เรื่องราวของยักษ์ Kap Dwa (กาบ ดวา) ที่แปลว่า “สองหัว” นั้น ปรากฏในบันทึกของอังกฤษเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ตำนานเล่าว่า กาบ ดวาเป็นยักษ์ใหญ่สองหัว ที่มีความสูงถึง 12 ฟุต หรือ 3.66 เมตร ชาวสเปนจับมันได้ในอเมริกาใต้เมื่อปี 1673 กว่าจะจับมันได้ ต้องแลกชีวิตทหารสี่นาย ส่วนมันก็ถูกแทงทะลุหัวใจด้วยหอก จนสิ้นชีพ

ร่างของ กาบ ดวา ได้นำมันมาเดินสายแสดงตามที่ต่างๆ ในประเทศอังกฤษช่วง 1900 จนกระทั่งปี 1914 นั้น Lord Thomas Howard ได้จัดการซื้อศพของเขาไปไว้เป็นของสะสมของตัวเอง และก็ยังมีการเปลี่ยนมือเจ้าของเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ได้มาจบลงที่พิพิธภัณฑ์ The Antique Man Ltd ในเมืองบอลทิมอร์ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1959 – ปัจจุบัน

 

 

หลายครั้งที่ กาบ ดวา ถูกกล่าวหาว่าเป็นของปลอม เป็นร่างที่ถูกเย็บติดกัน ตำนานก็แต่งขึ้น จนกระทั่งได้รับการตรวจผลปรากฏว่า ไม่มีหลักฐานว่าเป็นของปลอม เพราะไม่มีรอยเย็บรอยต่อที่บ่งบอกว่าเอาสองศพมาประกอบกัน

อย่างไรก็ดียังมีบันทึกเก่าแก่ของกัปตันชาวดัตช์รายหนึ่ง ที่ระบุว่าตนเองพบเห็นยักษ์ขณะทำการสำรวจชายฝั่งทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา เมื่อปี 1603 โดยพบว่ามีเรือ 7 ลำกำลังมุ่งหน้ามาที่เรือของเขา จากการมองในระยะไกลทำให้เขาเห็นยักษ์ที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่สวมใส่เสื้อผ้า ยืนอยู่บนเรือเต็มไปหมด โดยยักษ์ทุกตัวมีผมยาว และมีสีผิวคล้ำเหมือนพวกคนป่า นอกจากนี้พวกยักษ์ยังแสดงอาการไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเราพยายามล่องเรือไปหาพวกยักษ์อีกด้วย ก่อนที่กัปตันจะตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเพื่อความปลอดภัย

 

 

และจากบันทึกของ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน นักเดินเรือชาวโปรตุเกส ในบันทึกได้บอกด้วยว่า ในปี ค.ศ.1520 เขาได้พบกับคนพื้นเมืองที่ภูมิภาคปาตาโกเนีย (Patagonia) ภูมิภาคที่ตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ชาวพื้นเมืองพวกนี้ มีลักษณะตัวใหญ่ กว่ามนุษย์ทั่วไป ทุกคนสูงมากกว่า 180 ซม. ในสมัยนั้นคนยังไม่ค่อยสูงนักลูกเรือของ มาเจลลัน แต่ละคนมีความสูงเฉลี่ยเพียง 155 ซม.

แต่จากที่ผมวิเคราะห์ดู ผมคิดว่า นี่อาจจะเป็นของจริง เพราะมนุษย์ที่มีความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เกิด มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากในสมัยก่อน เพราะในสมัยนั้นการแพทย์ยังไม่เป็นที่ทั่วถึงนัก ทำให้การดูแลบุตรในครรภ์ยังไม่ดีพอเท่าที่ควร พอเด็กเกิดมาก็มีความผิดปกติ และอย่างในเรื่องนี้ กาบ ดวา ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น

แต่ กาบ ดวา อาจมีความผิดปกติซ้อนสองอันคือ เกิดมาสูงผิดปกติ และการแบ่งเซลล์ตอนที่ยังเป็นตัวอ่อนนั้นเกิดความผิดพลาด ทำให้อวัยวะส่วนสำคัญอย่างเช่นหัวติดกัน จนกลายเป็นยักษ์สองหัวนั่นเองครับ

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน