเพิ่มขึ้นถึง 2,000 ppm หรือเทียบเท่ากับยุคไทรแอสซิก ที่ตรงกับช่วงเวลาประมาณ 251-199 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นยุคที่สิ่งมีชีวิตบนโลกสูญพันธุ์อย่างมากมาย เนื่องจากมีระดับคาร์บอนในอากาศสูงมาก ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนน้ำแข็งขั้วโลกละลายจนไม่เหลือ พื้นดินก็แห้งแล้งจนเกิดทะเลทราย

ฉะนั้นหากระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ ถึงตอนนั้นมนุษย์อาจจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และต้องล้มตายจนหมดโลกอย่างแน่นอน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาลในอดีตนั้นเกิดจากภัยธรรมชาติเป็นหลัก เช่น ภูเขาไฟระเบิด พายุ และเพลิงไหม้ แต่ในอนาคตสาเหตุที่ทำให้ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มนุษย์ย้อนกลับไปสู่สภาพเดียวกับยุคไทรแอสซิกนั้น มาจากการจราจร โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ซึ่งเกิดจากฝีมือของมนุษย์นั่นเอง ก็ไม่ต้องสืบเลยเนาะ เพราะมนุษย์ทำตัวเองทั้งนั้น ผมเองก็มีส่วนผิด เพราะไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกเสียจากการบอกกล่าว…

อ้างอิง – scienceillustrated , sciencedaily

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน