ตำนานพ่อมดเมอร์ลิน ผู้อยู่เบื้องหลังเอกซ์คาลิเบอร์ แท้จริงแล้วมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ?

พ่อมดเมอร์ลิน หนึ่งในบุคคลปริศนาที่มีความสามารถระดับเทพ กับการรอวันมาเฉลยว่าเขานั้นมีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ หรือเป็นเพียงนิยายตำนานที่เล่าขานกันมา มีผู้วิเคราะห์และวิจารณ์ ไว้ดังนี้ครับ

ชื่อ “เมอร์ลิน” (Merlin) ปรากฏครั้งแรกอยู่ในบทนิพนธ์ของ จอฟฟรีย์ มอนเมาธ์ ซึ่งประพันธ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1136 เรื่อง “ประวัติกษัตริย์ แห่งบริเทน”

ทว่าต่อมาเมื่อเขาเขียนบทนิพนธ์เล่มใหม่ มอนเมาธ์กลับนำเอาภาษาละตินนามว่า “เมิร์ดดิน” มาใช้เป็นชื่อของพ่อมดที่มีบทบาทอยู่ในตำนานพื้นบ้าน ของชาวเวลส์ในช่วงศตวรรษที่ 6 แต่เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนมอนเมาธ์นำเอามาเขียนหลายร้อยปี จึงพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่า เมิร์ดดินกับเมอร์ลินเป็นพ่อมดตนเดียวกันหรือไม่ ?

ล่วงมาถึงปี ค.ศ. 1960 เอ.โอ.เอช. จาร์แมน นักประวัติศาสตร์คนแรก ที่เริ่มต้นค้นคว้าหาต้นกำเนิดที่แท้จริงของเมอร์ลิน เขาติดตามร่องรอยไปในแถบสกอตแลนด์ที่มีตำนานเล่าขานตั้งแต่ครั้งก่อนประวัติศาสตร์ ถึงเรื่องของ “คนป่า” ซึ่งไม่ปรากฏนาม เขาผู้นั้นถูกขับไล่ด้วยสาเหตุบางอย่างให้มาอยู่ในป่าลึกและใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าสัตว์ทั้งหลาย

ต่อมาคนป่าผู้นี้ก็ได้มีอำนาจพิเศษในการพยากรณ์อนาคต รวมทั้งได้รับการตั้งชื่อว่า “ลายโลเคน” เรื่องของเขาถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์สมัยศตวรรษที่ 6 และ 7 ของบริเทนทางตอนเหนือ ตลอดจนถึงศตวรรษที่  8 และ 9 ของแคว้นเวลส์ และช่วงนี้เองที่จาร์แมนระบุว่าชื่อของเขาได้เปลี่ยนไปเป็นเมิร์ดดิน ตรงกับที่มอนเมาธ์เคยบอกไว้ (นั่นเท่ากับว่าเขาจะมีอายุยืนยาวกว่า 300 ปีเลยทีเดียว)

ตำนานอีกเวอร์ชั่นกล่าวถึงช่วงที่ “เมอร์ลิน” ได้มาอยู่ในราชสำนักไว้ดังนี้

กษัตริย์วอร์ติเกิร์นแห่งเวลส์ ประสงค์จะสร้างป้อมปราสาทที่แข็งแรงไว้ป้องกันศัตรู แต่ทุก ๆ คืนเมื่อทำการก่อสร้างเสร็จอิฐและปูนจะพังทลายลงมาอย่างลึกลับ เหล่าโหราจารย์จึงทูลว่า วิธีแก้ไขคือใช้โลหิตเด็กชายที่ไร้บิดามาหยดลงบนแท่งหินก่อสร้าง กษัตริย์จึงรับสั่งให้เหล่าทหารออกค้นหาและนำตัวเมอร์ลินมาเข้าเฝ้า เพราะเขาเป็นบุตรของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่มีเพียงมารแต่ไม่มีบิดา

โดยเจ้าหญิงได้ชี้แจงว่าเธอนั้นเป็นสาวบริสุทธิ์ แต่คืนหนึ่งมีบุรุษทองคำลอบมาสมสู่และให้กำเนิดเด็กน้อยเมอร์ลิน ซึ่งมีความสามารถในการพยากรณ์ เมอร์ลินได้ทูลต่อกษัตริย์ว่า การที่สิ่งก่อสร้างไม่สำเร็จนั้น เป็นเพราะภายใต้ป้อมปราสาทมีโพรงหินขนาดใหญ่ ซึ่งภายในมีมังกรสองตัว ตัวหนึ่งสีแดง อีกตัวหนึ่งสีขาว มังกรทั้งสองจะต่อสู้กันอย่างสุดฤทธิ์ทุกคืน ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนจนกำแพงที่ก่อสร้างไว้พังทลายลง

เมื่อวอร์ติเกิร์นบัญชาให้ขุดดูก็พบว่าเป็นจริงตามคำของเด็กน้อย ซึ่งเมอร์ลินก็ได้ทูลเพิ่มเติมว่า มังกรแดงนั้นเป็นสัญลักษณ์ของบริเทน ส่วนมังกรขาวเป็นตัวแทนของเผ่าแซกซอนส์ และเมื่อเวลาผ่านไปมังกรขาวจะมีชัยเหนือมังกรแดง ที่สำคัญคือเมอร์ลินได้ทำนายถึง “การมาของอาร์เธอร์” ไว้ด้วย และนี่ก็คือต้นกำเนิดแรกสุดของตำนาน “อาร์เธอร์กับอัศวินโต๊ะกลม” ครับ

ดาบในศิลา เมื่อกษัตริย์อูเธอร์เสด็จสวรรคต จึงทำให้แผ่นดินในสมัยนั้นต่างแยกตัวออกไปปกครองตนเอง ทำให้อาณาจักรวุ่นวายเป็นอย่างมากทุกคนต่างแย่งชิงบัลลังค์เพื่อจะขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ จึงทำให้พ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นเมอร์ลินได้ใช้เวทมนตร์ฝังดาบเข้าไปในศิลา ผู้ที่มีความชอบธรรมเท่านั้นจึงจะดึงดาบเล่มนี้ออกจากหินและได้เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ แต่ก็ไม่มีใครสามารถดึงออกมาได้ และในที่สุดอาเธอร์ในวัย 15 ปี ก็ดึงดาบออกจากหิน และได้ครองบังลังค์ต่อจากบิดา และยึดพื้นที่ทั้งหมดรวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่นตามเดิมจนสำเร็จ

อ่านต่อ – มหาวิทยาลัยอินเดีย เปิดสอนวิชา “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เน้นศึกษากฏหมายในโลกเวทมนต์