สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเจ้า Oumuamua (อ่านว่า โอ-มู-อา-มู-อา) แต่ผมเรียกว่า “โอมัวมัว” ตามสื่อหลักทางฝั่งอเมริกา (อารมณ์แบบชื่อเล่น) ซึ่งมาจากภาษาฮาวายที่แปลว่า “ผู้ส่งสารจากแดนไกลที่มาเยือนเป็นคนแรก” ให้คลิ๊กเข้าไปอ่านเรื่องนี้ก่อนนะครับ – ทำความรู้จัก “โอมัวมัว” ดาวเคราะห์น้อยรูปร่างประหลาด ที่เดินทางมาจากระบบสุริยะอื่น

โดยปกติแล้ว ดาวแต่ละดวงจะมีวิถีการเคลื่อนที่ที่แน่นอน ซึ่งหากไม่มี “ปัจจัยภายนอก” อื่นๆ มากระทบ เช่น ชนกับดาวอื่น มีแรงโน้มถ่วงของดาวอื่นมากระทำ วัตถุนั้นก็จะไม่เปลี่ยนทิศทาง แต่เจ้า “โอมัวมัว” กลับเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่มีปัจจัยภายนอกอื่น ที่สำคัญคือมันเร่งความเร็วมากยิ่งขึ้น

 

 

ปล.ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คำนวณว่ามันจะเดินทางออกไปจากระบบสุริยะของเราภายในเวลา 5 ปี นับตั้งแต่การค้นพบเมื่อปี 2017 แต่เมื่อมันเปลี่ยนเส้นทางและเพิ่มความเร็ว จึงทำให้การคำนวณก่อนหน้านี้ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป (เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 70,000 ไมล์/ชั่วโมง และกำลังเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ)

จากข้อมูลข้างต้น นั่นหมายความว่าอะไร… หมายความว่า “โอมัวมัว” จะต้องเร่งความเร็วจาก “ปัจจัยภายใน” นั่นเอง แล้วโอมัวมัวทำได้ยังไงหล่ะ? นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่า มีการผลิตก๊าซบางอย่างจากพื้นผิวของดาวลึกลับนี้แล้วปล่อยออกมา สร้างเป็นแรงปฏิกริยา ทำให้เกิดการเร่งความเร็วนี้ขึ้น

จากเหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ทฤษฏีที่ว่า โอมัวมัว คือยานเอเลี่ยนที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมกาแล๊กซี่ของเรา น่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก ฮ่าๆๆ แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี 2018 “โอมัวมัว” ก็อยู่ไกลเกินกว่าที่จะเห็นได้จากกล้องโทรทรรศน์แล้ว และหากจะทำการสำรวจก็ขอให้เร่งรีบโดยเร็วที่สุด เพราะไม่แน่ว่ามันอาจเดินทางออกไปโดยการวาร์ปภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้เลย ก็เป็นได้

Fact – นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า “โอมัวมัว” คงล่องลอยอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกโดยไม่ได้ดึงดูดเชื่อมโยงกับระบบสุริยะใดเลยมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี ก่อนที่จะผ่านเข้ามายังระบบสุริยะของโลก

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment