มนุษย์ไม่สามารถที่จะเข้าใกล้ ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ได้เพราะอากาศภายในดาวนั้นเต็มไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม เราจึงต้องส่งยานจูโนไปสำรวจแทน ซึ่งสิ่งที่จูโนค้นพบในดาวพฤหัสนั้นก็มีมากมาย เช่น
ครั้งหนึ่งดาวพฤหัสฯเคยที่จะพัฒนาไปเป็นดวงอาทิตย์อีกดวง แต่ไม่สำเร็จ เพราะถ้าหากสำเร็จ ระบบสุริยะนี้จะมีพระอาทิตย์สองดวง อาจทำให้ร้อนจนไม่มีสิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยเกิดขึ้นมาก็เป็นได้ ในความเป็นจริงดาวพฤหัสบดีมีส่วนผสม เช่นเดียวกับดาวฤกษ์ แต่ก็ยังไม่โตมากพอที่จ จุดประกายเป็นดาวฤกษ์ได้อย่างสมบูรณ์ ระบบจึงทรุดตัวลงเพียงเป็นดาวเคราะห์ก๊าซในตำแหน่งปัจจุบันของระบบสุริยะชั้นนอก
ดาวพฤหัสฯไม่มีไม่มีพื้นผิวแผ่นดินเช่นโลก หากคุณเหยียบลงไปจะเจอแต่ความรู้สึกที่คล้ายกับเหยียบบนฝูกนุ่มๆและจะค่อยๆจมลง และถูกแรงกดจากไฮโดรเจนและฮีเลียมบีบจนตาย
ดาวดวงนี้ไม่มีอ๊อกซิเจน ถ้าคุณไม่ได้ฝึกกลั้นหายใจมา คุณจะมีชีวิตอยู่บนดาวดวงนี้ได้เพียง 2-3 นาที
คุณจะได้พบกับพายุเฮอริเคนยักษ์ ที่หมุนต่อเนื่องมา 150 ปี ที่มีขนาดใหญ่และเร็วกว่าบนโลก 2 เท่า
สนามแม่เหล็กของดาวพฤหัส มีพลังรุนแรงกว่าบนโลกสูงถึง 10 เท่า

กระทั่งการค้นพบล่าสุด คือ ปรากฏการณ์ฟ้าแลบในพายุหมุนบนดาวพฤหัสบดี (Jovian Lightning) โดยถูกค้นพบตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 แต่ทางนาซ่าได้มาค้นคว้าใหม่ บวกกับข้อมูลที่ยานจูโนพึ่งส่งมา จึงได้ข้อสรุปเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ฟ้าแลบบนดาวพฤหัสบดี สามารถแผ่คลื่นวิทยุย่านความถี่ระดับเมกะเฮิรตซ์ได้เช่นเดียวกับสายฟ้าแลบบนโลก

“กลุ่มก๊าซที่อุ่นและชื้นจากด้านในของดาวพฤหัสบดีถูกผลักให้ลอยขึ้นไปด้านบนที่ขั้วเหนือของดาว ในขณะที่ปฏิกิริยาทางไฟฟ้าระหว่างละอองน้ำและอนุภาคน้ำแข็งในกลุ่มก๊าซดังกล่าวทำให้เกิดสายฟ้าแลบขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นกลไกที่คล้ายกันกับการเกิดฟ้าแลบบนโลก” – ดร.อิวานา โคลมาโซวา นักดาราศาสตร์ผู้นำทีมวิจัย

 

 

แต่หากจะใช้คำว่าเหมือนโลกก็คงจะไม่ถูกทั้งหมด เพราะสายฟ้าบนดาวพฤหัสจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะมันจะไม่หยุดต่อเมื่อพายุจะสงบ และมันทั้งหมุนทั้งผ่าติดต่อกันมาเป็นเวลานานกว่า 150 ปีแล้ว ต่างจากโลกที่พายุเกิดแล้วสลายหายไปในเวลาไม่นาน

Fact – ดาวพฤหัสบดีมีองค์ประกอบเป็นก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซฮีเลียมเป็นส่วนมาก มีขนาดใหญ่กว่าโลก 300 เท่า โดยระยะเวลา 1 วันของดาว เท่ากับเวลาราว 10 ชั่วโมงบนโลก

Fact2 – ยานจูโน จะโคจรรอบดาวพฤหัสบดีเป็นวงกว้างในวงโคจรที่เรียกว่าวงโคจรขั้วโลก โดยจะสลับตำแหน่งอยู่เหนือขั้วเหนือและขั้วใต้ของดาวในทุกๆ 53 วัน ารโฉบลงใกล้พื้นผิวดังกล่าวใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง แต่จะสามารถเก็บข้อมูลคิดเป็นปริมาณข้อมูลถึง 6 เมกะไบต์ต่อครั้ง ซึ่งกว่าจะส่งกลับมายังศูนย์ควบคุมบนโลกได้ต้องใช้เวลานานถึง 1.5 วัน

source , source2

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment