ย้อนอดีตไปเมื่อหลายพันปีก่อนคริสตกาล “เจ้าหญิง อาเมน-รา” (Amen-Ra) มีพระชนม์ชีพในช่วงประมาน 1500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งหลังจากสิ้นพระชนน์ ได้มีการบรรจุพระศพของพระองค์ในโลงศพไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และฝังในสุสานหลวง ลักซอร์ (Luxor) ริมฝั่งแม่น้ำไนล์

จนในช่วงปลายคริสต์ศักราช 1890 กลุ่มมหาเศรษฐี 4 คน ได้มาเยี่ยมชมอุโมงค์บรรจุพระศพที่ลักซอร์ จึงตกลงซื้อขายซื้อขายโลงบรรจุพระศพมัมมี่ของเจ้าหญิงอาเมน-รา ด้วยราคาไม่กี่พันปอนด์ และคำสาปก็ได้เริ่มทำงาน

  • เศรษฐีคนที่ 1 ผู้สั่งเคลื่อนย้ายพระศพให้นำไปเก็บไว้ภายในโรงแรมที่เขาพักอยู่ แต่อีก 2 ชั่วโมงต่อมาเขาก็หายตัวไป พนักงานเล่าว่าเห็นเขาเดินตรงไปทางทะเลทราย และไม่มีใครพบเขาอีกเลย
  • เศรษฐีคนที่ 2 ถูกคนรับใช้ชาวอียิปต์ยิง โดยอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ บาดแผลที่ถูกยิงตรงแขนข้างหนึ่งของเขาเกิดเป็นแผลร้ายแรงจนต้องตัดแขนทิ้ง ทำให้เขาหันหลังให้วงการของลึกลับไปเลย
  • เศรษฐีคนที่ 3 เมื่อกลับถึงบ้าน (แต่ไม่ได้เอาพระศพมาด้วยนะ) ถูกธนาคารยึดทรัพย์สิน จนหมดเนื้อหมดตัว สาเหตุจากเขาทำธุรกิจจนล้มละลาย
  • เศรษฐีคนที่ 4 ทุกข์ทรมานจากโรคร้ายและหมดเนื้อหมดตัว จนต้องออกมาขายไม้ขีดไฟตามท้องถนน

 

 

ต่อมาโลงพระศพได้ย้ายมาสู่ประเทศอังกฤษตามคำสั่งซื้อของนักธุรกิจคนหนึ่งแห่งกรุงลอนดอน โดยที่ระหว่างการขนส่งก็เกิดเหตุประหลาดเป็นอุปสรรคตลอดเส้นทาง หลังจากมัมมี่มาอยู่ในการครอบครอง สมาชิกในครอบครัวของนักธุรกิจผู้นั้นก็เริ่มถูกคำสาปเล่นงาน ทั้งประสบอุบัติเหตุบนถนน และบ้านก็ถูกไฟไหม้ นักธุรกิจผู้นั้นจึงตัดสินใจบริจาคโลงอาถรรพ์แก่พิพิธภัณฑ์อังกฤษ แต่มันไม่จบอย่างที่เขาคิด เพราะเหตุการณ์ร้ายๆก็เกิดขึ้นอีกมากมายภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้น เช่นกัน

  • เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ 2 คนกำลังกำลังขนบพระศพขึ้นบันไดนั้น คนหนึ่งเกิดพลาดตกลงมาขาหัก ส่วนอีกคนไม่เป็นอะไรแต่อีก2วันต่อมาเขากลับเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์มือบอนคนหนึ่ง ทะลึ่งนำผ้าขี้ริ้ววางปิดภาพใบหน้าที่วาดบนโลงเพื่อลบหลู่ หลังจากนั้นลูกของเขาก็ตายด้วยโรคหัด
  • สุดท้ายทางพิพิธภัณฑ์จึงตัดสินใจ ขนย้ายพระศพไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดิน แต่ในอาทิตย์เดียวกันนั้นจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่มีส่วนช่วยเคลื่อนย้ายโลงพระศพก็ล้มป่วยลง รวมทั้งผู้ดูแลการเคลื่อนย้ายก็เสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน
  • มีผู้เกี่ยวข้องที่เสียชีวิตกว่า 20 คน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ ต่อมา…

 

 

ปี 1912 ในที่สุดก็มีนักโบราณคดีอเมริกันผู้ไม่เชื่อถือในเรื่องอาถรรพ์ของมัมมี่ ยินดีจ่ายเงินจำนวนมหาศาล เพื่อเคลื่อนย้ายมัมมี่มาที่นครนิวยอร์ก โดยขอให้ส่งโลงมัมมี่ของเจ้าหญิงมาพร้อมกับ “เรือไททานิก” จนกระทั่งในคืนวันที่ 14 เมษายน เจ้าหญิงแห่งอาเมน-รา พาผู้โดยสารอีก 1,500 คนสู่ความตาย ในก้นบึ้งมหาสมุทรแอตแลนติก

อย่างไรก็ตามดูเหมือนเรื่องนี้จะกลายเป็นแค่คำบอกเล่าแบบปากต่อปาก เพราะจากหลักฐานคือบัญชีบันทึกสิ่งของที่นำลงเรือไททานิกไปนั้น ไม่ปรากฏว่ามีโลงบรรจุพระศพมัมมี่เจ้าหญิงอาเมน-รา ขึ้นเรือไททานิกไปด้วย หากแต่ก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่เชื่อว่า เป็นเพราะนี่คือโลงศพจึงต้องแอบนำขึ้นเรือมาเพื่อไม่ให้มีใครรู้ จึงไม่ปรากฏในบัญชีสิ่งของที่ส่งทางเรือนั่นเอง

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment