นาซ่าหัวร้อน หลังแจ้งเตือนเรื่อง “ดาวตกพุ่งชนโลก” ไปกี่ครั้ง คนก็มองเป็นเรื่องตลก

เห็นดาวตก (meteor) พุ่งชนโลกเป็นเรื่องเล่น ๆ กันเหรอ !?

จิม ไบรเดนสไตน์ (Jim Bridenstine) ผู้บริหารองค์การนาซ่า ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่ชาวโลก ต่างตอบสนองต่อภัยคุกคามในเหตุการณ์ “ดาวตกพุ่งชกโลก” เหมือนเป็นเพียงแค่เรื่องตลกและเรื่องล้อเล่น โดยกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลกเลยสักนิด ! ภัยคุกคามจากดาวตกที่กำลังจะพุ่งชนโลกมันยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด

โดยเขาได้พูดถึงเรื่องนี้ ในวันงานประชุม International Academy of Astronautics ‘Planetary Defense Conference (29 เมษายน 2019) ว่า “เหตุผลที่นาซ่าต้องจริงจังเพราะผู้คนส่วนมากมองเรื่องนี้เป็นเรื่องขำขันกันไปเสียหมด บ้างก็ว่าเป็นทฤษฎีไร้สาระที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง

เราอยากจะมั่นใจว่าผู้คนไม่ได้มองเรื่องนี้เป็น ‘หนังฮอลลีวูด’ เพราะนี่ไม่ใช่หนัง … แต่มันคือการปกป้องดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่เรามีอยู่ในตอนนี้ ซึ่งดาวเคราะห์ดวงนั้นก็คือดาวโลกของเรา”

และเขายังได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือน กุมภาพันธ์ 2013 ดาวตกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เมตร และเดินทางด้วยความเร็ว 40,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ได้พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกและระเบิดเหนือเมืองเชเลียบินสค์ ใจกลางประเทศรัสเซีย

ในวันนั้น ลูกอุกกาบาต (meteorite) ที่แตกกระจายออกมาจากดาวตกได้ปะทะเข้ากับภูมิภาคดังกล่าวพร้อมลูกไฟสว่างจ้าบนท้องฟ้า การระเบิดของอุกกาบาตมีพลังงานเทียบเท่าแรงระเบิดปรมาณูในฮิโรชิม่าถึง 30 เท่า มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,400 ราย โดยมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ได้รับบาดแผลจากเศษกระจกที่แตกกระจายออกมา

นายบริเดนสตีนกล่าวว่า “ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะบอกคุณว่าเหตุการณ์เหล่านี้มันแตกต่างจากเหตุการณ์อื่น แต่ที่จริงมันเหมือนกัน”

วีดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์

แบบจำลองของนาซ่าพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น “ประมาณ 60 ครั้งต่อปี” และในวันที่เกิดเหตุการณ์ที่กล่าวมา ดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่กว่าก็ได้เข้ามาใกล้โลกในระยะทาง 17,000 ไมล์ แต่ก็ได้เฉียดฉิวจากดาวโลกไปอย่างหวุดหวิด

หากมีกรณีเช่นนี้อีก องค์การนาซ่าวางแผนที่จะทำการวัดความเร็วและตรวจสอบวิถีการเคลื่อนที่ของวัตถุจากอวกาศที่ตกลงมา จากนั้นจึงจะตัดสินใจว่าจะหาวิธีเบี่ยงเบนทิศทางของมันออกไปจากโลก หรือจะอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ที่มันจะตกกระทบ ได้อย่างไร

ท้ายที่สุดองค์การนาซ่าก็ยังคงมีความรับผิดชอบมากพอที่จะรับผิดชอบชีวิตของประชากรโลกต่อไป เพียงแต่ประชากรโลกต้องพากันตื่นตัวและให้ความร่วมมือมากกว่านี้ หากวันหนึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเกิดขึ้น แต่ประชากรโลกยังคงเฉื่อยชาและมองเรื่องข่าวอุกกาบาตเป็นเรื่องล้อเล่นแบบนี้ นาซ่าเองก็คงรับประกันชีวิตของผู้คนไม่ได้เหมือนกัน

สรุป – จิม ไบรเดนสไตน์ (Jim Bridenstine) ผู้บริหารองค์การนาซ่าต้องออกมาเตือนด้วยตัวเอง เนื่องจากผู้คนมักมองข่าวดาวตกพุ่งชนโลกเป็นเรื่องเล่น ๆ เหมือนในหนัง Hollywood และคิดว่าทฤษฎีนี้มันไร้สาระ เขาจึงเน้นย้ำว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่นาซ่าต้องจริงจัง เขาได้ลำลึกถึงเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนใจกลางประเทศรัสเซียที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากมาย

แต่ถึงจะหัวร้อนอย่างไร เขาก็ยังยืนยันจะทำหน้าที่ขององค์การนาซ่าต่อไป โดยวางแผนที่จะรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต ขั้นแรกคือการหาวิธีเบี่ยงเบนทิศทางของวัตถุที่จะตกลงมา หรือไม่ก็อาจจำเป็นจะต้องมีการอพยพผู้คนออกไปยังที่ปลอดภัย ทว่าวิธีการดังกล่าวต้องอาศัยความตื่นตัวและความร่วมมือจากประชาชนด้วยเช่นกัน

Fact – หลายคนอาจสับสนกับคำว่า “meteoroid, asteroid, meteorite, และ meteor

  • Meteoroid = สะเก็ดดาว: เศษวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ มีขนาดตั้งแต่ก้อนหินขนาดใหญ่ลงไปถึงผงฝุ่น เมื่อสะเก็ดดาวเคลื่อนที่เข้าสู่บรรยากาศของโลก (หรือของดาวเคราะห์อื่น) จะทำให้เกิดความร้อนและเกิดแสงสว่างจนมองเห็นเป็นดาวตก
  • Asteroid = ดาวเคราะห์น้อย: วัตถุทางดาราศาสตร์ขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ (Planet) แต่ใหญ่กว่าสะเก็ดดาว
  • Meteor = ดาวตก: สะเก็ดดาวที่ลอยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก (หรือของดาวเคราะห์อื่น)
  • Meteorite = ลูกอุกกาบาต: ชิ้นส่วนที่แตกกระจายของดาวเคราะห์น้อย, สะเก็ดดาว, หรือดาวตก

กล้อง OSIRIS-REx จับภาพดาวเคราะห์น้อย Bennu ได้ในวันที่ 29 ตุลาคม 2018 จากระยะห่างจากโลกประมาณ 130 ล้านกิโลเมตร ทำให้มันถูกจัดอยู่ใน ดาวเคราะห์น้อย “อันตราย” เนื่องจากมีโอกาส 1 ใน 2,700 ที่จะพุ่งชนโลกภายใน ค.ศ. 2101 ถึง 2200

อ่านต่อ – นักบินอวกาศ “ปล่อยอุนจิ” พุ่งสู่ชั้นบรรยากาศโลก เผาไหม้รุนแรงจนกลายเป็นดาวตก