Tuesday, June 18, 2019

แนะนำ

The Flash วิ่งได้เร็วที่สุดแค่ไหน ? การคำนวณคณิตฯง่าย ๆ นี้ มีคำตอบให้ทุกคนครับ

The Flash ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีความเร็วสูงที่สุดในจักรวาล ซึ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC Comics และเขาได้รับพลังความเร็วจากการที่ "เขาถูกฟ้าผ่าใส่ในขณะที่อยู่ในห้องทดลอง ซึ่งมีสารเคมีหกใส่ทั่วร่างกาย" หลังจากนั้นเขาก็ใช้ชื่อ The Flash เพราะจะได้เข้ากับความเร็วของเขาที่มีความเร็วมากกว่า "ความเร็วแสง" ซึ่งมี The Flash หลายคนที่มีพลังความเร็ว และใช่ชื่อนี้ ถ้าตีค่าความความเร็วของ The Flash เป็นค่าทางคณิตศาสตร์จะได้ตัวเลขที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ เพราะความเร็วของเขามีมากพอจะ "วิ่งรอบโลกได้ 7...

เฉลี่ยแล้วคนเรากลืนพลาสติกลงท้อง ขนาดเทียบเท่าบัตรเครดิต 1 ใบ ทุก ๆ สัปดาห์

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือ WWF เปิดเผยในรายงานว่า เฉลี่ยแล้วคนเราบริโภคพลาสติกประมาณ 5 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับบัตรเครดิต 1 ใบ เลยทีเดียว นักวิจัยพบว่าคนเราบริโภคพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร จำนวน 102,000 ชิ้นต่อปี หรือ 250 กรัมต่อปี และเกือบ 90% มาจากน้ำจากขวดน้ำและก๊อกน้ำ รวมไปถึงอาหารที่มีพลาสติกสูงที่สุดอย่าง หอย เบียร์...

“จัสติน บีเบอร์” ประกาศผ่านทวิต ขอท้าต่อย “ทอม ครูซ” บนสังเวียน UFC

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2019 หรือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องสุดงุนงงขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อ จัสติน บีเบอร์ ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์บัญชีส่วนตัวของตัวเองว่า "ผมอยากท้าสู้กับ ทอม ครูซ ในเวทีกรงจัง ทอม ถ้านายไม่กล้ารับคำท้านี้แปลว่านายกลัวและไม่กล้า นายจะไม่มีวันลืมเรื่องนั้นไปได้ ใครอยากจัดไฟท์นี้บ้าง ? สนไหม @danawhite" (@danawhite ดาน่า...

ล่าสุด

เกิดเหตุผู้อพยพจี้เรือบรรทุกน้ำมัน ทั้งๆที่กัปตันเพิ่งช่วยขึ้นมาจากทะเล

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุจี้ชิงเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งประเทศลิเบีย จึงทำให้เจ้าหน้าที่กองกำลังพิเศษประเทศมอลตาที่อยู่ใกล้เคียงต้องปฏิบัติภารกิจเข้าควบคุมเรือ ซึ่งภารกิจลุล่วงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยเรือลำดังกล่าวมีชื่อว่า Elhiblu 1 (เอลฮิบู-วัน) ซึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุจี้ชิงเรือ กัปตันได้ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือผู้อพยพที่ลอยเคว้งอยู่กลางทะเลจำนวนกว่า 108 คน ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและเด็กด้วย แต่เมื่อผู้อพยพทราบว่าเรือลำนี้กำลังมุ่งหน้าไปประเทศลิเบีย (ที่พวกเขาอพยพออกมา) ผู้อพยพจำนวน 5 คน ก็ได้ใช้กำลังจี้ชิงเรือแล้วสั่งให้หันหัวเรือมุ่งหน้าไปยังท่าเรือวัลเลตตา ของประเทศมอลตาทันที เมื่อเห็นท่าไม่ดี กัปตันจึงทำการติดต่อไปขอความช่วยเหลือจากประเทศมอลตาทันที โดยกัปตันระบุหลายครั้งว่า "จะไม่สามารถควบคุมเรือได้แล้ว" ซึ่งในขณะนั้นเรืออยู่ห่างจากฝั่งราว 10 กิโลเมตร จึงทำให้จนท.กองกำลังพิเศษเดินทางมาถึงได้อย่างรวดเร็วและเข้าควบคุมเรือได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม เรือลำนี้ถูกนำเข้าฝั่งเพื่อส่งมอบตัวผู้อพยพทางเรือผู้ก่อเหตุให้กับตำรวจไว้สอบปากคำต่อไป "สิ่งที่เกิดขึ้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้อพยพเหล่านี้ขับเคลื่อนโดยอาชญากร และควรจะต้องถูกขวางด้วยวิถีงตามกฏหมายที่จำเป็น" - รองนายกรัฐมนตรี อิตาลี กล่าว เพราะก่อนหน้านี้อิตาลีพึ่งประกาศปิดโครงการเปิดรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ เพราะผู้ลี้ภัยยังคงหลั่งไหลเข้ายุโรป ประกอบกับหลายประเทศปฏิเสธที่จะเปิดรับผู้ลี้ภัย ส่งผลให้ประเทศชายฝั่ง โดยเฉพาะอิตาลีต้องแบกรับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก และเกิดปัญหาจนเกินจะควบคุม Fact - ประเทศไทยเองก็เคยถูกโจรสลัดปล้นเช่นกัน เมื่อปี 2011 และ 2015 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ถูกปล้นโดยโจรสลัดโซมาเลียไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกทหารไทยตามจับกุมได้ในที่สุด อ่านต่อ - โจรก่อเหตุปล้นธนาคาร...

ออสการ์ต้องมา! Tom Hanks ถูกทาบทามให้มารับบทเป็นผู้จัดการของ เอลวิส เพรสลีย์

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2019 สื่อภาพยนตร์ Screenrant ได้เผยข้อมูลวงในน่าสนใจในเรื่องของ Tom Hanks ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังถูกทาบทามให้มารับบทผู้จัดการของ Elvis Presley (เอลวิส เพรสลีย์) ที่มีชื่อว่า Colonel Tom Parker (ผู้พันทอม ปาร์กเกอร์) โดยได้ Baz Luhrmann ผู้กำกับชาวออสเตรเลีย ที่มีผลงานชื่อดังอย่าง Australia (2008) และ The Great Gatsby (2013) มาควบคุมการสร้าง โดยหนังจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติของนักดนตรีในตำนาน Elvis Presley (ตอนนี้ยังไม่ได้นักแสดงมารับบทเป็นตัวเอกซึ่งก็คือเอลวิส) ซึ่งผู้กำกับ Baz Luhrmann กำลังเสาะหานักแสดงหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์มารับบทนี้ แต่สำหรับบทผู้จัดการของเอลวิสที่ชื่อ Colonel Tom Parker ต้องบอกว่า Tom Hanks เหมาะกับบทนี้มาก ๆ เพราะเขามีประสบการณ์เกี่ยวกับการแสดงหนังอัตชีวประวัติมาแล้วมากมาย Colonel Tom...

เคมี101 : ปีศาจสไลม์ (แม่เหล็กดินน้ำมัน)

อย่าประหลาดใจหากได้เห็นปีศาจสไลม์จากนิยายแฟนตาซี ออกมาเลื้อยตามพื้นเพื่อเคลื่อนตัวไปห่อหุ้มแท่งเหล็กใกล้ ๆ เหมือนกับกำลังกินอาหาร เพราะทุกวันนี้ ของเล่นเด็กอายุ 6 ขวบเริ่มใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาผสมผสานเพื่อให้เกิดเป็นสัตว์ประหลาดเลื้อยคลานขึ้นมา ของเล่นชิ้นนั้นคือ “แม่เหล็กดินน้ำมัน” โดยมีชื่อภาษาอังกฤษที่ถูกเรียกแตกต่างกันไปคือ “Magnetic Putty” หรือ “Thinking Putty”     แม่เหล็กดินน้ำมันเป็นของเล่นเด็กที่ทำจากซิลิโคนโพลิเมอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นของไหลประเภท นอนนิวโตเนียน มีความหยุ่นหนืด สามารถยืดได้ ปั้นได้ แยกออกและนำกลับมาบีบให้รวมตัวกันเป็นก้อนใหม่ได้ มองเผิน ๆ อาจดูคล้ายดินน้ำมันธรรมดาทั่วไป ทว่า ภายในของก้อนวัตถุนุ่มนิ่มยืดหยุ่นนี้มีแม่เหล็กขนาดเล็กบรรจุอยู่จำนวนมาก ดังนั้น เวลาของเล่นชื้นนี้อยู่ใกล้กับเหล็ก มันจะเลื้อยตัวเข้าไปหาและกลืนกินทันที ราวกับก้อนสไลม์ที่หลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซีไม่มีผิด Fact – เชื่อว่าชื่อ สไลม์ น่าจะมีที่มาจาก อูซ (โคลนตม) ปีศาจทั่วไปชนิดหนึ่งทีสามารถพบได้ในเกมแนว RPG แฟนตาซีเป็นส่วนมาก เป็นปีศาจก้อนเจลาตินไร้รูปร่าง ปีศาจจำพวกนี้ถูกแบ่งเป็นสองประเภท โดยประเภทแรกเป็นประเภทที่มีความเฉลียวฉลาด สามารถเปลี่ยนรูปร่างตามสถานการณ์ได้ กับอีกประเภทที่เป็นเพียงก้อนของเหลวไร้สมอง แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด ก็ล้วนแต่ใช้ตัวเองเพื่อห่อหุ่มสสารอื่นและย่อยสลายทุกสิ่งที่หลุดเข้าไปในร่างกายของพวกมัน อ่านต่อ - พบกับ "แกลเลียม"...

นักวิจัยจำเป็นต้อง “มอมยาหนูทดลอง” ด้วย LSD เพื่อหาสาเหตุของการเกิดภาพหลอน

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจมากที่สุดที่เกิดขึ้นภายในสมองของเราคือความซับซ้อนซึ่งทำให้เรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดบนผืนพิภพ แต่ถึงอย่างนั้น อีกสิ่งนึงที่น่าสนใจมากกว่าก็คือการที่บางครั้งมันก็ทำงานผิดพลาดและก่อให้เกิดสิ่งที่น่าพิศวงขึ้นมาได้ และหนึ่งในความน่าสนใจนั้นคือ อาการมองเห็นภาพหลอนประสาท (Hallucinate) ไม่ว่าจะเกิดจากการตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ภาพของม้ายูนิคอร์นในสนามหญ้าสีรุ้งละลานตา หรือการมองเห็นใบหน้าของผู้คนผิดเพี้ยนไปเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกแฟนตาซีคือสัญญาณของอาการประสาทหลอน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่ามันเกิดจากการที่ส่วนประมวลภาพภายในสมองนั้นถูกกระตุ้นให้ทำงานมากเกินความจำเป็น และสร้างภาพเกินความจริงขึ้นมา แต่จากการศึกษาล่าสุดทำให้มีสมุติฐานใหม่ขึ้นมา ว่าบางทีสาเหตุที่ทำให้เรามองเห็นภาพและสีสันผิดเพี้ยนเวลาที่ได้รับยากล่อมประสาทบางชนิด อย่าง LSD หรือเห็ดเมาที่มีสาร Psilocypin หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Magic Muchroom (เห็ดมหัศจรรย์) และในผู้ที่เป็นโรคจิตเภทนั้น บางทีอาจจะเกิดจากการที่สมองได้รับข้อมูลสำหรับใช้ประมวลภาพเข้ามาน้อยเกินไปต่างหาก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอเรก้อน สหรัฐฯ ได้ทำการทดลองศึกษาการทำงานของตัวรับเซลล์ประสาทภายในส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับการสร้างภาพภายในสมอง โดยการทดลองให้สารกล่อมประสาทที่มีชื่อสุดยาวว่า ไดเมโทไซฟีไนไลโซโพรพีลามีน (dimethoxyphenylisopropylamine) กับหนูทดลอง จากการทดสอบพบว่า ระหว่างหนูที่มีการให้ยากับหนูปกติ หนูที่ได้รับยาจะมีระดับของการส่งสัญญาณประสาทภายในเปลือกสมองส่วนการมองเห็นต่ำกว่าหนูที่ได้ไม่รับยา ซึ่งทำให้นักวิจัยสันนิษฐานว่ายาชนิดนี้ทำให้ข้อมูลที่ส่งมานั้นสะเปะสะปะไม่ครบถ้วน คล้ายจิ๊กซอร์ที่มีชิ้นส่วนไม่ครบ ทำให้สมองจำเป็นต้องสร้างภาพขึ้นมาเติมเต็มข้อมูลส่วนหายไปขึ้นมาเอง ทั้งนี้ อย่างไรก็ตามการทดลองเกี่ยวกับประสาทวิทยาและการค้นหาความจริงของสาเหตุที่ทำให้เกิดภาพหลอนประสาทนั้นยังถือว่าซับซ้อน และสิ่งที่ได้จากการทดลองครั้งนี้ัก็ยังเป็นเพียงทฤษฎี แต่ถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานใหม่ของการวิจัยทางประสาทวิทยาในอนาคต Fact - ในประเทศไทยเองก็มีเห็ดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทเช่นเดียวกันคือ "เห็ดขี้ควาย" หรือภาษาปากบางคนก็เรียกว่า "เห็ดวิเศษ" เป็นเห็ดที่มักจะขึ้นอยู่ตามกองมูลของวัวหรือควาย แต่ในประเทศไทยถือเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ห้ามผลิต ขาย นำเข้า...

ผัวจับได้เมียนอกใจ ! เหตุโป๊ะแตก คลอดลูกแฝดที่มี DNA ไม่เหมือนกัน

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. สำนักข่าว Fujian Daily ได้รายงานถึงเรื่องราวอันน่าตกตะลึงของหญิงชาวจีนที่ถูกสามีของตัวเองฟ้องร้องหลังพบว่าลูกแฝดที่พึ่งคลอดมีคนหนึ่งไม่ใช่ลูกของเขา ตามรายงานระบุว่า สามีและภรรยาคู่นี้ได้เกิดความสงสัยมาเป็นเวลานานแล้วว่า ทำไมลูกแฝดทั้งคู่ของเขาถึงหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งถึงวันที่ต้องพาลูกแฝดไปตรวจสอบ DNA เพื่อยืนยันความเป็นพ่อแม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการทำเอกสารทะเบียนบ้าน และเมื่อผลตรวจออกมาความจริงที่ถูกปิดบังมาอย่างยาวนานก็โป๊ะแตกออกทันที เพราะมีเด็กหนึ่งคน ที่มีดีเอ็นเอไม่เหมือนพ่อของเขา ฝั่งสามีจึงเค้นถามภรรยาว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง ? ภรรยาก็สารภาพจนหมดเปลือกว่า ในช่วงก่อนที่จะตั้งท้องเธอได้แอบไปมี one-night stand กับผู้ชายคนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้เป็นสามีประกาศออกมาทันทีว่า "จะขอเลี้ยงเฉพาะลูกของตัวเองเท่านั้น และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับลูกของคนอื่น" โดยคุณหมอได้อธิบายว่า "คุณแม่รายนี้ต้องไปนอนกับผู้ชายอีกคนภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เสร็จกิจกับสามีคนปัจจุบัน ถึงแม้จะเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่เคสนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าสามารถเป็นไปได้" มีชื่อเรียกว่าปรากฎการณ์ Superfetation ซึ่งเกิดจากผู้เป็นมารดามีการตกไข่ 2 ฟองพร้อม ๆ กันในช่วงที่ไข่สุก (โดยปกติแล้วผู้หญิงจะผลิตไข่ออกมาแค่ 1 ใบ) และได้มีการผสมกับสเปิร์มของชาย 2 คน ในไข่คนละใบ จากการมีเพศสัมพันธ์คนละครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันขณะที่ไข่ตก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก จะพบได้เพียง 1 ใน 13,000...

แม่มา! แอนเจลีนา โจลี อาจเข้าร่วมจักรวาลมาร์เวล ในเรื่อง Marvel’s The Eternals

นักแสดงหญิงดีกรีออสการ์ชื่อดังอย่าง Angelina Jolie กำลังเจรจาที่จะแสดงหนังของ Marvel ในเรื่อง The Eternal แต่ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่า Marvel จะนำเธอมารับบทไหนในเรื่อง รวมถึง Marvel ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้อีกด้วย แต่อย่างที่รู้ ๆ กัน Angelina Jolie เคยร่วมงานแสดงกับ Disney มาก่อนในเรื่อง Maleficent หนึ่งในหนังที่ถูกปรับเปลี่ยนบทจากนิทาน "เจ้าหญิงนิทรา" ชื่อดัง ซึ่งเป็นไปได้ว่า Marvel อาจจะคว้าตัวเธอมาอยู่ในจักรวาลเดียวกันได้จริง ๆ เพราะการหันมารับงานด้านแฟนตาซีของ แองเจลีนา ก็พิสูจน์ถึงความสำเร็จอย่างถล่มถลาย โดย Maleficent ภาคแรกกวาดรายได้ไปกว่า 750 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 180 ล้านเหรียญ และ Maleficent ภาคสองจะเข้าฉายวันที่ 29 พฤษภาคม 2020 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน   บางคนอาจสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง The Eternalว่ามันเกี่ยวกับอะไร ?...

ยอดนิยม

MOBA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดแนว เลือกจัดแสดงเฉพาะภาพเขียนห่วย ๆ เท่านั้น

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ศิลปะไม่มีผิดถูก” มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังให้คุณค่ากับสิ่งสวยงามอยู่เสมอ จนกระทั่งผมได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินเป็นเส้นตรงตามกรอบที่สังคมได้กำหนดไว้ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ รวมทั้งคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา และสำคัญที่สุดคือผู้ที่สร้างผลงานศิลปะชิ้นนั้นขึ้นมานั่นแหละครับ สถานที่แห่งนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (Museum of Bad Art : MOBA) ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา (บรูกลิน และ แมสซาชูเซตส์) ซึ่งสะสมและจัดแสดงเฉพาะงานศิลปะที่ห่วยแตกเพียงอย่างเดียว ตรงตามชื่อเป๊ะ ๆ โดยมีคอนเซปโปรโมตประจำพิพิธภัณฑ์ด้วยว่า “Art too bad to be ignored” (งานศิลป์ที่ห่วยเกินกว่าจะเมินเฉย) เป็นไงหล่ะชัดเจนพอมั้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เงียบเหงานะครับ เพราะที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจนต้องมีการปรับปรุงเพิ่มสาขา นับตั้งแต่ปี 1994 ที่ก่อตั้งก็เคยขยายพื้นที่จัดแสดงมาแล้วสองครั้ง จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นในตอนที่ สก๊อต วิลสัน (พ่อค้าวัตถุโบราณ) นำภาพเขียนที่เขาค้นพบในกองขยะให้เพื่อน ๆ ดู แล้วเกิดปิ๊งไอเดียในการจัดแสดงงานศิลปะห่วยขึ้นมา โดยที่เขาเริ่มสะสมและจัดแสดงภาพเหล่านี้ในชั้นใต้ดิน ที่ แต่มันกลับได้รับความนิยมผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้พิพิธภัณฑ์ใต้ดินของเขาเริ่มรองรับจำนวนคนไม่ไหว เลยตัดสินใจย้ายสถานที่จัดแสดงไปยังเวย์เมาต์ และขยายสาขาเพิ่มเติมไปที่บรูคลิน ซึ่งปัจจุบันมีภาพเขียนห่วย ๆ จัดแสดงมากกว่า 800 ชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะลองไปเที่ยว ไปชมภาพเขียนของจริงก็คงต้องรอไปก่อนนะครับ เพราะ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ พิพิธภัณฑ์กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่จึงปิดการเข้าชมชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด แต่ยังสามารถชมผลงานผ่านทางเว็บไซต์ http://museumofbadart.org  และเฟสบุ๊ค Facbook-Museum of Bad Art ได้ตามปกติครับ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ...

เศรษฐีลึกลับ เตรียมจัดการแข่งขัน Battle Royale โดยใช้คนจริง บนเกาะส่วนตัวของตนเอง

เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยดูหนังญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Battle Royale (เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด) หรือเล่นเกมที่ต้องกระโดดร่มลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเก็บอาวุธใช้สังหารศัตรูกันมาบ้างแล้ว (Pubg) แต่ในครั้งนี้มีเศรษฐีลึกลับผู้หนึ่งสนใจที่อยากจะจัดการแข่งขันแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาทีมจัดงานซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นบนเกาะส่วนตัวของเขา โดยจะใช้คนจริง ๆ 100 คน ในการแข่งขัน เหยดดดดดดดด !!! เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2019 เว็บไซต์ hushush.com (เว็บไซต์ขายของรวมถึงงานบริการสำหรับ VIP) ได้ลงประกาศหาผู้ช่วยให้กับเศรษฐีนิรนามรายหนึ่ง ที่คาดว่าร่ำรวยมาจากการขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon ให้มาช่วยสร้างการแข่งขัน Battle Royale ที่ใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียว โดยเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อผู้เข้าแข่งขันเซ็นต์สัญญาจะได้รับค่าจ้างทันทีเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท และหากเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายได้ จะได้รับเงินรางวัลเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท และการแข่งขันนั้นมีกำหนดการจัดในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นเวลา 3 วันบนเกาะส่วนตัวที่กำลังจัดหาซื้ออยู่ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะการแข่งนี้ไม่ได้เป็นการเอาชีวิตกันจริง ๆ ทางเว็บไซต์ระบุว่าอาวุธที่ใช้นั้นจะเป็นแค่ปืน Airsoft Gun ที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต และมีการป้องกันด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีความไวต่อการสัมผัส เพื่อส่งสัญญาณว่าใครถูกยิงไปแล้วบ้าง และมีการยืนยันว่า จะออกแบบการแข่งขันครั้งนี้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยจะมีฝ่ายดูแลสุขภาพและสวัสดิการของผู้เข้าแข่งขันตลอดระยะเวลาอีกด้วย Battle Royale เรื่องย่อ - จืนตนาการถึงประเทศญี่ปุ่นเกิดภาวะล่มสลาย ตกต่ำถึงขีดสุด สังคมเสื่อมโทรมหนัก ทำให้รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ จึงมีกฏออกมาว่าในแต่ละปี จะมีการสุ่มนักเรียนวัยประมาณ 15 ปี จำนวน 42 คน จากนั้นพาไปปล่อยทิ้งไว้บนเกาะ โดยมีกติกาว่าทุกคนจะต้องไล่ล่ากัน โดยกำหนดเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (ปลอกคอที่ทุกคนถูกติดตั้งก็จะระเบิด) เพื่อใช้แก้ปัญหาวัยรุ่นไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ อ่านต่อ - ไขอักขระที่ซ่อนอยู่ในตำราแพทย์ อายุนับพันปี! (จารึกโดยหมอของเหล่ากลาดิเอเตอร์)

คืนนี้ ! นักวิทยาศาสตร์จะเผยภาพที่แท้จริงของ “หลุมดำ” เป็นครั้งแรกแก่ชาวโลก

จู่ ๆ ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องสสารลึกลับที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในจักรวาลอย่าง “หลุมดำ” ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะปล่อยภาพจริงของมันเป็นครั้งแรกภายใน คืนนี้ 10/04/2019 รูปของหลุมดำที่เราเคยเห็นกันมาก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองของหลุมดำเท่านั้น ในคืนนี้เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังจะแพร่กระจายภาพจริงจากหลุมดำจำนวน 2 ภาพ สู่สาธารชน โดยภาพดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งหมด 6 ที่ ได้แก่ ชิลีเม็กซิโก สเปน ฮาวาย แอริโซนา และแอนตาร์กติก) ในชื่อ Event Horizon Telescope (EHT) ที่เริ่มสำรวจหลุมดำสองแห่ง ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 ภาพทั้งสองภาพที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ เริ่มจากภาพของหลุมดำที่มีชื่อว่า “Sagittarius A” ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง อยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 26,000 ปีแสง อีกภาพเป็นภาพของ หลุมดำใจกลาง M87 ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำของเราถึง 1,700 เท่า และยังอยู่ห่างจากโลกเรามากกว่าถึง 2,700 เท่า สิ่งที่เราจะได้ชมจากภาพทั้งสองภาพเรียกว่า “Event horizons” ซึ่งเป็นการหมุนวนของก๊าซ ฝุ่นละออง ดวงดาว แสง ที่วนรอบวงหลุมดำก่อนที่พวกมันจะถูกดูดเข้าไปข้าง ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่าง ๆ นับตั้งแต่ทางเหนือถึงใต้ ในระยะ 9,000 ไมล์ (จากสเปนถึงแอนตาร์กติกา) ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเก็บภาพหลุมดำที่ยากลำบากจนเป็นไปได้ยาก สำเร็จลงได้ในที่สุด ภาพหลุมดำทั้งสองภาพนี้ จะถูกเผยแพร่ให้ชมพร้อมกันในเวลา 20.00 น. ของวันนี้ (2 ทุ่มตรง) ตามเวลาไทย โดยรับชมพร้อมกันทั้ง 6 เมืองจากทั่วโลก ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา, บรัสเซลส์ เบลเยี่ยม, ซานติอาโก ชิลี, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน และโตเกียว ญี่ปุ่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าได้พลาดเชียวนะครับ Fact –...

เปิดต้นตำรับ ประวัติศาสตร์การอาบน้ำแบบครบวงจร ของชาวโรมัน เมื่อ 2,500 ปีก่อน

การ “อาบน้ำ” หรือการชำระร่างกายเพื่อความสะอาดนั้น เป็นเรื่องปกติของคนทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว แต่การอาบน้ำในทรรศนะคติของชาวโรมันในอดีต คือการ "เสพความสุข" ชนิดที่ว่าต้องฟินสุด ๆ เท่านั้นถึงจะพร้อมอาบ และบทความนี้จะถ่ายทอดให้ทุกคนเข้าใจว่า ชาวโรมันให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากขนาดไหน ! ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ พวกเขายกย่องการอาบน้ำให้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญของชีวิต ยืนยันได้จากการสร้างโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า "เธอเม่" (Thermae) โดยภายในสถานที่แห่งนี้ จะแบ่งขั้นตอนของการอาบไว้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งห้องอบไอน้ำ, ห้องอาบน้ำร้อน, และห้องอาบน้ำเย็น ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนที่จะอาบน้ำได้ ชาวโรมันเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ในห้องอบไอน้ำก่อน พอเหงื่อออกดีแล้ว ก็จะเดินไปอาบน้ำด้วยน้ำร้อน เมื่ออาบเสร็จ ก็จะตบท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นในอีกห้องหนึ่ง ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนมากแค่ไหน คุณก็ต้องหาโอกาสมาอาบน้ำแบบนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่ากันว่าเธอเม่ที่ใหญ่ที่สุด ถูกสร้างบนพื้นที่ถึง 70 ไร่ สามารถรองรับลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1,500 คน ในคราวเดียว แต่ก็มีชาวโรมันบางส่วนไม่เห็นด้วย พวกเขามองว่าการอาบน้ำรูปแบบนี้จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย มากกว่าความชื่นใจในการพักผ่อน เพราะเธอเม่จะเป็นสถานที่อาบน้ำรวมไม่แยกชายหญิง จึงทำให้บางครั้งก็มีโสเภณีแอบเข้ามาขายบริการในโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามบันทึกระบุว่า สถานอาบน้ำบางแห่งก็มีภาพรวมดีกว่าซ่องเพียงนิดเดียว ซึ่งบางแห่งก็หนาแน่นไปด้วยความกาม ที่ลูกค้าเข้ามาเปลือยกายรวมแล้วมีเซ็กส์หมู่อยู่ในห้องอบไอน้ำเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการมีชู้ และเปลี่ยนคู่นอน ซึ่งขัดแย้งกับศีลธรรมสังคมที่โรมระบุไว้มาอย่างยาวนาน และอีกหนึ่งปัญหาคือของมึนเมา ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากและต้องยอมรับ เนื่องจากความร้อนในห้องอบ กับความร้อนจากการออกกำลัง ทำให้คนกระหาย และชาวโรมก็หนีไม่พ้นการระงับคอแห้งด้วยไวน์สักเหยือกกำลังดี แต่สุดท้ายดันเมา นำพาไปสู่การทะเลาะ และปัญหาตามมามากมาย ที่อาบน้ำสาธารณะนับเป็นงานชิ้นเอกอย่างหนึ่งของชาวโรมันทั้งความสวยงามในการก่อสร้าง ความสำเร็จด้านวิศวกรรม คนโรมันรักการอาบน้ำ และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตขนาดที่มีคำกล่าวว่า “อาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง มักชักพาไปในทางชั่วเสมอ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” Fact - โสเภณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคกรีกโบราณคือ โอเลทริดิส (Auletrides) ที่มีทักษะมากกว่าการขายบริการทางเพศ เพราะก่อนที่จะร่วมหลับนอนเธอยังสามารถแสดงสิ่งตื่นเต้นต่าง ๆ ให้แขกดูได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโยนของสลับมือ การฟันดาบ การเล่นกายกรรม หรือการเต้นรำ จึงทำให้บ่อยครั้งเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงส่วนตัวของผู้ที่ซื้อตัวเธอไป และเธอยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ ทุกคนอีกด้วย อ่านต่อ - ความโหดร้าย ที่เหล่า “กลาดิเอเตอร์” ต้องพบเจอใน “โคลอสเซียม”

สุนัขจิ้งจอก อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของมนุษย์ หลัง 60 ปี ความดุร้ายลดน้อยลง

  ถึงแม้ว่าสุนัขจิ้งจอก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความดุร้าย แต่สัตว์ชนิดนี้ก็เป็นบรรพบุรุษต้นสายของสุนัขบ้านอีกหลายสายพันธุ์ และเมื่อย้อนดูไปในอดีต พบว่า มนุษย์ได้เลี้ยงสุนัขจิ้งจอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์เป็นเวลานานกว่าหลายหมื่นปีมาแล้ว จึงทำให้นักพันธุศาสตร์ชาวรัสเซีย Lyudmila Trut ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งให้เชื่อง โดยใช้เวลากว่า 60 ปี เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ให้มนุษย์สามารถเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็น "สุนัขจิ้งจอกบ้าน" ได้ เธอเริ่มทำการวิจัยในปี 1959 โดยตัดสินใจย้ายที่อยู่ไปยัง ไซบีเรีย เพื่อที่จะได้พบกับ สุนัขจิ้งจอกเงิน (Silver Fox) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายน้อยที่สุด เพราะพวกมันมักไม่ทำร้ายมนุษย์แต่มักจะแอบไปกินไก่ของชาวบ้านอยู่เสมอ โดยเธอใช้วิธีที่มีชื่อว่า "Domesticating" มีความหมายตรงตัวว่า "ทำให้เชื่อง" คือการดึงคุณสมบัติของสัตว์ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด เช่น มนุษย์เลี้ยงม้าไว้สำหรับเดินทาง มนุษย์เลี้ยงวัวไว้สำหรับน้ำนม มนุษย์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน และเธอจึงเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกไว้เป็นเพื่อน เช่นกัน     โดยทุก ๆ ปี เธอและทีมวิจัย จะทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์สุนัขจิ้งจอกจำนวน 100 ตัว โดยการประเมินความนิ่ง หากตัวไหนนิ่งที่สุดก็จะผ่านเข้ารอบให้ไปอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัย และเมื่อทำการคัดเลือกเสร็จแล้ว ก็จะนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดุร้ายน้อยที่สุด มาผสมพันธุ์กัน เพื่อทำให้สุนัขจิ้งจอกในรุ่นถัดไปมีความดุร้ายน้อยลง เธอและทีมวิจัยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทุกปี จนสุดท้ายความดุร้ายก็ลดน้อยลงจนเกือบที่จะจางหายไปในที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เผยสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2009 เพราะทางทีมวิจัยมั่นใจแล้วว่า สุนัขจิ้งจอกรุ่นที่ 13 เริ่มมีหางเป็นพวง และเริ่มเชื่องจนเกือบจะกลายเป็นหมาบ้าน 100% ทีมวิจัยได้นำตัวอ่อนของ สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่เชื่องไปฝากครรภ์ไว้ในสายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่ดุร้าย เพื่อศึกษาว่า ลูกที่ออกมาจะมีนิสัยเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่า ลูกสุนัขจิ้งจอกเชื่องเหมือนพ่อแม่ต้นกำเนิด จากการตรวจสอบ DNA พบว่า ความเชื่องอยู่ในระดับพันธุกรรมของลูกสุนัขจิ้งจอกแล้ว     ผลสรุปการทดลองที่ยาวนานกว่า 60 ปี - "ท้ายที่สุดจิ้งจอกใน Generation นี้ พร้อมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะดูแลพวกมัน แม้พวกมันจะมีสัญชาตญาณนักล่ามากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็ไม่ดุร้ายเทียบเท่าสุนัขจิ้งจอกที่พบในป่า" ปัจจุบัน Lyudmila Trut มีอายุ 80 ปี และโครงการยังคงดำเนินต่อไป เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกในไซบีเรีย Fact - สุนัขจิ้งจอกตั้งท้องนาน 2 เดือน คลอดลูกครั้งละ 4-5 ตัว มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง...

ประวัติ แบร์ กริล ผู้ก้าวผ่านความเป็นมนุษย์ไปอย่างหมดสิ้น

  แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส คาราเต้สายดำสองสาย จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2     ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์ สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค "นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง" - แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย     Man...