Tuesday, June 18, 2019

แนะนำ

The Flash วิ่งได้เร็วที่สุดแค่ไหน ? การคำนวณคณิตฯง่าย ๆ นี้ มีคำตอบให้ทุกคนครับ

The Flash ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีความเร็วสูงที่สุดในจักรวาล ซึ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC Comics และเขาได้รับพลังความเร็วจากการที่ "เขาถูกฟ้าผ่าใส่ในขณะที่อยู่ในห้องทดลอง ซึ่งมีสารเคมีหกใส่ทั่วร่างกาย" หลังจากนั้นเขาก็ใช้ชื่อ The Flash เพราะจะได้เข้ากับความเร็วของเขาที่มีความเร็วมากกว่า "ความเร็วแสง" ซึ่งมี The Flash หลายคนที่มีพลังความเร็ว และใช่ชื่อนี้ ถ้าตีค่าความความเร็วของ The Flash เป็นค่าทางคณิตศาสตร์จะได้ตัวเลขที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ เพราะความเร็วของเขามีมากพอจะ "วิ่งรอบโลกได้ 7...

เฉลี่ยแล้วคนเรากลืนพลาสติกลงท้อง ขนาดเทียบเท่าบัตรเครดิต 1 ใบ ทุก ๆ สัปดาห์

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือ WWF เปิดเผยในรายงานว่า เฉลี่ยแล้วคนเราบริโภคพลาสติกประมาณ 5 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับบัตรเครดิต 1 ใบ เลยทีเดียว นักวิจัยพบว่าคนเราบริโภคพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร จำนวน 102,000 ชิ้นต่อปี หรือ 250 กรัมต่อปี และเกือบ 90% มาจากน้ำจากขวดน้ำและก๊อกน้ำ รวมไปถึงอาหารที่มีพลาสติกสูงที่สุดอย่าง หอย เบียร์...

“จัสติน บีเบอร์” ประกาศผ่านทวิต ขอท้าต่อย “ทอม ครูซ” บนสังเวียน UFC

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2019 หรือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องสุดงุนงงขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อ จัสติน บีเบอร์ ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์บัญชีส่วนตัวของตัวเองว่า "ผมอยากท้าสู้กับ ทอม ครูซ ในเวทีกรงจัง ทอม ถ้านายไม่กล้ารับคำท้านี้แปลว่านายกลัวและไม่กล้า นายจะไม่มีวันลืมเรื่องนั้นไปได้ ใครอยากจัดไฟท์นี้บ้าง ? สนไหม @danawhite" (@danawhite ดาน่า...

ล่าสุด

หนังเรื่อง Army of the Dead เกือบมีฉาก “ซอมบี้ข่มขืนคน” เพื่อนำเสนอซอมบี้มุมมองใหม่

ก่อนที่ผู้กำกับสายดาร์คอย่าง Zack Snyder (แซ็ค สไนเดอร์) จะมารับหน้าที่กำกับหนังซอมบี้เรื่อง Army of the Dead (2019) ที่กำลังจะเข้าฉายใน Netflix เร็ว ๆ นี้ แต่ทุกคนทราบหรือไม่ว่า บทของหนังเรื่องนี้ได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ในปี 2008 แล้ว ซึ่งในช่วงแรกตัวหนังกลับมีบทภาพยนตร์ฉากหนึ่ง ที่ แซ็ค สไนเดอร์ เป็นผู้เขียนไว้ ซึ่งมันโคตรหลุดโลก และถ้าทำออกมาเกรงว่าจะต้องเกิดดราม่าโคตร ๆ อย่างแน่นอน   นั่นคือ "ฉากซอมบี้ผู้ชาย รุมข่มขืนผู้หญิง และผู้หญิงที่ถูกซอมบี้รุมกระทำชำเราก็ให้กำเนิดเด็กทารก ที่เป็นครึ่งคนครึ่งซอมบี้" และนั่นมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างล้ำเส้นเกินไปหน่อย โชคดีที่บทนี้ถูกลบออกไปจากหนังเรื่อง Army of the Dead เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมันจะไม่ถูกนำมาใส่ในหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน ซึ่งบทของเรื่องนี้กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่อีกครั้งโดย Joby Harold (โจบี้ แฮโรลด์) คนเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง King Arthur: Legend...

โรค “ปารีสซินโดรม” อาการผิดปกติทางจิต ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในเฉพาะกรุงปารีสเท่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าอาการผิดปกติทางจิตสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ สภาพแวดล้อมรอบตัวแต่ละแบบล้วนมีตัวแปรมากมายที่จะส่งผลต่อสมอง และผลกระทบต่อสมองอาจส่งผลให้เกิดอาการทางจิตได้เช่นกัน ทว่ามีอาการทางจิตบางชนิดที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสถานที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น และหนึ่งในนั้นคืออาการ "ปารีสซินโดรม (Paris syndrome)" หรืออาการผิดปกติทางจิตที่สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะในกรุงปารีสเท่านั้น ทำไมอาการทางจิตประเภทนี้ถึงเรียกว่าปารีสซินโดรม ? ที่มาของชื่อเรียกมีสาเหตุมาจากสถานที่ที่สามารถพบเจออาการดังกล่าวได้ ซึ่งที่นั่นคือนครปารีสนั่นเอง ผู้ที่เป็นปารีสซินโดรมจะมีอาการอย่าไรบ้าง ? ผู้ที่เป็นปารีสซินโดรมอาจมีอาการขวัญอ่อน ตื่นตระหนกตกใจได้ง่าย หัวใจเต้นรัวผิดปกติ มองเห็นภาพหลอนที่ไม่มีอยู่ รวมถึงได้ยินเสียงแปลก ๆ ที่ผู้อื่นไม่ได้ยินอีกด้วย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างปกติ ตั้งสติไม่อยู่ และยังมีอาการความผิดปกติทางจิตอีกมากมาย ซึ่งผู้ที่เป็นปารีสซินโดรมอาจแสดงอาการแตกต่างกันออกไปแล้วแต่บุคคล เหตุใดผู้คนถึงเกิดอาการปารีสซินโดรม ? อาการดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากความผิดหวังอย่างรุนแรงหลังได้มาเยือนกรุงปารีสเป็นครั้งแรก โดยแต่เดิมผู้คนส่วนใหญ่มักวาดภาพกรุงปารีสไว้สวยหรูราวกับสวรรค์ สถานที่ดังกล่าวมักเป็นดินแดนแห่งความรักอันงดงามในความคิดของใครหลาย ๆ คน แต่ก็ใช่ว่านักท่องเที่ยวทุกคนที่ไปจะได้รับประสบการณ์ดี ๆ กลับมาตามที่ตัวเองหวัง หลังจากได้ไปสัมผัสกรุงปารีสจริง ๆ แล้ว นักท่องเที่ยวหลายคนกลับพบมูลสุนัขเรี่ยราดตามรายทาง พบผู้คนแก่งแย่งแซงคิวกัน ถูกโจรขโมยของตั้งแต่วันแรกที่ได้มาเยือน ความเครียดจากการเดินทางและความล่าช้าของเครื่องบินก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดอาการผิดติทางจิตดังกล่าว โดยรวมแล้วโรคปารีสซินโดรมก็คือโรคที่เกิดจากความเครียดรุนแรงและฉับพลันโดยไม่ทันตั้งตัวนั่นเอง การคาดหวังที่สูงมากก่อนไปเยือนกรุงปารีสก็จัดเป็นหนึ่งตัวแปรสำคัญเช่นกัน ใครเป็นเหยื่อรายหลักของปารีสซินโดรม ? ชาวญี่ปุ่นจัดเป็นเหยื่อรายหลักของปารีสซินโดรม โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศญี่ปุ่นได้ครองตำแหน่งชาติที่เป็นปารีสซินโดรมหลังจากมากรุงปารีสเป็นครั้งแรกมากที่สุด โดยสาเหตุหลักอาจเป็นปัญหาด้านภาษา วัฒนธรรมที่แตกต่าง และความคาดหวังที่สูงมากจากการไปท่องเที่ยวในกรุงปารีส ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเมืองดังกล่าวเปรียบเสมือน "ยูโทเปีย" ในความคิดของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลยทีเดียว Fact – ยูโทเปีย คือสถานที่หรือดินแดนในอุดมคติที่ผู้คนวาดฝันกันเอาไว้ ซึ่งมักเป็นที่ที่สวยงาม...

Aldabra Rail นกที่วิวัฒตัวเองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังสูญพันธุ์ไปเมื่อ 1 แสนปีก่อน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2019 นักวิทยาศาสตร์ได้เผยว่า Aldabra Rail นกที่สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อประมาณ 1 แสนปีก่อน ได้วิวัฒนาการตัวเองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และกลับไปอยู่บนเกาะอัลดาบรา ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณานิคมของพวกมันเมื่อหลายพันปีที่แล้ว นกกวักอัลดาบรา (Aldabra Rail) ถูกตั้งชื่อตามเกาะอัลดาบราของประเทศเซเชลส์ที่มันอาศัยอยู่ เป็นนกที่ไม่สามารถบินได้ และยังเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นสุดท้ายที่รอดชีวิตในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย เป็นลูกหลานของนก White-throated Rail และเป็นที่เชื่อกันว่าเหตุที่มันสูญเสียความสามารถในการบิน เป็นเพราะไม่มีนักล่าที่ทำให้มันต้องใช้ปีกในการบินหน Julian Hume นักบรรพชีวินวิทยาผู้ทำการวิจัยบอกว่า ฟอสซิลของนก Aldabra Rail ระบุว่ามันเคยมีชีวิตอยู่เมื่อราว 136,000 ปีที่แล้ว แต่เกาะอัลดาบรานั้นได้เคยจมลงใต้มหาสมุทร จึงทำให้สิ่งมีชีวิตบนเกาะเกือบทั้งหมดหายสาบสูญไป แต่ในเมื่อ Aldabra Rail ยังคงมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ มันจึงต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเพื่อพามันกลับมา นักวิจัยเชื่อว่าอาจเป็นเพราะหลังจากนก Aldabra Rail สูญพันธุ์เนื่องจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ นก White-throated Rail ที่เป็นต้นตระกูลของมัน ได้ย้ายไปตั้งอาณานิคมบนเกาะต่าง ๆ แต่พอระดับน้ำทะเลลดลง พวกมันก็กลับมาที่เกาะเดิมและวิวัฒนาการตัวเองเป็นนกที่บินไม่ได้อีกครั้ง นักวิจัยยังบอกอีกว่า White-throated...

รู้จักกับ “เห็ดวิเศษ” ที่แท้จริงแล้ววิเศษสมชื่อหรือไม่ ? และออกฤทธิ์ให้ลอยได้จริงหรือ ?

เห็ดวิเศษ (Magic mushroom) คือเห็ดชนิดหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่มักรู้จักกันในชื่อ “เห็ดขี้ควาย” เห็ดชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Psilocybe cubensis” และอยู่ในวงศ์ Strophariaceae ซึ่งสาเหตุที่คนไทยมักเรียกเห็ดชนิดนี้ว่าเห็ดขี้ควาย เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มักขึ้นอยู่ตามกองมูลควายแห้ง ซึ่งเกือบทั้งต้นของเห็ดจะเป็นสีเหลืองซีดคล้ายสีของกองฟาง ตรงกลางตัวร่มของเห็ดจะมีตั้งแต่สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีดำ เห็ดชนิดนี้จะมีแผ่นเนื้อเยื่อบาง ๆ สีขาวที่แผ่ขยายจนมาบรรจบเป็นวงแหวนล้อมรอบก้านเห็ด ในแถบบริเวณใกล้จะถึงตัวร่ม เรามักจะพบเห็ดชนิดนี้ได้ทั่วไปในแทบทุกภาคของประเทศไทย บริเวณหมวกของเห็ดสามารถมีเส้นผ่าศูนย์กลางได้มากสุดถึง 6.5 - 8.8 เซนติเมตรในช่วงโตเต็มวัย โดยความสูงของลำต้นจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 - 8.0 เซนติเมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 0.8 - 1.0 เซนติเมตร เห็ดวิเศษมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ผู้ที่เสพเห็ดชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายจะมีอาการมึนเมา สับสนทิศทาง มองเห็นภาพลวงสวยงามราวกับโดนเวทมนตร์ ภาพแสงสีต่าง ๆ จะพาให้ผู้ที่เสพได้รับฤทธิ์เมาตกอยู่ในภวังค์และรู้สึกเพลิดเพลินราวกับล่องลอยอยู่ในฝันคล้าย “แอลเอสดี” จึงไม่น่าแปลกใจหากผู้คนนอกพื้นที่ส่วนใหญ่รวมถึงชาวต่างชาติจะเรียกเห็ดชนิดนี้ว่าเห็ดวิเศษ (ใครนึกภาพไม่ออกก็ลองนึกถึงฉากที่ ดร. สเตรนจ์ (Dr.Strange) ถูกแม่ชีผลักวิญญาณออกจากร่างและทะลุไปอีกมิติหนึ่งดูนะครับ) แต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไปหรือเสพมาเป็นเวลานาน จะมีผลข้างเคียงอย่างรุนแรงต่อความคิดและทำให้อารมณ์แปรปรวน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน...

หากมนุษย์สูญพันธุ์ไปจนสิ้น สิ่งมีชีวิตชนิดใดจะขึ้นมาปกครองโลกแทนเรา ?

สิ่งมีขีวิตที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารบนโลกของเราในชั่วโมงนี้ คงไม่พ้นมนุษย์อย่างเรา จากการที่มนุษย์มีสมองและร่างกายที่แตกต่างจากสัตว์ทั่วไป ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์อุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำรงชีวิตและแข็งแกร่งกว่าสัตว์อื่น ๆ แต่แล้วถ้าวันหนึ่งดาวโลกไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เลย สิ่งมีชีวิตชนิดใดกันที่จะครองบัลลังก์ต่อจากเรา ... ? นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Aarhus ประเทศเดนมาร์ก ได้หาคำตอบจากการวิเคราะห์มาให้แล้ว โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตที่ได้สูญพันธ์ไปในยุคน้ำแข็ง โดยนักวิจัยกลุ่มนี้ได้ใช้แนวคิดที่เริ่มจากการที่โลกของเราไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ตั้งแต่แรก โดยใช้การประเมิณจากความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในยุคนั้น รวมถึงภูมิศาสตร์ในยุคปัจจุบันเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการวิจัยได้คำตอบว่า หากไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่บนโลกเลย พื้นที่ส่วนใหญ่ทางยุโรปจะเป็นแหล่งของหมาป่า หมี ช้าง และแรด ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากพบว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลายที่ใกล้สูญพันธ์ จะมีการปรับตัว หรือขยายพันธุ์ที่เร็วขึ้น เมื่อพวกมันรู้ตัวว่าใกล้สูญพันธุ์ จึงทำให้เหล่าสัตว์ที่ถูกกล่าวถึงไปข้างต้นอาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ครองโลกแทนมนุษย์ นั่นเอง แต่หลักการนี้ไม่ได้นำเรื่องของสิ่งก่อสร้าง และการบุกรุกพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาใช้ในการคำนวณด้วย นอกจากนี้การคำนวนยังไม่ได้นำเรื่องเศษขยะ สิ่งประดิษฐ์เทคโนโลยี หรือวัสดุย่อยสลายยาก ที่สัตว์เหล่านั้นไม่สามารถจะทำให้มันย่อยสลายได้ด้วยความรู้ที่มี ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำรงชีวิตของพวกมัน จนไม่สามารถขึ้นมาแทนมนุษย์ได้ ข้อมูลทั้งหมดนี้ ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Diversity and Distributions และมันก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะท้ายที่สุดแล้วเมื่อมนุษย์สูญหายไป พวกเราอาจทำให้โลกแตกสลายจนไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดขึ้นมาปกครองแทนเราได้อีกก็เป็นได้ แม้ว่าปัจจุบันความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แต่ปัจจัยที่ทำให้มนุษย์หายไปจากโลก ก็มีด้วยกันหลายรูปแบบ อย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมโลก ภูเขาไฟระเบิดอย่างรุนแรงเหมือนครั้งยุคไดโนเสาร์ อุกกาบาตพุ่งลงมาชนโลก หรือเกิดซุปเปอร์โนว่าจนดาวเคราะห์มากมายหลายดวงต้องดับสลายรวมถึงดาวโลกบ้านเกิดของเราด้วยเช่นกัน สรุป -...

หญิงสหรัฐฯถูกจับ หลังบุกเข้าบ้านคนแปลกหน้า เพื่อเล่นกับหมา-ล้างจาน แล้วจึงออกมา

ในช่วงเช้าของวันที่ 6 พฤษภาคม 2019 Cheyenne Ewing หญิงสาวจากรัฐโอไฮโอ ถูกตำรวจเข้าจับกุม หลังเธอได้ก่อเหตุบุกรุกบ้านของคนแปลกหน้าเพื่อเข้าไปเล่นกับหมา ล้างจานให้เจ้าของบ้าน และนั่งพักที่โซฟาไม่นาน จากนั้นจึงออกมาโดยไม่ก่อความเสียหายหรือลักทรัพย์ใด ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็มีความผิดในข้อหาบุกรุกที่อยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต "โอ้ นี่มันเป็นการบุกรุกที่แปลกประหลาดมาก เราได้รับหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเหตุเกิดประมาณ 9 โมงเช้า จากภาพเราเห็นว่าเธอพยายามเข้าไปในบ้านหลังนั้นหลายครั้ง ซึ่งก่อนเข้าไปเธอก็ได้เคาะประตูบ้านก่อน แต่เมื่อไม่มีคนเปิดเธอจึงพังประตู ในตอนแรกเราก็นึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่จากการสืบสวนก็พบว่าเจ้าของบ้านไม่รู้จักผู้ก่อเหตุมาก่อน" "หลังจากเราจับกุมตัวได้ เธอก็สารภาพว่า เธอไม่ได้นอนมา 2 วันติดแล้ว และสาเหตุมาจากการเสพยา ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการส่งฟ้องศาลในข้อหาบุกรุก เสพยา แจ้งชื่อปลอมแก่เจ้าหน้าที่ และเธอถูกฝากขังไว้ในเรือนจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" นายอำเภอ กล่าว เรื่องนี้ทำให้ผมประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะมีด้วยหรอที่คนเสพยาจะมีพฤติกรรมที่ใจดีเช่นนี้ ซึ่งถ้าเธอไม่ใช้ยาเสพติด เธอคงเป็นคนที่น่ารักและเป็นคนดีของสังคมมาก ๆ เลยหล่ะครับ (ผมเชื่อแบบนั้น)

ยอดนิยม

MOBA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดแนว เลือกจัดแสดงเฉพาะภาพเขียนห่วย ๆ เท่านั้น

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ศิลปะไม่มีผิดถูก” มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังให้คุณค่ากับสิ่งสวยงามอยู่เสมอ จนกระทั่งผมได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินเป็นเส้นตรงตามกรอบที่สังคมได้กำหนดไว้ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ รวมทั้งคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา และสำคัญที่สุดคือผู้ที่สร้างผลงานศิลปะชิ้นนั้นขึ้นมานั่นแหละครับ สถานที่แห่งนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (Museum of Bad Art : MOBA) ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา (บรูกลิน และ แมสซาชูเซตส์) ซึ่งสะสมและจัดแสดงเฉพาะงานศิลปะที่ห่วยแตกเพียงอย่างเดียว ตรงตามชื่อเป๊ะ ๆ โดยมีคอนเซปโปรโมตประจำพิพิธภัณฑ์ด้วยว่า “Art too bad to be ignored” (งานศิลป์ที่ห่วยเกินกว่าจะเมินเฉย) เป็นไงหล่ะชัดเจนพอมั้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เงียบเหงานะครับ เพราะที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจนต้องมีการปรับปรุงเพิ่มสาขา นับตั้งแต่ปี 1994 ที่ก่อตั้งก็เคยขยายพื้นที่จัดแสดงมาแล้วสองครั้ง จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นในตอนที่ สก๊อต วิลสัน (พ่อค้าวัตถุโบราณ) นำภาพเขียนที่เขาค้นพบในกองขยะให้เพื่อน ๆ ดู แล้วเกิดปิ๊งไอเดียในการจัดแสดงงานศิลปะห่วยขึ้นมา โดยที่เขาเริ่มสะสมและจัดแสดงภาพเหล่านี้ในชั้นใต้ดิน ที่ แต่มันกลับได้รับความนิยมผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้พิพิธภัณฑ์ใต้ดินของเขาเริ่มรองรับจำนวนคนไม่ไหว เลยตัดสินใจย้ายสถานที่จัดแสดงไปยังเวย์เมาต์ และขยายสาขาเพิ่มเติมไปที่บรูคลิน ซึ่งปัจจุบันมีภาพเขียนห่วย ๆ จัดแสดงมากกว่า 800 ชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะลองไปเที่ยว ไปชมภาพเขียนของจริงก็คงต้องรอไปก่อนนะครับ เพราะ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ พิพิธภัณฑ์กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่จึงปิดการเข้าชมชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด แต่ยังสามารถชมผลงานผ่านทางเว็บไซต์ http://museumofbadart.org  และเฟสบุ๊ค Facbook-Museum of Bad Art ได้ตามปกติครับ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ...

เศรษฐีลึกลับ เตรียมจัดการแข่งขัน Battle Royale โดยใช้คนจริง บนเกาะส่วนตัวของตนเอง

เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยดูหนังญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Battle Royale (เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด) หรือเล่นเกมที่ต้องกระโดดร่มลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเก็บอาวุธใช้สังหารศัตรูกันมาบ้างแล้ว (Pubg) แต่ในครั้งนี้มีเศรษฐีลึกลับผู้หนึ่งสนใจที่อยากจะจัดการแข่งขันแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาทีมจัดงานซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นบนเกาะส่วนตัวของเขา โดยจะใช้คนจริง ๆ 100 คน ในการแข่งขัน เหยดดดดดดดด !!! เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2019 เว็บไซต์ hushush.com (เว็บไซต์ขายของรวมถึงงานบริการสำหรับ VIP) ได้ลงประกาศหาผู้ช่วยให้กับเศรษฐีนิรนามรายหนึ่ง ที่คาดว่าร่ำรวยมาจากการขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon ให้มาช่วยสร้างการแข่งขัน Battle Royale ที่ใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียว โดยเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อผู้เข้าแข่งขันเซ็นต์สัญญาจะได้รับค่าจ้างทันทีเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท และหากเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายได้ จะได้รับเงินรางวัลเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท และการแข่งขันนั้นมีกำหนดการจัดในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นเวลา 3 วันบนเกาะส่วนตัวที่กำลังจัดหาซื้ออยู่ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะการแข่งนี้ไม่ได้เป็นการเอาชีวิตกันจริง ๆ ทางเว็บไซต์ระบุว่าอาวุธที่ใช้นั้นจะเป็นแค่ปืน Airsoft Gun ที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต และมีการป้องกันด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีความไวต่อการสัมผัส เพื่อส่งสัญญาณว่าใครถูกยิงไปแล้วบ้าง และมีการยืนยันว่า จะออกแบบการแข่งขันครั้งนี้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยจะมีฝ่ายดูแลสุขภาพและสวัสดิการของผู้เข้าแข่งขันตลอดระยะเวลาอีกด้วย Battle Royale เรื่องย่อ - จืนตนาการถึงประเทศญี่ปุ่นเกิดภาวะล่มสลาย ตกต่ำถึงขีดสุด สังคมเสื่อมโทรมหนัก ทำให้รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ จึงมีกฏออกมาว่าในแต่ละปี จะมีการสุ่มนักเรียนวัยประมาณ 15 ปี จำนวน 42 คน จากนั้นพาไปปล่อยทิ้งไว้บนเกาะ โดยมีกติกาว่าทุกคนจะต้องไล่ล่ากัน โดยกำหนดเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (ปลอกคอที่ทุกคนถูกติดตั้งก็จะระเบิด) เพื่อใช้แก้ปัญหาวัยรุ่นไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ อ่านต่อ - ไขอักขระที่ซ่อนอยู่ในตำราแพทย์ อายุนับพันปี! (จารึกโดยหมอของเหล่ากลาดิเอเตอร์)

คืนนี้ ! นักวิทยาศาสตร์จะเผยภาพที่แท้จริงของ “หลุมดำ” เป็นครั้งแรกแก่ชาวโลก

จู่ ๆ ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องสสารลึกลับที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในจักรวาลอย่าง “หลุมดำ” ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะปล่อยภาพจริงของมันเป็นครั้งแรกภายใน คืนนี้ 10/04/2019 รูปของหลุมดำที่เราเคยเห็นกันมาก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองของหลุมดำเท่านั้น ในคืนนี้เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังจะแพร่กระจายภาพจริงจากหลุมดำจำนวน 2 ภาพ สู่สาธารชน โดยภาพดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งหมด 6 ที่ ได้แก่ ชิลีเม็กซิโก สเปน ฮาวาย แอริโซนา และแอนตาร์กติก) ในชื่อ Event Horizon Telescope (EHT) ที่เริ่มสำรวจหลุมดำสองแห่ง ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 ภาพทั้งสองภาพที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ เริ่มจากภาพของหลุมดำที่มีชื่อว่า “Sagittarius A” ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง อยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 26,000 ปีแสง อีกภาพเป็นภาพของ หลุมดำใจกลาง M87 ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำของเราถึง 1,700 เท่า และยังอยู่ห่างจากโลกเรามากกว่าถึง 2,700 เท่า สิ่งที่เราจะได้ชมจากภาพทั้งสองภาพเรียกว่า “Event horizons” ซึ่งเป็นการหมุนวนของก๊าซ ฝุ่นละออง ดวงดาว แสง ที่วนรอบวงหลุมดำก่อนที่พวกมันจะถูกดูดเข้าไปข้าง ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่าง ๆ นับตั้งแต่ทางเหนือถึงใต้ ในระยะ 9,000 ไมล์ (จากสเปนถึงแอนตาร์กติกา) ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเก็บภาพหลุมดำที่ยากลำบากจนเป็นไปได้ยาก สำเร็จลงได้ในที่สุด ภาพหลุมดำทั้งสองภาพนี้ จะถูกเผยแพร่ให้ชมพร้อมกันในเวลา 20.00 น. ของวันนี้ (2 ทุ่มตรง) ตามเวลาไทย โดยรับชมพร้อมกันทั้ง 6 เมืองจากทั่วโลก ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา, บรัสเซลส์ เบลเยี่ยม, ซานติอาโก ชิลี, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน และโตเกียว ญี่ปุ่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าได้พลาดเชียวนะครับ Fact –...

เปิดต้นตำรับ ประวัติศาสตร์การอาบน้ำแบบครบวงจร ของชาวโรมัน เมื่อ 2,500 ปีก่อน

การ “อาบน้ำ” หรือการชำระร่างกายเพื่อความสะอาดนั้น เป็นเรื่องปกติของคนทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว แต่การอาบน้ำในทรรศนะคติของชาวโรมันในอดีต คือการ "เสพความสุข" ชนิดที่ว่าต้องฟินสุด ๆ เท่านั้นถึงจะพร้อมอาบ และบทความนี้จะถ่ายทอดให้ทุกคนเข้าใจว่า ชาวโรมันให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากขนาดไหน ! ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ พวกเขายกย่องการอาบน้ำให้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญของชีวิต ยืนยันได้จากการสร้างโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า "เธอเม่" (Thermae) โดยภายในสถานที่แห่งนี้ จะแบ่งขั้นตอนของการอาบไว้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งห้องอบไอน้ำ, ห้องอาบน้ำร้อน, และห้องอาบน้ำเย็น ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนที่จะอาบน้ำได้ ชาวโรมันเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ในห้องอบไอน้ำก่อน พอเหงื่อออกดีแล้ว ก็จะเดินไปอาบน้ำด้วยน้ำร้อน เมื่ออาบเสร็จ ก็จะตบท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นในอีกห้องหนึ่ง ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนมากแค่ไหน คุณก็ต้องหาโอกาสมาอาบน้ำแบบนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่ากันว่าเธอเม่ที่ใหญ่ที่สุด ถูกสร้างบนพื้นที่ถึง 70 ไร่ สามารถรองรับลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1,500 คน ในคราวเดียว แต่ก็มีชาวโรมันบางส่วนไม่เห็นด้วย พวกเขามองว่าการอาบน้ำรูปแบบนี้จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย มากกว่าความชื่นใจในการพักผ่อน เพราะเธอเม่จะเป็นสถานที่อาบน้ำรวมไม่แยกชายหญิง จึงทำให้บางครั้งก็มีโสเภณีแอบเข้ามาขายบริการในโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามบันทึกระบุว่า สถานอาบน้ำบางแห่งก็มีภาพรวมดีกว่าซ่องเพียงนิดเดียว ซึ่งบางแห่งก็หนาแน่นไปด้วยความกาม ที่ลูกค้าเข้ามาเปลือยกายรวมแล้วมีเซ็กส์หมู่อยู่ในห้องอบไอน้ำเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการมีชู้ และเปลี่ยนคู่นอน ซึ่งขัดแย้งกับศีลธรรมสังคมที่โรมระบุไว้มาอย่างยาวนาน และอีกหนึ่งปัญหาคือของมึนเมา ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากและต้องยอมรับ เนื่องจากความร้อนในห้องอบ กับความร้อนจากการออกกำลัง ทำให้คนกระหาย และชาวโรมก็หนีไม่พ้นการระงับคอแห้งด้วยไวน์สักเหยือกกำลังดี แต่สุดท้ายดันเมา นำพาไปสู่การทะเลาะ และปัญหาตามมามากมาย ที่อาบน้ำสาธารณะนับเป็นงานชิ้นเอกอย่างหนึ่งของชาวโรมันทั้งความสวยงามในการก่อสร้าง ความสำเร็จด้านวิศวกรรม คนโรมันรักการอาบน้ำ และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตขนาดที่มีคำกล่าวว่า “อาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง มักชักพาไปในทางชั่วเสมอ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” Fact - โสเภณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคกรีกโบราณคือ โอเลทริดิส (Auletrides) ที่มีทักษะมากกว่าการขายบริการทางเพศ เพราะก่อนที่จะร่วมหลับนอนเธอยังสามารถแสดงสิ่งตื่นเต้นต่าง ๆ ให้แขกดูได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโยนของสลับมือ การฟันดาบ การเล่นกายกรรม หรือการเต้นรำ จึงทำให้บ่อยครั้งเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงส่วนตัวของผู้ที่ซื้อตัวเธอไป และเธอยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ ทุกคนอีกด้วย อ่านต่อ - ความโหดร้าย ที่เหล่า “กลาดิเอเตอร์” ต้องพบเจอใน “โคลอสเซียม”

สุนัขจิ้งจอก อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของมนุษย์ หลัง 60 ปี ความดุร้ายลดน้อยลง

  ถึงแม้ว่าสุนัขจิ้งจอก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความดุร้าย แต่สัตว์ชนิดนี้ก็เป็นบรรพบุรุษต้นสายของสุนัขบ้านอีกหลายสายพันธุ์ และเมื่อย้อนดูไปในอดีต พบว่า มนุษย์ได้เลี้ยงสุนัขจิ้งจอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์เป็นเวลานานกว่าหลายหมื่นปีมาแล้ว จึงทำให้นักพันธุศาสตร์ชาวรัสเซีย Lyudmila Trut ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งให้เชื่อง โดยใช้เวลากว่า 60 ปี เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ให้มนุษย์สามารถเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็น "สุนัขจิ้งจอกบ้าน" ได้ เธอเริ่มทำการวิจัยในปี 1959 โดยตัดสินใจย้ายที่อยู่ไปยัง ไซบีเรีย เพื่อที่จะได้พบกับ สุนัขจิ้งจอกเงิน (Silver Fox) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายน้อยที่สุด เพราะพวกมันมักไม่ทำร้ายมนุษย์แต่มักจะแอบไปกินไก่ของชาวบ้านอยู่เสมอ โดยเธอใช้วิธีที่มีชื่อว่า "Domesticating" มีความหมายตรงตัวว่า "ทำให้เชื่อง" คือการดึงคุณสมบัติของสัตว์ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด เช่น มนุษย์เลี้ยงม้าไว้สำหรับเดินทาง มนุษย์เลี้ยงวัวไว้สำหรับน้ำนม มนุษย์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน และเธอจึงเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกไว้เป็นเพื่อน เช่นกัน     โดยทุก ๆ ปี เธอและทีมวิจัย จะทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์สุนัขจิ้งจอกจำนวน 100 ตัว โดยการประเมินความนิ่ง หากตัวไหนนิ่งที่สุดก็จะผ่านเข้ารอบให้ไปอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัย และเมื่อทำการคัดเลือกเสร็จแล้ว ก็จะนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดุร้ายน้อยที่สุด มาผสมพันธุ์กัน เพื่อทำให้สุนัขจิ้งจอกในรุ่นถัดไปมีความดุร้ายน้อยลง เธอและทีมวิจัยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทุกปี จนสุดท้ายความดุร้ายก็ลดน้อยลงจนเกือบที่จะจางหายไปในที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เผยสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2009 เพราะทางทีมวิจัยมั่นใจแล้วว่า สุนัขจิ้งจอกรุ่นที่ 13 เริ่มมีหางเป็นพวง และเริ่มเชื่องจนเกือบจะกลายเป็นหมาบ้าน 100% ทีมวิจัยได้นำตัวอ่อนของ สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่เชื่องไปฝากครรภ์ไว้ในสายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่ดุร้าย เพื่อศึกษาว่า ลูกที่ออกมาจะมีนิสัยเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่า ลูกสุนัขจิ้งจอกเชื่องเหมือนพ่อแม่ต้นกำเนิด จากการตรวจสอบ DNA พบว่า ความเชื่องอยู่ในระดับพันธุกรรมของลูกสุนัขจิ้งจอกแล้ว     ผลสรุปการทดลองที่ยาวนานกว่า 60 ปี - "ท้ายที่สุดจิ้งจอกใน Generation นี้ พร้อมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะดูแลพวกมัน แม้พวกมันจะมีสัญชาตญาณนักล่ามากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็ไม่ดุร้ายเทียบเท่าสุนัขจิ้งจอกที่พบในป่า" ปัจจุบัน Lyudmila Trut มีอายุ 80 ปี และโครงการยังคงดำเนินต่อไป เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกในไซบีเรีย Fact - สุนัขจิ้งจอกตั้งท้องนาน 2 เดือน คลอดลูกครั้งละ 4-5 ตัว มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง...

ประวัติ แบร์ กริล ผู้ก้าวผ่านความเป็นมนุษย์ไปอย่างหมดสิ้น

  แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส คาราเต้สายดำสองสาย จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2     ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์ สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค "นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง" - แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย     Man...