หากน้ำแข็งบนโลกละลายหมด ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยจะสูงขึ้นประมาณ 80 เมตร โลกจะร้อนขึ้นมากกว่าแทนที่จะเย็น และน้จะขยายปริมาตรทำให้ระดับน้ำทะเลสูงเพิ่มขึ้นไปอีก 30 เมตร รวมๆ แล้วทะเลจะสูงขึ้นถึง 110 เมตร มากเกินพอที่จะทำให้แผนที่โลกเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล

และจากเหตุการณ์ผลกระทบทั้งหมดข้างต้น เกิดขึ้นในเวลาฉับพลัน จะทำให้ประชากรโลกกว่า 50% จะได้รับผลกระทบทันที นั่นเท่ากับผู้ลี้ภัยจำนวน 3.5 พันล้านคน ต้องอพยพหนีเข้าไปแออัดแย่งที่อยู่และทรัพยากรกับประชากรอีก 50% คิดดูสิว่าจะแออัดและวุ่นวายแค่ไหน

โดยโลกของเรามีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่
1.กรีนแลนด์ – ถ้าละลายหมดระดับน้ำทะเลเฉลี่ยสูงขึ้น 7 เมตร
2.แอนตาร์กติกาตะวันตก – ถ้าละลายหมดระดับน้ำทะเลเฉลี่ยสูงขึ้น 8 เมตร
3.แอนตาร์กติกาตะวันออก – ถ้าละลายหมดระดับน้ำทะเลเฉลี่ยสูงขึ้น 65 เมตร (น่ากลัวที่สุด)

 

อย่างไรก็ตาม การละลายของน้ำแข็งจากแผ่นน้ำแข็งทั้งสามไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บนโลกเท่ากันหมด เนื่องจากแรงโน้มถ่วงโลก

 

 

1.อเมริกาเหนือ
ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทั้งหมดจะหายไปพร้อมกับฟลอริดาและอ่าวเม็กซิโก ส่วนเมืองซานฟรานซิสโกในแคลิฟอร์เนีย จะกลายเป็นแอ่งจมอยู่ใต้น้ำ พื้นที่ทางตะวันออกหลายแห่งจะจมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน

2.อเมริกาใต้
พื้นที่ประเทศปารากวัยส่วนใหญ่ จะจมอยู่ใต้น้ำ ส่วนผู้คนที่อาศัยอยู่แถบบริเวณเทือกเขาสูงเรียบไปตามทะเลแคริบเบียนและในอเมริกากลางจะอยู่รอดได้

3.แอฟริกา
แอฟริกาจะสูญเสียต่อภัยพิบัตินี้น้อยที่สุด แต่ด้วยความร้อนของโลกที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ทวีปที่ร้อนอบอ้าวอยู่แล้วแห่งนี้ ร้อนจนอาจจะถึงขั้นไม่อาจอยู่อาศัยได้อีกต่อไป

4.ยุโรป
เมืองสำคัญๆ ของยุโรปหลายแห่ง ลอนดอน เวนิส อัมเสตอร์ดัม สตอกโฮล์ม โคเปนเฮเกน เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จะจมอยู่ใต้ทะเล ในขณะที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมไปถึงทะเลดำและทะเลแคสเปียนอีกด้วย

5.ออสเตรเลีย
ทะเลทรายส่วนใหญ่ จะกลายเป็นพื้นที่ชายฝั่งแทน ส่วนเมืองท่าที่สำคัญๆ ของออสเตรเลีย จะกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยได้

6.แอนตาร์กติกา
แอนตาร์กติกาประกอบด้วยแผ่นน้ำแข็งสำคัญบนโลกมากที่สุดในบรรดา 7 ทวีป จึงทำให้ เมื่อน้ำแข็งละลายหมด ทวีปแห่งนี้ก็จะไม่มีน้ำแข็งอีกต่อไป และต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น เหมือนทวีปแอฟริกา

7.เอเชีย
ประเทศที่มีพื้นที่ติดทะเลทั้งหมดจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะประเทศจีน และอย่าคิดว่าประเทศไทยจะรอด เพราะน้ำทะเลจากอ่าวไทยจะดันขึ้นสูง จนท่วมพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคกลางของไทยจนหมด บริเวณชายฝั่งทางภาคใต้หลายแห่งจะโดนผลกระทบนี้ เกาะสำคัญๆ ของไทยหลายแห่งก็อาจจมลงสู่ใต้ทะเลด้วยเช่นกัน

แต่หากถามว่าทำไม การละลายของน้ำแข็งทั้งสามไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บนโลกเท่ากันหมด? นั่นเป็นเพราะว่า – เนื่องจากแรงโน้มถ่วงโลก ส่งผลให้น้ำแข็งละลายจากกรีนแลนด์จะไหลลงสู่ตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนน้ำแข็งละลายจากแอนตาร์กติกาจะไหลท่วมชายฝั่งของยุโรปและอเมริกาเหนือ

 

ภาพแผ่นน้ำแข็งที่กำลังละลาย ที่ กรีนแลนด์

 

จากการประเมินโดยคณะพิจารณาภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ ทำให้เราได้ทราบว่า ในอนาคตอันใกล้ หากมนุษย์ยังไม่สามารถแก้ปัญหาโลกร้อนได้ อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเพียง 1-4 องศาเซลเซียส จะทำให้น้ำแข็งบนแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายหายไปในเวลาไม่เกิน 1,000 ปี

– น้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 เมตรจะทำให้ประชาชน 160 ล้านคน ในบังคลาเทศเพียงประเทศเดียวไร้ที่อยู่อาศัย
– โลกจะร้อนขึ้นเพราะ น้ำแข็งและหิมะ สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไปได้มากกว่าที่พื้นดินและฝืนน้ำจะทำได้ ดังนั้นพอไม่น้ำแข็งและหิมะแล้ว โลกก็จะร้อนขึ้น นั่นเอง

ปัจจุบัน มีน้ำแข็งขั้วโลกอยู่ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์ไมล์ แต่หากเรายังเพิ่มปริมาณคาร์บอนไปสู่ชั้นบรรยากาศเรื่อยๆ จะใช้เวลาเพียงแค่ 5,000 ปี กว่าที่น้ำแข็งจะละลายจนหมดโลก และอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะสูงขึ้นอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส จากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียส ลองคิดดูสิครับ ถ้าประเทศไทยตอนนี้ต้องร้อนขึ้นอีก 10 องศา จะนรกแตกขนาดไหน เพราะฉะนั้นช่วยกันรักษ์โลกของเรากันดีกว่าเนาะ 🙂

source,source2

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน