เมื่ออุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส (อุณหภูมิร่างกายปกติของคนเราคือ 37 องศาเซลเซียส) ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติ และหากร่างกายยังสูญเสียความอบอุ่นต่อไป อาการก็จะยิ่งทรุดหนักลงเรื่อยๆ ซึ่งเราจะเรียกอาการหนาวสั่นนี้ว่า “ไฮโปเธอร์เมีย” (Hypothermia) เกิดได้จาก 2 ปัจจัย คือ

  1. เกิดจากการสัมผัสกับความหนาวเย็น เช่น อากาศหนาวเกินไป อยู่ในที่ชื้น ร่างกายเปียกเป็นเวลานาน
  2. เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียกลไกการปรับอุณหภูมิ ทำให้ไม่สามารถสร้างและเก็บความร้อนในร่างกายได้

อาการที่จะปรากฏตามอุณหภูมิร่างกาย ที่ลดลงไปเรื่อยๆ

  • 32-35 องศาเซลเซียส (ขั้นแรก) อาการ: กล้ามเนื้อสั่นนิดๆเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ขึ้น ผิวหนังซีดเผือด
  • 28-32 องศาเซลเซียส (ขั้นปานกลาง) อาการ: กล้ามเนื้อสั่นอย่างรุนแรง การเคลื่อนไหวช้าลงไม่เป็นดั่งใจคิด สับสนมึนงง หู นิ้วมือ นิ้วเท้า ริมฝีปาก: เริ่มกลายเป็นสีเขียว เนื่องจากเลือดไม่ได้ไปเลี้ยง
  • 20-28 องศาเซลเซียส (ขั้นรุนแรง) อาการ: กล้ามเนื้อหยุดสั่น ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ระบบประสาทจะหยุดทำงาน หัวใจเต้นช้าลงมาก หายใจช้าลง เสียความทรงจำ พูดติดขัด ผิวหนังกลายเป็นสีเขียวและบวมม่วงทั่วร่าง เป็นอันตรายถึงชีวิต

แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะก่อนที่ร่างกายเราจะอุณภูมิตกฮวบฮาบได้ขนาดนี้ ร่างกายจะเข้าสู่ “สภาวะการเอาตัวรอด” หรือก็คือ “Survival Mode” โดยร่างกายจะดึงส่วนต่างๆมาใช้ในการเผาผลาญเพื่อเป็นทั้งพลังงานในการสร้างความอบอุ่นและมีแรงเพื่อเอาชีวิตรอด ( ร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัว ทำให้มีการเผาผลาญต่ำ มีการดึงไขมันที่สะสมเอาไว้ออกมาใช้ ทำให้สามารถอยู่ได้นานหลายวัน)

ข้อควรจำในการเอาชีวิตรอด (ที่หลายคนมักเข้าใจผิด)

  • การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น เป็นเพียงการหลอกร่างกายชั่วขณะ ผ่านไปสักพักคุณจะกลับมาหนาวกว่าเดิม และยังสูญเสียน้ำและพลังงานในการขจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายอีกด้วย
  • ผู้ใหญ่สุขภาพแข็งแรงสามารถวิ่งแก้ผ้าในอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียสได้อย่างมากแค่ราว 3 นาที เพราะหากวิ่งหรืออกกำลังกายเกินกว่านั้น ปอดที่คุณใช้หายใจจะฉีกออกเป็นเสี่ยงเหมือนแผ่นน้ำแข็งแตก ผลึกน้ำแข็งจะก่อตัวในปอด ยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งหายใจ ยิ่งทำให้ปอดแข็งเป็นผลึกเร็วขึ้น

 

 

Fact – เมื่อปี ค.ศ.1774 นายแพทย์ชาวอังกฤษชาร์ล แบล็ก และจอร์จ โพดิส ได้ทดลองโดยให้อาสาสมัครถอดเสื้อผ้าเข้าไปอยู่ในห้องที่ร้อนเหมือนซาวน่า ปรากฏว่าอาสาสมัครสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 127 องศาเซลเซียสนานถึง 45 นาที

Fact –  วิม ฮอฟ (Wim Hof) ถูกยกให้เป็นมนุษย์น้ำแข็ง” เพราะเขาสามารถทำลายสถิติโลกในวันปีใหม่ด้วยการแช่อยู่ในน้ำแข็งนานถึง 1 ชั่วโมง 50 นาที เท่านั้นไม่พอ ในปี 2009 เขาใส่กางเกงขาสั้นวิ่งท่ามกลางหิมะ ด้วยอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง โดยที่ตัวเขาไม่เป็นอะไรเลย

Fact – การเรียกชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่ขั้วโลก ดินแดนที่หนาวที่สุดในโลกว่า “ชาวเอสกิโม” ถือว่าเป็นคำหยาบ เป็นพวกป่าเถื่อน ถ้าจะเรียกให้สุภาพต้องเรียกว่า “ชาวอินูอิต” ความรู้นี้เอามาจากรายการ “เถื่อน Travle Season 2” รายการดีสนุกมากๆไปดูกัน

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน