ตามกฎแรงโน้มถ่วง มวลทุกชิ้นในเอกภพดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วงเสมอ ดังนั้นแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ก็จะดึงดูดร่างกายรวมถึงน้ำในร่างกายของเราด้วย แต่ว่าแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่กระทำต่อผู้คนบนโลกนั้นเล็กน้อยมาก เนื่องจากแรงดึงดูดจะแปรผกผันกับกำลังสองของระยะทาง แรงโน้มถ่วงจากมวลร่างกายของแม่ที่กอดลูกอยู่ยังดึงดูดร่างกายของเด็กมากกว่าแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ทั้งดวงที่กระทำต่อตัวเด็กน้อยหลายเท่า

จึงทำให้ความเชื่อที่ว่าแรงดึงดูดของดวงจันทร์ส่งผลต่อน้ำในร่างกาย เฉกเช่น ปรากฏการณ์น้ำขึ้น–น้ำลง นั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดแบบ 50-50  นั่นก็เพราะ มันดูดจริงแต่ไม่มีผลออกมาเป็นรูปธรรม

เนื่องจากโลกมีขนาดใหญ่พอที่ทำให้แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ที่กระทำต่อโลกด้านที่หันหาดวงจันทร์มีมากกว่าด้านที่หันออกจากดวงจันทร์ ทำให้มวลน้ำ “ป่องออก” และเมื่อบวกกับโลกหมุนรอบตัวเองก็ทำให้เกิด น้ำขึ้น–น้ำลง ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ซึ่งมีค่าน้อยมากอยู่แล้วจึงไม่มีความแตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเทียบจากมุมไหนของร่างกาย

ฉะนั้นความเชื่อที่ว่าแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ ส่งผลต่อน้ำในร่างกาย ทำให้เกิดอาการต่างๆนั้น ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ถ้าไม่เชื่อเราจะคำนวณให้ดู

 

 

ดวงจันทร์มีมวลน้อยกว่าโลก 80 เท่า และอยู่ห่างไปราวๆ 384000km หรือห่างจากระยะเราถึงศูนย์กลางมวลโลกไป 60.3 เท่า
แรงโน้มถ่วงแปรผันกับมวล และผกผันกับระยะทางกำลังสอง
ดังนั้นแรงที่ดวงจันทร์ดึงเราจะน้อยกว่าที่โลกดึงเรา = 80*(60.32) = 290,000 เท่า ตีว่าสามแสน
ถ้าดวงจันทร์อยู่เหนือหัวเราพอดี เราจะ “เบาลง” จริงๆครับ เบาลง 1/300000 ส่วน

สรุป แรงดึงดูดที่ดวงจันทร์มีต่อน้ำในร่างกายของเรามันน้อยมากจนแทบไม่เกิดผลอะไรเลยหล่ะครับ เพราะแรงดึงดูดมันน้อยมากๆๆๆๆนั่นเอง

source , source2

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน