บริษัท Ambrosia สตาร์ตอัพในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลการทดลองในงานประชุมวิชาการด้านวิทยาการและสื่อ “รีโค้ด คอนเฟอเรนซ์” ในนครลอสแองเจลิส เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าผลการทดลอง ถ่ายเลือด ของวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-25 ปี ให้กับอาสาสมัครอายุตั้งแต่ 35 – 80 ปี ขึ้นไป ในปริมาณ 2 ลิตร ภายใต้การควบคุมปริมาณให้เหมาะสมเพื่อให้หมดภายใน 4 ชั่วโมง

 

 

จากการทดลองซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวในทางที่ดีขึ้นของสัญญาณหลายๆ ด้าน เช่น

  • ระดับของ “ซีอีเอ” ซึ่งเป็นชนิดของโปรตีนที่พบว่ามีปริมาณสูงขึ้นในตัวผู้ป่วยเป็นมะเร็งบางชนิด กลับลดลงโดยเฉลี่ย 21 เปอร์เซ็นต์
  • หรือระดับของแอมีลอยด์ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้เกิดการก่อตัวของแผ่นคราบในสมองซึ่งเชื่อกันว่าเชื่อมโยงกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ก็ลดลงโดยเฉลี่ย 20 เปอร์เซ็นต์
  • ส่วนคอเลสเตอรอลในเลือดก็ลดลงโดยเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์

 

โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังในอนาคตคือ การที่คนสูงวัยมีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น อวัยวะภายในที่เคยเสียหายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น เพราะเมื่อปีที่แล้วมีการทดลองแนวนี้กับ หนูทดลองอายุ 12 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือ หนูแก่ตัวนั้นดูหนุ่มและมีสภาพร่างกายแข็งแรงเหมือนกับหนูอายุ 3 เดือน! โดยเลือดที่ได้รับนั้นก็ไม่ใช่เลือดหนู แต่เป็นเลือดมนุษย์อายุ 18 ปี นั่นเอง WTF!

 

 

อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการทดลองที่เป็นวิทยาศาสตร์ เนื่องจากข้อมูลการทดลองดังกล่าวเป็นข้อมูลเคลือบแคลงที่จะต้องมีการศึกษาและวิจัยจนได้รับการตรวจสอบจนสมบูรณ์ก่อนที่จะได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ นายแพทย์โทนี่ ไวส์-คอเรย์ ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเตือนเช่นเดียวกันว่า ผลลัพธ์ที่ได้แม้จะน่าสนใจแต่ยังไม่มีคุณค่าในเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะหากผิดพลาดขึ้นมา ผู้ที่เข้ารับการถ่ายเลือดอาจต้องเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรงได้

การถ่ายเลือด 1 ครั้ง มีค่าบริการครั้งละ 8,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 265,000 บาท)

ที่มา – technologyreviewbbc, thesunmatichon

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน