รายงานจากผลการประชุมของ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์และประสาทวิทยา จำนวน 28 คน ทั่วโลก ที่ได้หารือในเรื่อง วิกฤตสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ได้ข้อสรุปที่น่าตกใจว่า ปัญหาสุขภาพจิตที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ประเทศทั่วโลก อาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึง 500 ล้านล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้กับการรักษา ซึ่งวิกฤตดังกล่าวอาจส่งผลร้ายระยะยาวแก่ผู้คนและเศรษฐกิจทั่วโลก ภายในปี 2030

 

 

Vikram Patel ศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard กล่าวว่า ปัญหาเรื่องภาวะเจ็บป่วยทางจิตเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วทุกมุมโลกในช่วง 25 ปี ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนในสังคมกำลังแก่ชราลง และเด็ก ๆ ก็กำลังย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวกันมากขึ้น แต่ไม่มีประเทศไหนเลย ที่จะลงทุนเพื่อรับมือกับปัญหานี้อย่างเพียงพอ ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าไม่มีปัญหาสุขภาพใดของมวลมนุษยชาติ ที่จะถูกละเลยมากเท่ากับปัญหาเรื่องของสุขภาพจิต

องค์การอนามัยโลกคาดประมาณว่า มีคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 300 ล้านคน โรคสมองเสื่อม 50 ล้านคน โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้วอีก 60 ล้านคน และโรคจิตเภท 23 ล้านคน

โดยพบว่าตัวเลขของผู้ป่วยทั้งหมดนี้ ส่วนมากมีสาเหตุมาจาก การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นต้น รวมถึงการถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว ถูกทรมาน และถูกจำคุกด้วย

 

 

Richard Horton หัวหน้าบรรณาธิการวารสารทางการแพทย์ The Lancet Commission แนะนำให้เปลี่ยนวิธีการดูแลผู้ป่วยทางจิต ด้วยการใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน เช่น การพูดคุย และคอยเอาใจใส่ ไม่ใช่รักษาโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้รายงานดังกล่าวจะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่วิกฤติที่กำลังเติบโตอยู่นี้ มีแนวโน้มจะเป็นปัญหาต่อคุณภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็เกี่ยวกับเรื่องเงินทองที่ต้องใช้ในการจ่ายค่ารักษานั่นเอง

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment