Wednesday, September 18, 2019

แนะนำ

เผยโฉม “ปลาดึกดำบรรพ์” อายุย้อนไป 300 ล้านปี ถูกจับได้ในทะเลน้ำลึก นอร์เวย์

วันที่ 15 ก.ย. 2019 ออสการ์ ลุนดาล หนุ่มประมงชาวนอร์เวย์ วัย 19 ปี ได้เผยแพร่ภาพของ "ปลาประหลาด" ที่ตัวเขาเองก็ไม่ทราบชนิดลงบนโซเชี่ยลมีเดีย โดยเขียนอธิบายไว้ว่า "ผมสามารถตกมันขึ้นมาได้ในบริเวณใกล้เกาะอันโดยา นอกชายฝั่งทะเลทางตอนเหนือของประเทศ ผมมีความสุขมากที่ได้พบเจอมัน และแม้ว่ามันจะตายหลังจากที่โผล่พ้นน้ำได้ไม่นาน แต่เนื้อของมันก็อร่อยมากเลยล่ะ" "ผมใช้เวลาราว 30 นาที ในการดึงมันขึ้นมา คาดว่าน่าจะอยู่ลึกราว 800...

ภูเขาขยะในอินเดีย กำลังจะสูงกว่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลก “ทัชมาฮาล”

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. 2019 นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอ "ปัญหาภูเขาขยะที่อินเดีย" ซึ่งกำลังเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดว่า ภายในปี 2020 ภูเขาขยะลูกนี้จะมีความสูงมากกว่า หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก "ทัชมาฮาล" เลยล่ะครับ มีขยะถูกนำมาทิ้งทุกวัน สูงขึ้น 10 เมตรต่อปี เป็นต้นตอของมลพิษร้ายแรงทั้งในอากาศ น้ำบาดาล จนทำให้หลายคนถึงขั้นพิการเลยทีเดียว ภูเขาขยะลูกนี้มีชื่อว่า บ่อขยะกาซิปูร์ (Ghazipur)...

กล้องดูเด็กตัวใหม่ของ Google อาจรู้ว่า “ลูกของคุณกำลังจะร้องไห้” ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง !

ดูเหมือนว่า กล้องดูเด็กตัวใหม่ (Baby Monitor) ที่ Google กำลังพัฒนาอยู่ อาจเจ๋งถึงขั้นสามารถเตือนพ่อแม่ได้ว่า "ลูกของพวกเขากำลังจะร้องไห้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริงได้ครับ" วันที่ 6 กันยายน 2019 สำนักข่าว Digital Trends รายงานว่า ในรายละเอียดสิทธิบัตรของ Google ที่ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ เผยให้เราทราบว่า Baby Monitor ตัวใหม่นี้...

ล่าสุด

วงการนี้มันโหด ! ผลสำรวจชี้ มีนักแสดงเพียง 2% เท่านั้น ที่หาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยอาชีพนี้

นักคณิตศาสตร์จาก Queen Mary University of London ได้ทำการศึกษาข้อมูลจากผู้ประกอบอาชีพเป็นนักแสดงภาพยนตร์กว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งข้อมูลนี้ทำการคำนวณตั้งแต่ยุค 1880 และพบว่ามีนักแสดงเพียง 2% เท่านั้น ที่สามารถหาเลี้ยงตัวเองด้วยอาชีพนักแสดงได้ และคนกว่า 90% ว่างงานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น 70% ของนักแสดงทั้งหมด ทำงานด้วยอาชีพนี้เพียง 1 ปีเท่านั้น จากนั้นก็ออกไปหางานอื่นทำเพราะไม่ประสบความสำเร็จดังหวัง สถิติจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า นักแสดงส่วนใหญ่เป็นที่นิยมสูงสุดในช่วงแรกของการทำงาน และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จมากที่สุดในช่วงเวลาเพียง 2 ปีครึ่งเท่านั้น ก่อนที่จะประสบภาวะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง "มีเพียงไม่กี่คนที่จะได้รับรางวัลออสการ์หรือถูกจารึกชื่อลงบนทำเนียบแห่งหอเกียรติยศ แต่รางวัลเหล่านี้ไม่ได้สำคัญสำหรับนักแสดงชายและหญิงส่วนใหญ่ที่เพียงแค่ต้องการหาเลี้ยงชีพ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีกว่าในการนับจำนวนความสำเร็จในอุตสาหกรรมที่โหดร้ายแห่งนี้" "ผลลัพธ์ของเราสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมพื้นฐานที่เกิดขึ้นในธุรกิจการแสดง และตั้งคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรมของระบบ" - หัวหน้านักวิจัย Oliver Williams กล่าว การวิจัยเป็นการใช้ข้อมูลจาก IMDb ที่มีข้อมูลของนักแสดงชายกว่า 1.5 ล้านคน และนักแสดงหญิงอีก 800,000 คน ย้อนหลังไปถึงปี 1888 ตอนที่หนังเงียบเรื่องแรกอย่าง Roundhay...

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ต้องหนีตายทั้งหมู่บ้าน หลังสาวหวังดีทำบุญปล่อยงูกว่า 900 ตัว

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ขอนำกลับมาเล่าอีกครั้งเพราะรู้สึกเงิบจริง ๆ และต่อไปนี้คือเนื้อหาอัพเดตครับ เมื่อปี 2016 เว็บไซต์ เฉิงตู อีโคโนมิก เดลี สื่อท้องถิ่นได้รายงานข่าวเกี่ยวพฤติกรรมของหญิงสาวผู้หวังดีรายหนึ่ง ที่เธอตั้งใจทำบุญด้วยการปล่อยงูจำนวน 900 ตัว สู่ป่าใกล้เคียงบริเวณเมืองตูเจียงเยี่ยน มณฑลเสฉวน โดยหลังจากที่เธอได้ทำการปล่อยงูจำนวนเกือบพันตัวเรียบร้อยแล้ว เธอก็ได้อัพเดตเรื่องราวและรูปภาพลงในเครือข่ายสังคมออนไลน์ของจีน “เวยป๋อ” จนได้รับการแชร์ต่อกันไปเป็นจำนวนมาก (ส่วนมากเป็นคำชม) แต่หลังจากนั้นไม่นานหลังจากที่หญิงสาวคนดังกล่าวได้ปล่อยงูเข้าป่า งูนับพันพวกนั้นกลับไม่เข้าป่าอย่างที่เธอคิด แต่พวกมันกลับเลื้อยเข้ามาในบ้านพักที่คนอยู่อาศัยแทน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวบ้านหลายสิบหลังคาต้องเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก เพราะการถูกงูบุกรุกในครั้งนี้ มันไม่ได้เข้ามาเพียงแค่ตัวเดียวแต่เข้ามาพร้อมกันครั้งละสิบกว่าตัว และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2018 ปีที่แล้ว ทางสำนักข่าวก็ได้กลับไปติดตามเรื่องนี้อีกครั้ง และชาวบ้านก็ได้บอกว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน พวกเขานอนไม่ค่อยหลับ เพราะกลัวงูจะเข้าบ้าน บางคนถึงกับต้องออกตระเวนรอบบ้านทุก ๆ ชั่วโมงเพื่อป้องกันงูเลยทีเดียว และเมื่อปัญหานี้กลายเป็นข่าวดัง ตอนนี้ทางรัฐบาลจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ของเมืองจัดการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังอีกครั้ง พร้อมกับนำตัวหญิงสาวรายนั้นมาสืบสวน เพราะจากหลักฐานเดิมพบว่า งูที่หญิงสาวรายนั้นทำการปล่อย มีหลายตัวที่เป็นงูพิษ และไม่ใช่ว่างูทุกตัวจะอาศัยอยู่ในป่า เมื่อพวกมันอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจึงทำให้พวกมันต้องมาหาอาหารกินสัตว์ที่อยู่ตามบ้านเรือนของมนุษย์แทน...

“จัสติน บีเบอร์” ประกาศผ่านทวิต ขอท้าต่อย “ทอม ครูซ” บนสังเวียน UFC

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2019 หรือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องสุดงุนงงขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อ จัสติน บีเบอร์ ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์บัญชีส่วนตัวของตัวเองว่า "ผมอยากท้าสู้กับ ทอม ครูซ ในเวทีกรงจัง ทอม ถ้านายไม่กล้ารับคำท้านี้แปลว่านายกลัวและไม่กล้า นายจะไม่มีวันลืมเรื่องนั้นไปได้ ใครอยากจัดไฟท์นี้บ้าง ? สนไหม @danawhite" (@danawhite ดาน่า ไวท์ คือผู้บริหารและผู้ดูแลกิจการชกแบบ UFC ซึ่งเป็นการจัดชกแบบศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวผสมผสาน เขาคือผู้ที่ทำให้ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ เป็นแชมป์และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก) และ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ คนดังในวงการ UFC (กรงแปดเหลี่ยม) ก็ได้มาทวีตต่อในทำนองว่า เขาก็เห็นดีเห็นงามกับคำท้าที่เพิ่งเกิดขึ้น และเจ้าตัวยังเสนอที่จะช่วยจัดให้ไฟท์นี้เกิดขึ้นจริงอีกด้วย "เอาเลย เดี๋ยวผมจะดูแลให้ และผมเองก็อยากจัดชกกับ มาร์ค วอลเบิร์ก เหมือนกัน" ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดรู้ถึงเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไม จัสติน ถึงต้องการชกกับ ทอม...

เซ็กซี่เป็นเหตุ “นอค ตรินห์” นางแบบโชว์หวิวที่คานส์ ถูกเวียดนามสั่งลงโทษ ฐานอนาจาร

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2019 สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานข่าวของ "นอค ตรินห์" (Ngoc Trinh) ดาราและนางแบบสาวสวย ที่ตอนนี้เธอกำลังถูกกระทรวงวัฒนธรรมของเวียดนามสอบสวนก่อนที่จะทำการลงโทษ หลังจากที่เธอได้สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลกจากการปรากฏโฉมบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 72) กับชุดเดรสซีทรูสุดวาบหวิวมองเห็นเนื้อหนังได้ด้านใน เผยเรือนร่างชัดเจนจนผู้พบเห็นต้องตะลึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดังกล่าว เผยว่า "ชุดของเธอไม่เหมาะสม ยั่วเย้าจนเกินไป ทำให้สาธารณชนไม่พอใจ เราจึงสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการและประกาศดำเนินการสืบสวนสอบสวนประเด็นเรื่องชุดออกงานของเธอ" "ชุดเดรสซีทรูของ นอค ตรินห์ กลายเป็นที่อับอายขายหน้าไปทั่วโลก ทุกคนต่างทราบดีว่าเธอเป็นดาราจากประเทศเวียดนาม ย่อมทำให้ชื่อเสียงของประเทศเสียหายไปด้วย ชุดของเธอแสดงออกให้เห็นถึงความไร้กาลเทศะและน่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลัษณ์ในภาพรวมอีกด้วย" ทั้งนี้ สาวสวยวัย 29 ปีคนนี้ มีโอกาสได้เดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนต์เมืองคานส์ เนื่องจากร่วมงานในภาพยนต์เรื่อง "A Hidden Life" บอกเล่าเรื่องราวของเกษตรกรชาวออสเตรียไม่ยอมร่วมมือกับพวกนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และสำหรับชุดเดรสสร้างชื่อนี้ เป็นฝีมือการออกแบบของ โด๋ลอง ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวเวียดนาม เจ้าของแบรนด์ Do Long Boutique โดยเขาได้รังสรรค์ชุดนี้เพื่อให้นางแบบสาวเดินพรมแดงเมืองคานส์โดยเฉพาะ ตัวชุดมาในธีมเซ็กซี่ซีทรูคล้ายบอดี้สูท ประดับด้วยลายปักและท่อนล่างปล่อยชายยาว ทั้งแหวกลึก...

คิมจองอึน ประหารโหด จับนายพลทรยศ (คิดยึดอำนาจ) โยนลงบ่อฝูงปิรันย่าทั้งเป็น !

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2019 เว็บไซต์ Thesun ได้เผยรายงานชวนตกใจ ถึงพฤติกรรมการสั่งประหารล่าสุดของ คิม จอง อึน (ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ) ที่เขาได้สั่งประหารนายพลนายหนึ่ง ในข้อหาสมคบคิดทรยศวางแผนยึดอำนาจ ด้วยการโยนลงบ่อที่เต็มไปด้วยปลาปิรันย่า ซึ่งเลี้ยงไว้ที่ บ้านพักของ คิม จอง อึน ในกรุงเปียงยาง ตามรายงาน ระบุว่า นายพลรายนี้ถูกตัดแขนตัดขาจากนั้นจึงถูกโยนร่างลงไปในบ่อปิรันย่า ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเขาเสียชีวิตก่อนที่จะถูกโยนลงบ่อหรือไม่ ? แต่เป็นไปได้ว่าเขาอาจเสียชีวิตเพราะบาดเจ็บสาหัสและจมน้ำตาย ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คิม จอง อึน ก็พึ่งสั่งประหารนาย คิม ฮยอค โชล หัวหน้าคณะเจรจาของรัฐบาลเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ โทษฐานที่เขาทำภารกิจไม่สำเร็จ ระหว่างการเจรจากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอย เมื่อ ก.พ. 2019 ที่ผ่านมา (ถูกทีมเพชฌฆาตประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า) ซึ่งหากนับรวมจำนวนผู้ถูกประหารทั้งหมดตั้งแต่ คิม จอง อึน ขึ้นครองอำนาจเป็นผู้นำคนใหม่สืบต่อจาก คิม จอง...

ข่าวดีรึเปล่า ? ริดลีย์ สก็อตต์ เตรียมกลับมาชุบชีวิตให้หนัง “เอเลี่ยน” ภาคใหม่อีกครั้ง

Ridley Scott (ริดลีย์ สก็อตต์) ผู้กำกับที่มีผลงานเจ๋ง ๆ มากมาย Blade Runner, Gladiator, The Martian และ Exodus: Gods and Kings กำลังจะกลับมาสู่โลกของ Alien อีกครั้ง ซึ่งนี่เป็นเหมือนการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ของหนังเรื่อง Alien ภาคแรกอีกด้วย (ใช่ครับผู้กำกับท่านนี้นี่แหละคือคนที่ทำให้เอเลี่ยนลักษณะนี้เป็นภาพจำของคนทั่วโลก) ก่อนหน้านี้ ริดลีย์ สก็อตต์ ก็ได้กลับมากำกับหนังที่เชื่อมโยงกับ Alien ถึงสองเรื่องด้วยกันนั่นคือ Prometheus และ Alien: Covenant ซึ่งทั้งสองเรื่องก็ได้คะแนนรีวิวค่อนข้างผสมกัน แต่ยังโชคดีที่ทั้งสองเรื่องทำเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว ทำให้เฟรนไชส์นี้ยังไม่หายไปจากสตูดิโอ (แม้ว่าจะถูกนักวิจารณ์สับสะละเอียดเลย) ริดลีย์ สก็อตต์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาอยากเปลี่ยนทิศทางของหนัง เอเลี่ยน ไปอีกทิศทางนึง ซึ่งเป็นทางที่จะเล่าถึงความเชื่อมโยงระหว่าง อดีตและอนาคตอย่างลงตัว ซึ่งเขาพยายามจะทำให้ภาพยนตร์ เอเลี่ยน ภาคใหม่ครั้งนี้นั้น น่ากลัวมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ริดลีย์ สก็อตต์ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เอเลี่ยน ที่อยู่กับแฟรนไชส์นี้มานาน...

ยอดนิยม

MOBA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดแนว เลือกจัดแสดงเฉพาะภาพเขียนห่วย ๆ เท่านั้น

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ศิลปะไม่มีผิดถูก” มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังให้คุณค่ากับสิ่งสวยงามอยู่เสมอ จนกระทั่งผมได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินเป็นเส้นตรงตามกรอบที่สังคมได้กำหนดไว้ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ รวมทั้งคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา และสำคัญที่สุดคือผู้ที่สร้างผลงานศิลปะชิ้นนั้นขึ้นมานั่นแหละครับ สถานที่แห่งนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (Museum of Bad Art : MOBA) ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา (บรูกลิน และ แมสซาชูเซตส์) ซึ่งสะสมและจัดแสดงเฉพาะงานศิลปะที่ห่วยแตกเพียงอย่างเดียว ตรงตามชื่อเป๊ะ ๆ โดยมีคอนเซปโปรโมตประจำพิพิธภัณฑ์ด้วยว่า “Art too bad to be ignored” (งานศิลป์ที่ห่วยเกินกว่าจะเมินเฉย) เป็นไงหล่ะชัดเจนพอมั้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เงียบเหงานะครับ เพราะที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจนต้องมีการปรับปรุงเพิ่มสาขา นับตั้งแต่ปี 1994 ที่ก่อตั้งก็เคยขยายพื้นที่จัดแสดงมาแล้วสองครั้ง จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นในตอนที่ สก๊อต วิลสัน (พ่อค้าวัตถุโบราณ) นำภาพเขียนที่เขาค้นพบในกองขยะให้เพื่อน ๆ ดู แล้วเกิดปิ๊งไอเดียในการจัดแสดงงานศิลปะห่วยขึ้นมา โดยที่เขาเริ่มสะสมและจัดแสดงภาพเหล่านี้ในชั้นใต้ดิน ที่ แต่มันกลับได้รับความนิยมผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้พิพิธภัณฑ์ใต้ดินของเขาเริ่มรองรับจำนวนคนไม่ไหว เลยตัดสินใจย้ายสถานที่จัดแสดงไปยังเวย์เมาต์ และขยายสาขาเพิ่มเติมไปที่บรูคลิน ซึ่งปัจจุบันมีภาพเขียนห่วย ๆ จัดแสดงมากกว่า 800 ชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะลองไปเที่ยว ไปชมภาพเขียนของจริงก็คงต้องรอไปก่อนนะครับ เพราะ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ พิพิธภัณฑ์กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่จึงปิดการเข้าชมชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด แต่ยังสามารถชมผลงานผ่านทางเว็บไซต์ http://museumofbadart.org  และเฟสบุ๊ค Facbook-Museum of Bad Art ได้ตามปกติครับ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ...

เศรษฐีลึกลับ เตรียมจัดการแข่งขัน Battle Royale โดยใช้คนจริง บนเกาะส่วนตัวของตนเอง

เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยดูหนังญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Battle Royale (เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด) หรือเล่นเกมที่ต้องกระโดดร่มลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเก็บอาวุธใช้สังหารศัตรูกันมาบ้างแล้ว (Pubg) แต่ในครั้งนี้มีเศรษฐีลึกลับผู้หนึ่งสนใจที่อยากจะจัดการแข่งขันแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาทีมจัดงานซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นบนเกาะส่วนตัวของเขา โดยจะใช้คนจริง ๆ 100 คน ในการแข่งขัน เหยดดดดดดดด !!! เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2019 เว็บไซต์ hushush.com (เว็บไซต์ขายของรวมถึงงานบริการสำหรับ VIP) ได้ลงประกาศหาผู้ช่วยให้กับเศรษฐีนิรนามรายหนึ่ง ที่คาดว่าร่ำรวยมาจากการขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon ให้มาช่วยสร้างการแข่งขัน Battle Royale ที่ใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียว โดยเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อผู้เข้าแข่งขันเซ็นต์สัญญาจะได้รับค่าจ้างทันทีเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท และหากเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายได้ จะได้รับเงินรางวัลเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท และการแข่งขันนั้นมีกำหนดการจัดในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นเวลา 3 วันบนเกาะส่วนตัวที่กำลังจัดหาซื้ออยู่ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะการแข่งนี้ไม่ได้เป็นการเอาชีวิตกันจริง ๆ ทางเว็บไซต์ระบุว่าอาวุธที่ใช้นั้นจะเป็นแค่ปืน Airsoft Gun ที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต และมีการป้องกันด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีความไวต่อการสัมผัส เพื่อส่งสัญญาณว่าใครถูกยิงไปแล้วบ้าง และมีการยืนยันว่า จะออกแบบการแข่งขันครั้งนี้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยจะมีฝ่ายดูแลสุขภาพและสวัสดิการของผู้เข้าแข่งขันตลอดระยะเวลาอีกด้วย Battle Royale เรื่องย่อ - จืนตนาการถึงประเทศญี่ปุ่นเกิดภาวะล่มสลาย ตกต่ำถึงขีดสุด สังคมเสื่อมโทรมหนัก ทำให้รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ จึงมีกฏออกมาว่าในแต่ละปี จะมีการสุ่มนักเรียนวัยประมาณ 15 ปี จำนวน 42 คน จากนั้นพาไปปล่อยทิ้งไว้บนเกาะ โดยมีกติกาว่าทุกคนจะต้องไล่ล่ากัน โดยกำหนดเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (ปลอกคอที่ทุกคนถูกติดตั้งก็จะระเบิด) เพื่อใช้แก้ปัญหาวัยรุ่นไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ อ่านต่อ - ไขอักขระที่ซ่อนอยู่ในตำราแพทย์ อายุนับพันปี! (จารึกโดยหมอของเหล่ากลาดิเอเตอร์)

คืนนี้ ! นักวิทยาศาสตร์จะเผยภาพที่แท้จริงของ “หลุมดำ” เป็นครั้งแรกแก่ชาวโลก

จู่ ๆ ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องสสารลึกลับที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในจักรวาลอย่าง “หลุมดำ” ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะปล่อยภาพจริงของมันเป็นครั้งแรกภายใน คืนนี้ 10/04/2019 รูปของหลุมดำที่เราเคยเห็นกันมาก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองของหลุมดำเท่านั้น ในคืนนี้เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังจะแพร่กระจายภาพจริงจากหลุมดำจำนวน 2 ภาพ สู่สาธารชน โดยภาพดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งหมด 6 ที่ ได้แก่ ชิลีเม็กซิโก สเปน ฮาวาย แอริโซนา และแอนตาร์กติก) ในชื่อ Event Horizon Telescope (EHT) ที่เริ่มสำรวจหลุมดำสองแห่ง ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 ภาพทั้งสองภาพที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ เริ่มจากภาพของหลุมดำที่มีชื่อว่า “Sagittarius A” ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง อยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 26,000 ปีแสง อีกภาพเป็นภาพของ หลุมดำใจกลาง M87 ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำของเราถึง 1,700 เท่า และยังอยู่ห่างจากโลกเรามากกว่าถึง 2,700 เท่า สิ่งที่เราจะได้ชมจากภาพทั้งสองภาพเรียกว่า “Event horizons” ซึ่งเป็นการหมุนวนของก๊าซ ฝุ่นละออง ดวงดาว แสง ที่วนรอบวงหลุมดำก่อนที่พวกมันจะถูกดูดเข้าไปข้าง ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่าง ๆ นับตั้งแต่ทางเหนือถึงใต้ ในระยะ 9,000 ไมล์ (จากสเปนถึงแอนตาร์กติกา) ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเก็บภาพหลุมดำที่ยากลำบากจนเป็นไปได้ยาก สำเร็จลงได้ในที่สุด ภาพหลุมดำทั้งสองภาพนี้ จะถูกเผยแพร่ให้ชมพร้อมกันในเวลา 20.00 น. ของวันนี้ (2 ทุ่มตรง) ตามเวลาไทย โดยรับชมพร้อมกันทั้ง 6 เมืองจากทั่วโลก ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา, บรัสเซลส์ เบลเยี่ยม, ซานติอาโก ชิลี, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน และโตเกียว ญี่ปุ่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าได้พลาดเชียวนะครับ Fact –...

เปิดต้นตำรับ ประวัติศาสตร์การอาบน้ำแบบครบวงจร ของชาวโรมัน เมื่อ 2,500 ปีก่อน

การ “อาบน้ำ” หรือการชำระร่างกายเพื่อความสะอาดนั้น เป็นเรื่องปกติของคนทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว แต่การอาบน้ำในทรรศนะคติของชาวโรมันในอดีต คือการ "เสพความสุข" ชนิดที่ว่าต้องฟินสุด ๆ เท่านั้นถึงจะพร้อมอาบ และบทความนี้จะถ่ายทอดให้ทุกคนเข้าใจว่า ชาวโรมันให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากขนาดไหน ! ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ พวกเขายกย่องการอาบน้ำให้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญของชีวิต ยืนยันได้จากการสร้างโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า "เธอเม่" (Thermae) โดยภายในสถานที่แห่งนี้ จะแบ่งขั้นตอนของการอาบไว้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งห้องอบไอน้ำ, ห้องอาบน้ำร้อน, และห้องอาบน้ำเย็น ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนที่จะอาบน้ำได้ ชาวโรมันเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ในห้องอบไอน้ำก่อน พอเหงื่อออกดีแล้ว ก็จะเดินไปอาบน้ำด้วยน้ำร้อน เมื่ออาบเสร็จ ก็จะตบท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นในอีกห้องหนึ่ง ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนมากแค่ไหน คุณก็ต้องหาโอกาสมาอาบน้ำแบบนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่ากันว่าเธอเม่ที่ใหญ่ที่สุด ถูกสร้างบนพื้นที่ถึง 70 ไร่ สามารถรองรับลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1,500 คน ในคราวเดียว แต่ก็มีชาวโรมันบางส่วนไม่เห็นด้วย พวกเขามองว่าการอาบน้ำรูปแบบนี้จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย มากกว่าความชื่นใจในการพักผ่อน เพราะเธอเม่จะเป็นสถานที่อาบน้ำรวมไม่แยกชายหญิง จึงทำให้บางครั้งก็มีโสเภณีแอบเข้ามาขายบริการในโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามบันทึกระบุว่า สถานอาบน้ำบางแห่งก็มีภาพรวมดีกว่าซ่องเพียงนิดเดียว ซึ่งบางแห่งก็หนาแน่นไปด้วยความกาม ที่ลูกค้าเข้ามาเปลือยกายรวมแล้วมีเซ็กส์หมู่อยู่ในห้องอบไอน้ำเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการมีชู้ และเปลี่ยนคู่นอน ซึ่งขัดแย้งกับศีลธรรมสังคมที่โรมระบุไว้มาอย่างยาวนาน และอีกหนึ่งปัญหาคือของมึนเมา ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากและต้องยอมรับ เนื่องจากความร้อนในห้องอบ กับความร้อนจากการออกกำลัง ทำให้คนกระหาย และชาวโรมก็หนีไม่พ้นการระงับคอแห้งด้วยไวน์สักเหยือกกำลังดี แต่สุดท้ายดันเมา นำพาไปสู่การทะเลาะ และปัญหาตามมามากมาย ที่อาบน้ำสาธารณะนับเป็นงานชิ้นเอกอย่างหนึ่งของชาวโรมันทั้งความสวยงามในการก่อสร้าง ความสำเร็จด้านวิศวกรรม คนโรมันรักการอาบน้ำ และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตขนาดที่มีคำกล่าวว่า “อาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง มักชักพาไปในทางชั่วเสมอ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” Fact - โสเภณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคกรีกโบราณคือ โอเลทริดิส (Auletrides) ที่มีทักษะมากกว่าการขายบริการทางเพศ เพราะก่อนที่จะร่วมหลับนอนเธอยังสามารถแสดงสิ่งตื่นเต้นต่าง ๆ ให้แขกดูได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโยนของสลับมือ การฟันดาบ การเล่นกายกรรม หรือการเต้นรำ จึงทำให้บ่อยครั้งเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงส่วนตัวของผู้ที่ซื้อตัวเธอไป และเธอยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ ทุกคนอีกด้วย อ่านต่อ - ความโหดร้าย ที่เหล่า “กลาดิเอเตอร์” ต้องพบเจอใน “โคลอสเซียม”

สุนัขจิ้งจอก อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของมนุษย์ หลัง 60 ปี ความดุร้ายลดน้อยลง

  ถึงแม้ว่าสุนัขจิ้งจอก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความดุร้าย แต่สัตว์ชนิดนี้ก็เป็นบรรพบุรุษต้นสายของสุนัขบ้านอีกหลายสายพันธุ์ และเมื่อย้อนดูไปในอดีต พบว่า มนุษย์ได้เลี้ยงสุนัขจิ้งจอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์เป็นเวลานานกว่าหลายหมื่นปีมาแล้ว จึงทำให้นักพันธุศาสตร์ชาวรัสเซีย Lyudmila Trut ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งให้เชื่อง โดยใช้เวลากว่า 60 ปี เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ให้มนุษย์สามารถเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็น "สุนัขจิ้งจอกบ้าน" ได้ เธอเริ่มทำการวิจัยในปี 1959 โดยตัดสินใจย้ายที่อยู่ไปยัง ไซบีเรีย เพื่อที่จะได้พบกับ สุนัขจิ้งจอกเงิน (Silver Fox) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายน้อยที่สุด เพราะพวกมันมักไม่ทำร้ายมนุษย์แต่มักจะแอบไปกินไก่ของชาวบ้านอยู่เสมอ โดยเธอใช้วิธีที่มีชื่อว่า "Domesticating" มีความหมายตรงตัวว่า "ทำให้เชื่อง" คือการดึงคุณสมบัติของสัตว์ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด เช่น มนุษย์เลี้ยงม้าไว้สำหรับเดินทาง มนุษย์เลี้ยงวัวไว้สำหรับน้ำนม มนุษย์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน และเธอจึงเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกไว้เป็นเพื่อน เช่นกัน     โดยทุก ๆ ปี เธอและทีมวิจัย จะทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์สุนัขจิ้งจอกจำนวน 100 ตัว โดยการประเมินความนิ่ง หากตัวไหนนิ่งที่สุดก็จะผ่านเข้ารอบให้ไปอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัย และเมื่อทำการคัดเลือกเสร็จแล้ว ก็จะนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดุร้ายน้อยที่สุด มาผสมพันธุ์กัน เพื่อทำให้สุนัขจิ้งจอกในรุ่นถัดไปมีความดุร้ายน้อยลง เธอและทีมวิจัยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทุกปี จนสุดท้ายความดุร้ายก็ลดน้อยลงจนเกือบที่จะจางหายไปในที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เผยสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2009 เพราะทางทีมวิจัยมั่นใจแล้วว่า สุนัขจิ้งจอกรุ่นที่ 13 เริ่มมีหางเป็นพวง และเริ่มเชื่องจนเกือบจะกลายเป็นหมาบ้าน 100% ทีมวิจัยได้นำตัวอ่อนของ สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่เชื่องไปฝากครรภ์ไว้ในสายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่ดุร้าย เพื่อศึกษาว่า ลูกที่ออกมาจะมีนิสัยเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่า ลูกสุนัขจิ้งจอกเชื่องเหมือนพ่อแม่ต้นกำเนิด จากการตรวจสอบ DNA พบว่า ความเชื่องอยู่ในระดับพันธุกรรมของลูกสุนัขจิ้งจอกแล้ว     ผลสรุปการทดลองที่ยาวนานกว่า 60 ปี - "ท้ายที่สุดจิ้งจอกใน Generation นี้ พร้อมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะดูแลพวกมัน แม้พวกมันจะมีสัญชาตญาณนักล่ามากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็ไม่ดุร้ายเทียบเท่าสุนัขจิ้งจอกที่พบในป่า" ปัจจุบัน Lyudmila Trut มีอายุ 80 ปี และโครงการยังคงดำเนินต่อไป เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกในไซบีเรีย Fact - สุนัขจิ้งจอกตั้งท้องนาน 2 เดือน คลอดลูกครั้งละ 4-5 ตัว มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง...

ประวัติ แบร์ กริล ผู้ก้าวผ่านความเป็นมนุษย์ไปอย่างหมดสิ้น

  แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส คาราเต้สายดำสองสาย จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2     ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์ สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค "นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง" - แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย     Man...