ก่อนหน้านี้ Flagfrog เคยนำเสนอ บทความเกี่ยวกับ “ถุงพลาสติก…ในจุดที่ลึกที่สุดในโลก” ซึ่งเราไม่คาดคิดเลยว่า ผลกระทบนี้จะส่งผลมาสู่มนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2018 หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรียได้เผยผลวิจัย หลังจากที่ได้ค้นพบว่า ไมโครพลาสติกที่อยู่ในสัตว์ได้เดินทางเข้าสู่ร่างกายมนุษย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทีมวิจัยออสเตรีย ได้นำอุจจาระจากผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 8 คน จาก 8 ประเทศ ออสเตรีย อิตาลี ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ญี่ปุ่น รัสเซีย และสหราชอาณาจักร โดยแต่ละคนได้รับประทานอาหารประจำวันแบบปกติ (ผู้ที่ร่วมการทดลองไม่มีใครทานมังสวิรัต และมี 6 คนที่ทานปลาทะเล) ก่อนที่จะส่งอุจจาระของพวกเขาให้หน่วยงานได้วิเคราะห์

 

 

ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่เข้าร่วมการทดลองทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ โพลีเอธีลีน (ส่วนประกอบของถุงพลาสติก) // โพลีพรอพีลีน (ฝาขวดน้ำ) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ (ที่พบได้จากท่อพีวีซี) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น (พลาสสติกที่ว่ามานี้อันตรายทุกตัว)

“การตรวจสอบครั้งนี้ ช่วยยืนยันสิ่งที่เราสงสัยมานานว่า พลาสติกสามารถเดินทางไปถึงลำไส้ของมนุษย์ได้หรือไม่ และตอนนี้เราก็ได้คำตอบออกมาแล้วว่าได้”ฟิลลิป ชวาลบ์ หนึ่งในสมาชิกทีมวิจัย กล่าว

และแม้ว่าเราจะสามารถขับถ่ายมันออกมาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะขับออกมาได้ทั้งหมด ภายในร่างกายยังมีอวัยวะตัวกรองต่าง ๆ อีกมากมาย และหากตกค้างอยู่ในร่างกายนาน ๆ ย่อมส่งผลร้ายแรงอย่างแน่นอน พลาสติกบางชนิดมีคาร์ซิโนเจนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง หรือพลาสติกบางตัวจะไปรบกวนต่อมไร้ท่อในร่างกาย ทำให้ฮอร์โมนและระบบประสาททำงานผิดเพี้ยนไป

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในการแก้ปัญหาโลกร้อน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่ตัวเรา แยกขยะ ลดใช้ถุงพลาสติก เห็นคุณค่าของสิ่งของ อย่าปล่อยให้สายเกินแก้แล้วค่อย “วัวหายล้อมคอก” กันเลยนะ ขอบคุณครับ

Fact – การกินอาหารจากกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า

อ่านต่อ – ขยะพลาสติก แพร่กระจายสู่ธรรมชาติ และกลับมาหาเราผ่านทาง “ยุง”

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน