Night-Witches (แม่มดรัตติกาล) ฝูงบินหญิงล้วนแห่งโซเวียต ฝันร้ายของกองทัพเยอรมัน

โดยส่วนใหญ่แล้วจากการที่ผมได้เปิดตำราค้นคว้าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของวีรบุรุษเลื่องชื่อหลายต่อหลายคน ผมมักพบว่าเบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขามักจะมีผู้หญิงคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเสมอ และแน่นอนโดยเฉพาะในโลกยุคอารยะที่พวกเรามีความเท่าเทียมกัน ผู้หญิงสามารถผลักดันอนาคตและแสดงความสามารถศักยภาพของตนได้เทียบเท่ากับผู้ชาย

หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำในบางสถานการณ์ เพราะต้องยอมรับว่ารูปแบบการตัดสินใจของผู้หญิงและผู้ชายนั้นค่อนข้างที่จะแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งมันได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า “เพศหญิง” แม้จะมีความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์และตัดสินใจอย่างฉับพลัน (Reflex) ต่ำกว่าผู้ชาย แต่ก็มีความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึกและมีความรอบครอบมากกว่าเพศชายอย่างมีนัยยะสำคัญ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงอาจจะทำให้ในสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพแดงแห่งสหภาพโซเวียตจึงตั้งฝูงบินหญิงล้วนขึ้นมา โดยเป็นกองบินทิ้งระเบิดยามค่ำคืน ที่มีชื่อกองกำลังว่า “หน่วย 588” (The 588th Night Bomber Regiment) แห่งกองทัพอากาศโซเวียต ซึ่งมีชื่อเล่นที่ใช้ข่มขวัญทหารเยอรมันว่า The Night Witches แปลไทยเก๋ ๆ ว่า แม่มดรัตติกาล

ถึงแม้ว่าเครื่องบินบางลำของพวกเธอจะมีการวาดลายดอกไม้ไว้ติดข้างลำ แต่อย่าได้สบประมาทฝูงบินแม่มดฝูงนี้เป็นอันขาด เพราะสถิติความสำเร็จต่อภารกิอถือว่าสูงลิ่ว พวกเธอสามารถบินลอบเข้าไปทิ้งระเบิดใส่ข้าศึกได้มากถึง สามหมื่นเที่ยวบิน และยังมีภารกิจส่งยุทธภัณฑ์ซึ่งรวมกันแล้วทั้งหมดหนักกว่า สองหมื่นสามพันตัน ตลอดสี่ปีของการรุกคืบเข้ามาจากฝ่ายเยอรมัน

และที่สำคัญ ในทุก ๆ ภารกิจที่ว่านั้น พวกเธอต้องขึ้นบินโดยปราศจากเรดาร์นำทาง ไม่มีปืนป้องกันตัวเอง ไม่มีเครื่องบินต่อสู้บินประกบ ไม่มีวิทยุ ไม่มีแม้แต่ร่มชูชีพ เพราะต้องปฏิบัติภารกิจให้ตรงตามชื่อหน่วย “แม่มดรัตติกาล” นั่นเอง สิ่งที่ฝูงบินทิ้งระเบิดกลางคืนพกไปได้มีเพียงแค่แผนที่, เข็มทิศ, ไม้บรรทัด, ไฟฉาย และดินสอเท่านั้น เพื่อประหยัดน้ำหนักบรรทุกให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นหมายความว่าหากถูกตรวจพบก็เท่ากับตายทันที ถือเป็นหนึ่งในงานที่เสี่ยงและอันตรายเป็นอย่างมาก

นักรบสาวเหล่านี้เป็นผลผลิตมาจากความกระตือร้นที่จะร่วมสงครามของผู้หญิงในสหภาพโซเวียต ผ่านการปลุกระดมภายในประเทศ เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ ชาติในสมัยนั้น เพียงแต่โซเวียตเป็นประเทศแรกในสงครามโลกครั้งที่สองที่เปิดโอกาสให้พวกเธอได้แสดงศักยภาพบนท้องฟ้าอากาศ (ทหารบกหญิงที่รบในแนวหน้ามีมาก่อนหน้านี้นานแล้ว)

พวกเธอสร้างวีกรรมจนทำให้ทหารเยอรมันถึงกับขยาดกลัว ไม่กล้าจุดไม้ขีดไฟตอนกลางคืน และตั้งสมญาแม่มดให้ จากเทคนิคในการบิดผาดโผนที่เหมือนกับ แม่มดขี่ไม้กวาด” และเสียงระเบิดที่หย่อนลงมา ฟังคล้ายกับเสียงหวีดร้องของแม่มดนั่นเองครับ

กองบินทิ้งระเบิดกลางคืน หน่วย 588 ผ่านการอณุมัติให้ตั้งขึ้นโดยตรงจาก โจเซฟ สตาลิน ผู้นำสหภาพโซเวียต ในปี 1941 โดยให้ใช้นักบินหญิงล้วนทั้งหมดสามฝูงบิน รวมทั้งทหารทั้งหมดในกองบินที่ประจำการก็เป็นผู้หญิงทั้งสิ้น ตั้งแต่ผู้บัญชาการกองบิน ไปจนถึงช่างเครื่อง รวมทั้งหมดเป็นหญิงสาวอายุตั้งแต่ 17-26 ปี รวมกันมากกว่า 400 คน ประจำการที่ฐานในเมือง Engels ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Stalingrad นัก

เครื่องบินที่กองบินแม่มดใช้คือเครื่องรุ่น Polikarpov Po-2 แบบสองที่นั่ง ปีกคู่ (biplane) เป็นเครืองบินขนาดเล็กและบอบบางมาก บรรทุกระเบิดไปได้เพียงแค่ครั้งละสองลูก และไม่สามารถติดอาวุธหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมได้ ทำให้ต้องมีการบินไปกลับหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นข้อดีของมันก็คือมีขนาดเล็กและเคลื่อนที่ฉวัดเฉวียนได้ดีทำให้เรดาห์ตรวจจับได้ยาก

ซึ่งเครืองรุ่นนี้เองได้สร้างตำนานยอดนักบินหญิงอีกคนนึงไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เธอคือ นาเดชา ปอโปว่า (Nadezhda Popova) นักบินหญิงที่ทำภารกิจสำเร็จมาแล้วมากถึง 852 ภารกิจ แถมเธอยังเคยทำภารกิจสำเร็จ 18 ภารกิจภายในคืนเดียว เรียกได้ว่าเป็นตำนานประจำกองบินเลยก็ว่าได้ครับ

นาเดชา ปอโปว่า ตำนาน 852 ภารกิจ

แต่ไม่ใช่ว่าทุกเที่ยวบินจะสำเร็จ เพราะเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมาก ทำให้ตลอดจนจบสงครามกองบินแม่มดต้องสูญเสียนักบินไปมากถึง 23 คน รวมถึงผู้บัญชาการกองบินหญิงอย่าง มารีน่า มอสโคว่า (Marina Raskova) หญิงแกร่งที่เป็นคนบุกเบิกและเสนอให้มีกองบินนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรกด้วย

อย่างไรก็ตามภายหลังสงครามสิ้นสุด ในวันแห่งชัยชนะ (victory-day) ขบวนพาเรดที่จัดขึ้นในมอสโควไม่มีฝูงบินแม่มดเข้าร่วมในขบวนบินโชว์ ด้วยเหตุผลที่ว่าเครื่องบินที่พวกเธอใช้นั้นช้าเกินไปเมื่อเทียบกับฝูงบินอื่น ๆ ของโซเวียต

Fact – จากข้อมูลของ ncbi ที่ได้ทำการเก็บสถิติวัดระดับความเจ็บปวด “The Pain of Labour” ระบุว่า เมื่อคลอดลูก ผู้หญิงกว่า 90% จะต้องเผชิญกับระดับความเจ็บปวดที่รองลงมาจากการถูกไฟเผา ซึ่งอยู่ในระดับที่ 11 และผู้ชายส่วนมากสามารถทนได้เพียงระดับที่ 10 เท่านั้น (การถูกไฟเผาทั้งเป็นถือเป็นความเจ็บปวดที่ทรมานมากที่สุดคือระดับที่ 12)

อ่านต่อ – เจาะลึกเรื่องราว ของอาชีพที่น่าสงสารที่สุดในประวัติศาสตร์โลก “ขันที”

14 E-book Flagfrog