ญี่ปุ่นอัญเชิญ “ดาบคุซานางิ” ในตำนาน เพื่อสักการะเทพเจ้า ให้ชมเป็นขวัญตา

วันที่ 18 เมษายน 2019 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พร้อมด้วย สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ แห่งญี่ปุ่น เสด็จไปยังศาลเจ้าใหญ่อิเซะ เพื่อประกอบพิธีถวายรายงานแด่เทพเจ้าในศาสนาชินโต ว่าพระองค์จะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายนนี้

ซึ่งได้มีการอัญเชิญ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้ง 3 คือ 1.พระแสงดาบคุซานางิ 2.ยาตะโนะคะงะมิ (กระจกสำริด) 3.ยาซากานิโนะมางะตามะ (ลูกปัดหยกคล้ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์) เพื่อประกอบพิธีในครั้งนี้ด้วย

ไม่บ่อยครั้งนักที่ผู้คนทั่วไปจะได้เห็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ประจำสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยเฉพาะ “พระแสงดาบคุซานางิ” ซึ่งถือเป็นดาบที่มีชื่อเสียงที่สุดเล่มหนึ่งของโลก มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอภินิหาร และตำนานมากมาย โดยทั้ง 3 ถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นสืบทอดมาแต่โบราณ

โดยครั้งล่าสุดที่มีการอันเชิญดาบออกมาคือปี 1989 ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งในระหว่างการถูกเก็บรักษาไม่มีผู้ใดมีสิทธิเห็นดาบจริง ๆ ยกเว้น นักบวชรูปหนึ่งที่อ้างว่า ดาบมีความยาว 82 เซนติเมตร คมดาบคล้ายใบว่านมีสันคล้ายก้างสันหลังปลา ตัวดาบเป็นโลหะสีขาว ถูกจัดเก็บไว้ในกล่อง 3 ชั้น ชั้นในสุดกล่องไม้การบูร ชั้นกลางกล่องหิน ชั้นนอกสุดกล่องไม้

ซึ่งก็มีข่าวลือออกมาตลอดว่า ดาบที่แท้จริงได้สูญหายไปแล้ว ส่วนเล่มปัจจุบันที่เห็นอยู่นี้คือของจำลอง แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันในเรื่องนี้ แต่อย่างใด

ตำนานดาบคุซานางิ มี 2 เวอร์ชั่น

(เวอร์ชั่นแรก) ปรากฎอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์โคจิกิ ดาบเล่มนี้ซ่อนอยู่ในหางของงูแปดหัว ซึ่งถูกเทพเจ้าแห่งทะเลและพายุ ซูซาโนโอะสังหาร ต่อมาจึงได้ถวายดาบให้กับอามาเตราซุ เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพี่สาว และเป็นบรรพชนของจักรพรรดิญี่ปุ่นทุกพระองค์ ต่อมาอามาเตราซุจึงได้มอบดาบนี้ พร้อมด้วยกระจกสำริด และลูกปัดหยกให้กับลูกหลานของพระองค์ ที่เป็นผู้ปกครองแผ่นดินญี่ปุ่น

(เวอร์ชั่นสอง) มาจากตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า สมเด็จพระจักรพรรดิเคโก ได้พระราชทานดาบเล่มนี้ให้กับยามาโตะ ทาเครุ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ 1 – 2 ซึ่งในการรบครั้งหนึ่ง ทาเครุ ถูกศัตรูลวงเข้าไปในทุ่งหญ้าแล้วถูกโอบล้อมไว้ ศัตรูได้ยิงธนูเพลิงหวังจะเผาเขาให้ตาย ทาเครุ จนปัญญาจึงพยายามใช้ดาบที่ได้รับมาฟันพงหญ้าเพื่อตีฝ่าเอาชีวิตรอด แต่ทุกครั้งที่เงื้อดาบจะฟันปรากฎว่ามีลมพัดรุนแรงตามการเหวี่ยงดาบของเขาทุกครั้ง เขาจึงเข้าใจว่าดาบเล่มนี้นี้มีพลังในการบังคับลม จึงใช้มันควบคุมลมให้พัดเปลวเพลิงไปทางศัตรู ไม่เพียงแต่รอดจากกองไฟมาได้เท่านั้น เขายังได้รับชัยชนะอย่างงดงามอีกด้วย จากนั้นจึงตั้งชื่อดาบเล่มนี้ว่า “คุซานางิ แปลว่า ดาบตัดพงหญ้า”

Fact – ในสมัยที่ญี่ปุ่นปราชัยในสงครามโลกครั้งที่ 2 องค์จักรพรรดิฮิโรฮิโต ทรงกำชับเจ้ากรมวังให้รักษาของศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 สิ่งไว้ให้ดีที่สุดไม่ให้ไปตกอยู่ในมือศัตรู จึงทำให้นับแต่นั้นมา สิ่งของทั้งสามจึงถูกแยกเก็บไว้คนละที่นั่นเอง

อ่านต่อ – “โนริมิซุ โอดาชิ” ดาบซามูไรยาว 4 เมตร ที่ถูกลือว่าสร้างขึ้นสำหรับ ซามูไรที่เป็นยักษ์