นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันก็อดเดิร์ด เพื่อการศึกษาอวกาศ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) เปิดเผยว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะค้นพบมนุษย์ต่างดาว หรือสิ่งทรงภูมิปัญญานอกโลกภายใน 20 ปี ข้างหน้านี้ โดยเหล่านักวิทยาศาสตร์คิดว่าดวงดาวที่มีความเป็นไปได้ที่จะค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก คือดาวเอนเซลาดัส (Enceladus) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ของดาวเสาร์ และดาวยูโรปา (Europa) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

 

 

ด้วยข่าวและข้อมูลต่างๆที่ประโคมอย่างหนักว่า มนุษย์อาจจะได้รับการติดต่อจากเอลี่ยนในอีก 25 ปี ข้างหน้านี้จริงๆ จึงทำให้ 2 นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน เสนอไอเดีย “ยิงลำแสงเลเซอร์” เพื่อซ่อนโลกจากพวกมนุษย์ต่างดาว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่า “มนุษย์ต่างดาว” หรือ “เอเลี่ยน” นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่นักวิทยาศาสตร์และกลุ่มคนที่ยังมีความเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ต่างยังหมกมุ่นค้นหาเรื่องราว และสิ่งลี้ลับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกอยู่

แนวคิดนี้ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ซึ่งแนวคิดนี้เป็นของสองนักดาราศาสตร์ นำโดยศาตราจารย์เดวิด คิพปิ้ง (David Kipping) และศาตราจารย์อเล็กซ์ ทีชีย์ (Alex Teachey) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก

 

หอดูดาว Paranal ประเทศชิลี

 

ที่ได้แนวคิดมาจากวิธีการตรวจหาดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ดวงอื่นๆที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นการจับจ้องไปที่ดาวฤกษ์เหล่านี้ เพื่อตรวจหาวัตถุเคลื่อนผ่านตัดหน้า โดยเราสามารถสังเกตจากวัตถุเหล่านี้ได้จากลำแสงที่ลดลง ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับการที่ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศขององค์การอวกาศแห่งชาติในประเทศต่างๆ ที่ใช้ตรวจหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยหลายพันดวบนอวกาศนั้นเอง

 

 

นอกจากนี้ศาสตราจารย์ทั้งสอง ยังบอกอีกว่า หากมนุษย์ต่างดาวใช้วิธีการตรวจหาดาวเคราะห์แบบเดียวกันนี้ เราก็สามารถป้องกันโลกของเราได้ คิดโดยป้องกันไม่ให้มนุษย์ต่างดาวสามารถตรวจพบเจอโลกของเราแทน เพียงแค่ใช้แสงเลเซอร์ 30 เมกะวัตต์ยิงขึ้นไปบนอวกาศอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ชั่วโมง ปีละครั้งเท่านั้น แสงเลเซอร์ก็จะช่วยทดแทนแสงที่ลดลงในขณะที่โลกเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ โดยวิธีนี้แม้ยังอาจทำให้มนุษย์ต่างดาวพบโลกของเรา แต่ก็จะปรากฏในลักษณะดาวเคราะห์ที่ตายแล้ว

ที่มา – space

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน