นีแอนเดอร์ทาล (Homo neanderthalensis) คือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล เพื่อนร่วมวิวัฒนาการกับเรามนุษย์โฮโมเซเปียนมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 400,000 – 40,000 ปีก่อน โดยกระจัดกระจายตามทวีปยุโรป เอเชียกลาง และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ก่อนที่พวกเขาจะสูญพันธุ์ไป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายีนลูกผสมระหว่างมนุษย์ 2 สายพันธุ์นี้ยังคงส่งต่อมายังถึงปัจจุบัน อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในส่วนนี้ของโลก เมื่อราว 75,000 ปี (ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อราว 160 ปีที่แล้ว)

 

 

นีแอนเดอร์ทาลและมนุษย์ปัจจุบันได้พบกันครั้งแรกเมื่อราว 40,000 ปีก่อน จากหลักฐานการค้นพบล่าสุดทำให้เราได้รู้ว่า นีแอนเดอร์ทาล มีระดับสติปัญหาไม่ต่างจาก มนุษย์ยุคปัจจุบันเท่าใดนัก(Homo Sapiens) เพราะพวกนีแอนเดอร์ทัล คือมนุษย์ที่สร้างงานศิลปะพวกแรกของโลก โดยสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะง่าย ๆ บนผนังถ้ำ และตกแต่งเปลือกหอยเพื่อเป็นเครื่องประดับได้ตั้งแต่ราว 65,000 ปีก่อน

“ศิลปะคือการใช้สัญลักษณ์สื่อความหมายเชิงนามธรรม ซึ่งเดิมเราคิดว่ามีแต่มนุษย์ยุคใหม่เท่านั้นที่ทำได้ การที่นีแอนเดอร์ทัลสามารถสร้างผลงานศิลปะ แสดงว่ามนุษย์โบราณไม่ได้มีระดับสติปัญญาต่างไปจากเรามากนัก ถ้าให้เวลานีแอนเดอร์ทัลอยู่บนโลกนี้ได้นานขึ้นอีกสัก 40,000 ปี พวกเขาอาจพิชิตดวงจันทร์ได้สำเร็จก็เป็นได้” – ศาสตราจารย์อลิสแตร์ ไพก์ จากมหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตัน

และจากการค้นพบใหม่ล่าสุดพบว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัลบางกลุ่มเองก็กินอาหารมังสวิรัติค่อนข้างหลากหลาย นอกจากนั้นพวกเขายังรู้จักใช้พืชสมุนไพร และเชื้อจุลินทรีย์ในฐานะยาแก้ปวดอีกด้วย ช่วยแสดงให้เห็นว่าระบบความคิด และการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคโบราณนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด

คราบจุลินทรีย์ที่พบบนฟอสซิลฟันของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล ที่มีชีวิตอยู่ในภูมิภาค Asturias ของสเปน เมื่อ 50,000 ปีก่อน เป็นหลักฐานใหม่ที่ยืนยันว่ามนุษย์โบราณเหล่านี้ รู้จักยาแก้ปวดตามธรรมชาติก่อนเผ่าพันธุ์โฮโมเซเปียนอย่างเราๆเสียอีก “เรามีหลักฐานบ่งชี้ว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัลนั้นสามารถรักษาอาการป่วยด้วยตนเองได้” – ด็อกเตอร์ Antonio Rosas จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ในสเปนกล่าว

 

 

จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า…
ทำไมมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล ที่ถูกพิสูจน์แล้วว่ามีระดับสติปัญญาไม่แตกต่างจากมนุษย์ยุคปัจจุบันมากนัก แต่ทำไมพวกเขาถึงสูญพันธุ์ไป ในขณะที่มนุษย์โฮโม เซเปียนส์ กลับดำรงอยู่ยื่นยาวจนถึงปัจจุบันนี้?

จากความสงสัยดังกล่าว ทำให้ผมลองค้นหาข้อมูล ก็ทำให้พบกับ 2 ทฤษฏีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดและดูแล้วมีเหตุมีผลที่สุด ดังนี้ครับ

1.มนุษย์สมัยใหม่ (Homo sapiens) และมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลได้พบกันเป็นครั้งแรกเมื่อ 40,000 ปีที่แล้ว เชื้อโรคจากมนุษย์สมัยใหม่ได้ทำลายมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล หลักฐานทางชีววิทยาระบุโรคที่มีจุดกำเนิดในทวีปแอฟริกาหลายชนิด เช่น เชื้อวัณโรค, ไข้ไทฟอยด์, ไข้หวัด, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, โรคไอกรน ได้แพร่เข้ามาติดมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลในยุโรป เนื่องจากโรคเหล่านี้พัฒนาขึ้นในมนุษย์สมัยใหม่ มนุษย์สมัยใหม่จึงมีภูมิต้านทานดีกว่า เมื่อมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลติดเชื้อเหล่านี้ไป อาการเจ็บป่วยจึงรุนแรงมาก ถึงแม้ไม่ตายเพราะโรค ก็ยังคงมีผลทำให้สุขภาพอ่อนแอ ไม่สามารถแข่งขันสู้กับมนุษย์สมัยใหม่ได้

2.การระเบิดของภูเขาไฟในอิตาลี เมื่อประมาณ 40,000 ปีก่อน ทำให้อุณหภูมิของทวีปยุโรปลดต่ำลงอย่างกะทันหัน มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลปรับตัวไม่ทัน จึงสูญพันธุ์ไป ภาวะภูมิอากาศแปรปรวนสลับร้อนสลับหนาว ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณและสัตว์ วิถีชีวิตของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอาศัยการล่าสัตว์ เก็บของป่า จึงได้รับผลกระทบไปเต็มๆ

อ้างอิง – theguardian

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน