ดร.เดวิด ซินแคลร์ (Professor David Sinclair) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ได้เผยความสำเร็จ ในการต่อสู้กับความแก่ชรา โดยถูกผลิตออกมาเป็นตัวยาชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มอายุขัยของมนุษย์จากเดิมที่ 70 ปี ให้สามารถอยู่ได้นานถึง 150 ปี โดยมีแผนที่จะเปิดตัวยาชนิดนี้ในปี 2020

นักวิจัยกลุ่มดังกล่าว เผยว่า เทคนิคนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ การหดสั้นและการแบ่งเซลล์ของโครโมโซม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์แก่ชราและมีอายุขัย เพราะทุกๆวันจะมีการแบ่งเซลล์ในร่างกาย และเมื่อเราสามารถชะลอกระบวนการนี้ได้ อายุขัยของมนุษย์ก็จะเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยให้อวัยวะต่างๆ สามารถสร้างหรือซ่อมแซมตัวเองขึ้นใหม่ได้ และยังทำให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตสามารถกลับมาเคลื่อนไหวดังเดิมได้อีกครั้ง ซึ่งหลังจากทำการทดลองในหนูทดลอง พบว่า หนูทดลองมีอายุยืนขึ้นกว่า 10% โดยกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ รับประทานยาที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น

ดร.เดวิด ยังบอกอีกว่า ตอนนี้อายุร่างกายของเขาลดลง 24 ปี (ปัจจุบันอายุ 57 ปี) หลังจากได้ทดลองรับประทานยาด้วยตัวเอง ส่วนพ่อของเขาที่อายุ 79 ปี ก็สามารถกลับมาพายเรือล่องแก่งและออกเดินเขาได้อีกครั้ง รวมถึงน้องสาวของเขากลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งแม้จะอายุเลยเลขสี่ไปแล้ว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง โดยเขามีแผนที่จะพัฒนายาออกสู่ตลาดภายในเวลา 5 ปี และมีราคาเทียบเท่ากับกาแฟที่เราจ่ายอยู่ทุกวัน

ก่อนหน้านี้ มนุษย์ได้มีการพยายามเพิ่มอายุขัยให้แก่ตนเองหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น นักธุรกิจในออสเตรเลียท่านหนึ่ง ลงทุนใช้เงินปีละ 190,000 บาท เพื่อทำการถ่ายเลือดกับเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี เพราะเขาเชื่อว่าวิธีนี้ทำให้เขาแก่ช้าลง และ มหาเศรษฐีวงการไอที เรย์ เคอร์ซไวล์ ลงทุนกินยากว่า 100 เม็ดต่อวัน รวมถึงยังใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อช่วยกระตุ้นให้อวัยวะในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

“โลกกำลังจะเปลี่ยนไป เราได้ค้นพบยีนที่ทำหน้าที่ รีโปรแกรม ซึ่งทำให้เซลล์ในร่างกายกลับมาอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง ไม่เพียงแค่หน้าตาแต่รวมถึงความรู้สึกและการกระทำของคุณจะกลับมาเป็นเด็กอีกครั้งจริงๆ” – ดร.เดวิด ซินแคลร์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าว

อ่านต่อ – นักอนาคตศาสตร์เชื่อ เทคโนโลยีจะช่วยให้คนที่ มีชีวิตอยู่จนถึงปี 2050 มีชีวิตเป็นอมตะ

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน