Tuesday, June 18, 2019

แนะนำ

The Flash วิ่งได้เร็วที่สุดแค่ไหน ? การคำนวณคณิตฯง่าย ๆ นี้ มีคำตอบให้ทุกคนครับ

The Flash ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีความเร็วสูงที่สุดในจักรวาล ซึ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC Comics และเขาได้รับพลังความเร็วจากการที่ "เขาถูกฟ้าผ่าใส่ในขณะที่อยู่ในห้องทดลอง ซึ่งมีสารเคมีหกใส่ทั่วร่างกาย" หลังจากนั้นเขาก็ใช้ชื่อ The Flash เพราะจะได้เข้ากับความเร็วของเขาที่มีความเร็วมากกว่า "ความเร็วแสง" ซึ่งมี The Flash หลายคนที่มีพลังความเร็ว และใช่ชื่อนี้ ถ้าตีค่าความความเร็วของ The Flash เป็นค่าทางคณิตศาสตร์จะได้ตัวเลขที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ เพราะความเร็วของเขามีมากพอจะ "วิ่งรอบโลกได้ 7...

เฉลี่ยแล้วคนเรากลืนพลาสติกลงท้อง ขนาดเทียบเท่าบัตรเครดิต 1 ใบ ทุก ๆ สัปดาห์

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือ WWF เปิดเผยในรายงานว่า เฉลี่ยแล้วคนเราบริโภคพลาสติกประมาณ 5 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับบัตรเครดิต 1 ใบ เลยทีเดียว นักวิจัยพบว่าคนเราบริโภคพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร จำนวน 102,000 ชิ้นต่อปี หรือ 250 กรัมต่อปี และเกือบ 90% มาจากน้ำจากขวดน้ำและก๊อกน้ำ รวมไปถึงอาหารที่มีพลาสติกสูงที่สุดอย่าง หอย เบียร์...

“จัสติน บีเบอร์” ประกาศผ่านทวิต ขอท้าต่อย “ทอม ครูซ” บนสังเวียน UFC

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2019 หรือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องสุดงุนงงขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อ จัสติน บีเบอร์ ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์บัญชีส่วนตัวของตัวเองว่า "ผมอยากท้าสู้กับ ทอม ครูซ ในเวทีกรงจัง ทอม ถ้านายไม่กล้ารับคำท้านี้แปลว่านายกลัวและไม่กล้า นายจะไม่มีวันลืมเรื่องนั้นไปได้ ใครอยากจัดไฟท์นี้บ้าง ? สนไหม @danawhite" (@danawhite ดาน่า...

ล่าสุด

สรุปสั้นๆเพราะอะไร ? ถึงทำให้ผู้ใหญ่มีอำนาจ มองว่า E-Sport ไม่ใช่กีฬา แต่คือการทำลายเด็ก

  หลังจากที่ ดร.ท่านหนึ่ง ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ได้แสดงความกังวลต่อวงการ E-Sport ของเมืองไทยว่า "น่าห่วงตรงที่ประเทศไทยรับกระแสอีสปอร์ตเข้ามาอย่างรวดเร็ว" พร้อมยังยืนยันอีกว่า "อีสปอร์ตไม่ใช่กีฬา" และแม้จะได้รับการรับจาก คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อปี 2560 แล้ว ก็ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องของธุรกิจและเม็ดเงินมากกว่ากีฬา ทำให้เกิดคำถามขึ้นตามมาว่า งั้นกีฬาที่แท้จริงต้องเป็นแบบไหน ? โดยทางคณะได้ให้เหตุผลว่า สารานุกรมกีฬาโลก และสหพันธ์กีฬานานาชาติ ได้กำหนดนิยามไว้ว่า กีฬาที่แท้จริงต้องประกอบไปด้วย 1.ต้องใช้ทักษะทางร่างกายเป็นส่วนสำคัญ 2.มีกฎกติกาควบคุม 3.ไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ 4.ต้องไม่ส่งผลเสียต่อจิตใจของผู้เล่น ซึ่งทาง E-Sport ยังขาดกฏเหล่านี้อยู่มากทั้ง ไม่มีกติกาควบคุม ไม่มีการกำหนดอายุ แต่กลับเชิญชวนให้เด็กไปแข่งขัน โดยเอาเงินรางวัลไปล่อ และจะมีสักกี่คนไปถึงฝัน อีกทั้งกระแส E-Sport ยังทำให้ เด็กที่ถือเป็นกลุ่มเปราะบาง มีข้อต่อรองมากขึ้นกับครูและผู้ปกครอง เพื่อที่จะได้เล่นเกม เด็กที่อยู่ในช่วงวัย 13-18 ซึ่งเป็นวัยที่ต้องพัฒนาสมอง ใช้เวลาเล่นเกมทั้งวัน ทำให้โอกาสในการพัฒนานี้ได้หายไป เมื่อสมองไม่ได้รับการพัฒนา เด็กก็ไม่มีพัฒนาการทางสมองที่สมบูรณ์ เมื่อกู้คืนไม่ได้ก็กลายเป็น "เด็กติดเกมคนหนึ่ง" มากไปกว่านั้นยังมีเรื่องของการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง...

หมึกลูกหมู (Piglet Squid) สิ่งมีชีวิตสุดคิ้วท์ ที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกกว่า 4,000 เมตร

  หมึกลูกหมู (Piglet Squid) มีชื่อสามัญว่า Deep Sea Cranchid Squid ถูกจัดอยู่ในประเภท Helicocranchia สัตว์ใต้ทะเลลึกระดับกลาง เป็นปลาหมึกขนาดเล็ก ที่มีขนาดตัวไม่เกิน 10 เซนติเมตร นักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีอยู่ทั้งหมด 14 สปีซีส์ แต่ปัจจุบันรู้จักกันเพียง 3 สปีซีส์ พวกมันสามารถอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกถึง 4,000 เมตร ได้แบบสบายๆ (แต่มักพบพวกมันในระดับความลึก 100 เมตร) พวกมันมีอายุขัยค่อนข้างยาวนานสำหรับสัตว์ขนาดเล็ก 12-18 เดือน แม้ข้อมูลและภาพของมันจะมีไม่มากนัก แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้จับมันขึ้นมาเลี้ยงพวกเขาก็ได้พบว่า ภายในดวงตาของพวกมันจะมี อวัยวะพิเศษที่เรียกว่า photophore หรือ เซลล์เรืองแสง ที่จะทำปฏิกิริยาเคมีและสามารถผลิตสารเรืองแสงได้เช่นเดียวกับหิ่งห้อย โดยแสงวิบวับนี้ใช้ในการล่อเหยื่อขนาดเล็ก และพวกมันยังแตกต่างกับหมึกสายพันธุ์อื่นๆเนื่องจาก มีครีบคล้ายใบพัดที่ปลายลำตัว และลำตัวโปร่งใส ซึ่งทำให้พวกมันสามารถอาศัยอยู่ในน้ำลึกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากใต้น้ำลึกกระแสน้ำจะค่อนข้างนิ่ง เมื่อมีครีบจะทำให้พวกมันเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ บวกกับลำตัวโปร่งใส ที่ทำให้ไม่เป็นที่สนใจของเหยื่อและแน่นอนว่าเหยื่อก็จะมองไม่เห็นตัวมันเช่นกัน เมื่อถึงฤดูหาคู่ ตัวผู้และตัวเมียจะใช้เวลาปฏิสนธิ 15 วินาที...

NASA สร้างจุดที่หนาวที่สุดในจักรวาล บนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS

  เมื่อปี 2014 องค์กรนาซ่าได้ประกาศโครงการที่จะสร้าง สถานที่ที่หนาวที่สุดในจักรวาล ซึ่งจะถูกบรรจุอยู่ในกล่องขนาดเล็กที่มีขนาดเทียบเท่ากล่องใส่น้ำแข็งที่ใช้กันตามบ้านเรือน ซึ่งหนาวเย็นกว่าส่วนที่ลึกที่สุดในจักรวาล โดยเจ้ากล่องสุดหนาวนี้มีชื่อว่า The Cold Atom Laboratory หรือ CAL โดยเมื่อปี 2017 เจ้ากล่องน้ำแข็งถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ISS พร้อมกับ จรวด CRS-12 ของบริษัท SpaceX และถูกติดตั้งจนสมบูรณ์พร้อมใช้งานเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2018 กล่องน้ำแข็ง CAL ถูกออกแบบ เพื่อทำให้อะตอมมีความเย็นกว่าอุณศูนย์สัมบูรณ์หลายพันเท่า ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการนี้คือ เพื่อทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจสสารและกฏพื้นฐานของแรงโน้มถ่วงได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงการประยุคต์ใช้งานในการตรวจหาพลังมืดในจักรวาล เพราะเมื่ออะตอมถูกทำให้เย็นจัดมากๆ อะตอมเหล่านี้จะเข้าสู่สภาวะที่ถูกเรียกว่า Bose-Einstein condensate ซึ่งในสภาวะนี้อะตอมจะไม่เป็นไปตามกฎฟิสิกส์ที่เรารู้จักกัน แต่จะเป็นไปตามกฏของควอนตัมแทน ทำให้อะตอมจะมีพฤติกรรมเหมือนคลื่นมากกว่าอนุภาค รูปแบบที่ลึกลับของคลื่นเหล่านี้ไม่เคยมีใครเห็นในอุณหภูมิที่ต่ำขนาดนี้มาก่อน     โดยก่อนหน้านี้ นาซ่าได้ทำการทดลองบนโลก แต่เนื่องจากแรงโน้มถ่วงทำให้การทดลองเกิดขึ้นเพียงเสี่ยววินาที ซึ่งไม่เพียงพอที่จะนำมาประยุกต์ใช้งานได้ แต่เมื่อนำมาทดลองบนสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงก็สามารถทดลองได้นานกว่า 10 วินาที ผลจากการทดลองเหล่านี้สามารถนำประยุคต์ในการปรับปรุงเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ได้ เช่น เซ็นเซอร์ คอมพิวเตอร์ควอนตัม...

Pewdiepie กำลังเสียตำแหน่งช่องที่มียอด Subscribe มากที่สุดใน Youtube

  พิวดี้พาย (Pewdiepie) ชายผู้ได้รับสมญานามว่า “ราชาแห่ง Youtube” เพราะพี่แกครองตำแหน่งแชแนล Youtube ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งในแต่ละปีสามารถทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท จากทั้งโฆษณาและสปอนเซอร์ต่างๆที่ติดต่อเข้ามาเพื่อสนับสนุนช่อง แต่ในอนาคตอาจไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เมื่อแชแนลที่ว่ามีชื่อว่า T-Series กำลังเติบโตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ในเว็บไซต์ Social Blade เผยว่า ช่อง T-Series จะมีผู้ยอด Subscribe แซงหน้า Pewdiepie ภายในระยะเวลา 6 เดือน เนื่องจากช่อง T-Series ได้เติบโตเร็วเป็นอย่างมาก โดยในระยะเวลาอีก 6 เดือนต่อจากนี้ Pewdiepie จะมีผู้ติดตามทั้งหมด 70.9 ล้าน แต่ T-Series จะมีผู้ติดตามทั้งหมด 85.4 ล้าน     สาเหตุที่ทำให้ช่อง T-Series เติบโตอย่างก้าวกระโดดก็เพราะ เป็นช่องของ Bollywood บริษัทสื่อระดับโลกของประเทศอินเดีย...

เรือประมง อังกฤษ-ฝรั่งเศส เปิดศึกขับเรือชนกัน เหตุชิงพื้นที่จับหอยนอกน่านน้ำสากล

เมื่อเช้ามืดของวันที่ 28 สิงหาคม 2018 เกิดเหตุกระทบกระทั่งกัน ระหว่างกองเรือประมงฝรั่งเศส กับ เรือประมงอังกฤษ บริเวณน่านน้ำในช่องแคบอังกฤษใกล้แคว้นนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส สาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องพื้นที่การตกหอยเชลล์ในน่านน้ำแถบนี้ เรือประมงอังกฤษซึ่งมีเพียง 5 ลำ ถูกห้อมล้อมด้วย กองเรือประมงฝรั่งเศสกว่า 40 ลำ และแม้ทางการฝรั่งเศสจะส่งเรือออกมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ เพราะเกรงว่าจะต้องมีการปะทะกันก่อนขึ้นแน่ แต่ในที่สุดก็เกิดการปะทะกันขึ้น หลังจากชาวประมงฝรั่งเศสขว้างก้อนหินใส่เรืออังกฤษ จากนั้นเรือแดนผู้ดีจึงตัดสินใจขับพุ่งชนเรือของฝรั่งเศสจนมีเรือได้รับความเสียหาย 3 ลำ เมื่อสืบสาวหาต้นตอของการทะเลากันครั้งนี้ ก็ได้ทราบว่า ทางการฝรั่งเศสไม่อนุญาตให้ชาวประมงในประเทศเข้ามาตกหอยเชลล์ในน่านน้ำแถบนี้ระหว่างวันที่ 15 พ.ค. ถึง 1 ต.ค. เพื่อให้เวลาหอยได้เติบโต ส่วนฝ่ายอังกฤษไม่มีกฎเช่นนี้ จึงทำให้เกิดการผิดใจกันขึ้น และที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายจะมีแค่ข้อตกลงปากเปล่าระหว่างกันว่า หอยที่จับมาได้จะต้องแบ่งกันอย่างเท่าเทียม     อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ไม่มีสัญญาลูกผู้ชายเหมือนเมื่อก่อน ทำให้นักประมงฝรั่งเศสกล่าวหาฝ่ายอังกฤษว่า นำเรือเข้ามาตกหอยเป็นจำนวนมาก จนไม่เหลือให้ฝ่ายฝรั่งเศสเลย เพราะกว่าที่พวกเขาจะกลับมาตกได้หอยก็ไม่เหลือให้ตกแล้ว จึงตัดสินใจรับมือปัญหานี้ด้วยการส่งเรือออกไปเผชิญหน้ากับอังกฤษ ส่งผลให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งครั้งนี้ขึ้น ก่อนหน้านี้ อังกฤษ ก็เคยมีสงครามปลาค็อดกับ ไอซ์แลนด์ เนื่องจากประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีรายได้หลักจากการทำประมง...

รัสเซียเตรียมสร้าง ศูนย์วิจัยเหมือน “จูราสสิค พาร์ค” หวังคืนชีพสัตว์ดึกดําบรรพ์

  เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2018 สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ได้รายงานข่าวตรงกันว่า รัฐบาลรัฐเซียเตรียมสนับสนุนให้จัดตั้งศูนย์วิจัยสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับศูนย์วิจัยในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง จูราสสิค พาร์ค (Jurassic Park) เพื่อทำการโคลนนิ่งสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยจะโคลนนิ่งช้างแมมมอธ ขึ้นมาก่อน เป็นแผนเริ่มต้น จากนั้นจึงจะทยอยโคลนนิ่งสัตว์สายพันธุ์อื่นต่อไป รายงานระบุว่าศูนย์วิจัยแห่งนี้ จะมีที่ตั้งอยู่ที่เมืองยากุ๊ตสค์ ของประเทศรัสเซีย (แต่ยังไม่เปิดเผยตำแหน่งที่ชัดเจน) ซึ่งโครงการนี้ได้รับความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จากมูลนิธิวิจัยชีวเคมีของเกาหลีใต้ (SOOAM) มีงบการก่อสร้างอยู่ที่ 5.9 ล้านดอลลาร์ (ราว 193 ล้านบาท) โดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีแผนเปิดตัวศูนย์วิจัยแห่งนี้ในงานประชุมด้านการลงทุน ที่จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2018     "ไม่มีสถานที่ใดบนโลกเหมาะสมเท่ากับที่นี่อีกแล้ว สัตว์กว่า 80% ที่เราค้นพบใต้ผืนน้ำแข็งไซบีเรีย (เพอร์มาฟรอสต์) ยังมีดีเอ็นเอหลงเหลืออยู่ เช่น ช้างแมมมอธ สิงโตยูเรเชีย แรดขน" - ดร.เลน่า กริกรอรีเอวา หัวหน้าโครงการ กล่าว โดยก่อนหน้านี้...

ยอดนิยม

MOBA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดแนว เลือกจัดแสดงเฉพาะภาพเขียนห่วย ๆ เท่านั้น

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ศิลปะไม่มีผิดถูก” มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังให้คุณค่ากับสิ่งสวยงามอยู่เสมอ จนกระทั่งผมได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินเป็นเส้นตรงตามกรอบที่สังคมได้กำหนดไว้ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ รวมทั้งคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา และสำคัญที่สุดคือผู้ที่สร้างผลงานศิลปะชิ้นนั้นขึ้นมานั่นแหละครับ สถานที่แห่งนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (Museum of Bad Art : MOBA) ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา (บรูกลิน และ แมสซาชูเซตส์) ซึ่งสะสมและจัดแสดงเฉพาะงานศิลปะที่ห่วยแตกเพียงอย่างเดียว ตรงตามชื่อเป๊ะ ๆ โดยมีคอนเซปโปรโมตประจำพิพิธภัณฑ์ด้วยว่า “Art too bad to be ignored” (งานศิลป์ที่ห่วยเกินกว่าจะเมินเฉย) เป็นไงหล่ะชัดเจนพอมั้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เงียบเหงานะครับ เพราะที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจนต้องมีการปรับปรุงเพิ่มสาขา นับตั้งแต่ปี 1994 ที่ก่อตั้งก็เคยขยายพื้นที่จัดแสดงมาแล้วสองครั้ง จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นในตอนที่ สก๊อต วิลสัน (พ่อค้าวัตถุโบราณ) นำภาพเขียนที่เขาค้นพบในกองขยะให้เพื่อน ๆ ดู แล้วเกิดปิ๊งไอเดียในการจัดแสดงงานศิลปะห่วยขึ้นมา โดยที่เขาเริ่มสะสมและจัดแสดงภาพเหล่านี้ในชั้นใต้ดิน ที่ แต่มันกลับได้รับความนิยมผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้พิพิธภัณฑ์ใต้ดินของเขาเริ่มรองรับจำนวนคนไม่ไหว เลยตัดสินใจย้ายสถานที่จัดแสดงไปยังเวย์เมาต์ และขยายสาขาเพิ่มเติมไปที่บรูคลิน ซึ่งปัจจุบันมีภาพเขียนห่วย ๆ จัดแสดงมากกว่า 800 ชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะลองไปเที่ยว ไปชมภาพเขียนของจริงก็คงต้องรอไปก่อนนะครับ เพราะ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ พิพิธภัณฑ์กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่จึงปิดการเข้าชมชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด แต่ยังสามารถชมผลงานผ่านทางเว็บไซต์ http://museumofbadart.org  และเฟสบุ๊ค Facbook-Museum of Bad Art ได้ตามปกติครับ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ...

เศรษฐีลึกลับ เตรียมจัดการแข่งขัน Battle Royale โดยใช้คนจริง บนเกาะส่วนตัวของตนเอง

เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยดูหนังญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Battle Royale (เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด) หรือเล่นเกมที่ต้องกระโดดร่มลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเก็บอาวุธใช้สังหารศัตรูกันมาบ้างแล้ว (Pubg) แต่ในครั้งนี้มีเศรษฐีลึกลับผู้หนึ่งสนใจที่อยากจะจัดการแข่งขันแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาทีมจัดงานซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นบนเกาะส่วนตัวของเขา โดยจะใช้คนจริง ๆ 100 คน ในการแข่งขัน เหยดดดดดดดด !!! เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2019 เว็บไซต์ hushush.com (เว็บไซต์ขายของรวมถึงงานบริการสำหรับ VIP) ได้ลงประกาศหาผู้ช่วยให้กับเศรษฐีนิรนามรายหนึ่ง ที่คาดว่าร่ำรวยมาจากการขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon ให้มาช่วยสร้างการแข่งขัน Battle Royale ที่ใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียว โดยเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อผู้เข้าแข่งขันเซ็นต์สัญญาจะได้รับค่าจ้างทันทีเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท และหากเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายได้ จะได้รับเงินรางวัลเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท และการแข่งขันนั้นมีกำหนดการจัดในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นเวลา 3 วันบนเกาะส่วนตัวที่กำลังจัดหาซื้ออยู่ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะการแข่งนี้ไม่ได้เป็นการเอาชีวิตกันจริง ๆ ทางเว็บไซต์ระบุว่าอาวุธที่ใช้นั้นจะเป็นแค่ปืน Airsoft Gun ที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต และมีการป้องกันด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีความไวต่อการสัมผัส เพื่อส่งสัญญาณว่าใครถูกยิงไปแล้วบ้าง และมีการยืนยันว่า จะออกแบบการแข่งขันครั้งนี้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยจะมีฝ่ายดูแลสุขภาพและสวัสดิการของผู้เข้าแข่งขันตลอดระยะเวลาอีกด้วย Battle Royale เรื่องย่อ - จืนตนาการถึงประเทศญี่ปุ่นเกิดภาวะล่มสลาย ตกต่ำถึงขีดสุด สังคมเสื่อมโทรมหนัก ทำให้รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ จึงมีกฏออกมาว่าในแต่ละปี จะมีการสุ่มนักเรียนวัยประมาณ 15 ปี จำนวน 42 คน จากนั้นพาไปปล่อยทิ้งไว้บนเกาะ โดยมีกติกาว่าทุกคนจะต้องไล่ล่ากัน โดยกำหนดเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (ปลอกคอที่ทุกคนถูกติดตั้งก็จะระเบิด) เพื่อใช้แก้ปัญหาวัยรุ่นไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ อ่านต่อ - ไขอักขระที่ซ่อนอยู่ในตำราแพทย์ อายุนับพันปี! (จารึกโดยหมอของเหล่ากลาดิเอเตอร์)

คืนนี้ ! นักวิทยาศาสตร์จะเผยภาพที่แท้จริงของ “หลุมดำ” เป็นครั้งแรกแก่ชาวโลก

จู่ ๆ ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องสสารลึกลับที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในจักรวาลอย่าง “หลุมดำ” ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะปล่อยภาพจริงของมันเป็นครั้งแรกภายใน คืนนี้ 10/04/2019 รูปของหลุมดำที่เราเคยเห็นกันมาก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองของหลุมดำเท่านั้น ในคืนนี้เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังจะแพร่กระจายภาพจริงจากหลุมดำจำนวน 2 ภาพ สู่สาธารชน โดยภาพดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งหมด 6 ที่ ได้แก่ ชิลีเม็กซิโก สเปน ฮาวาย แอริโซนา และแอนตาร์กติก) ในชื่อ Event Horizon Telescope (EHT) ที่เริ่มสำรวจหลุมดำสองแห่ง ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 ภาพทั้งสองภาพที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ เริ่มจากภาพของหลุมดำที่มีชื่อว่า “Sagittarius A” ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง อยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 26,000 ปีแสง อีกภาพเป็นภาพของ หลุมดำใจกลาง M87 ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำของเราถึง 1,700 เท่า และยังอยู่ห่างจากโลกเรามากกว่าถึง 2,700 เท่า สิ่งที่เราจะได้ชมจากภาพทั้งสองภาพเรียกว่า “Event horizons” ซึ่งเป็นการหมุนวนของก๊าซ ฝุ่นละออง ดวงดาว แสง ที่วนรอบวงหลุมดำก่อนที่พวกมันจะถูกดูดเข้าไปข้าง ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่าง ๆ นับตั้งแต่ทางเหนือถึงใต้ ในระยะ 9,000 ไมล์ (จากสเปนถึงแอนตาร์กติกา) ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเก็บภาพหลุมดำที่ยากลำบากจนเป็นไปได้ยาก สำเร็จลงได้ในที่สุด ภาพหลุมดำทั้งสองภาพนี้ จะถูกเผยแพร่ให้ชมพร้อมกันในเวลา 20.00 น. ของวันนี้ (2 ทุ่มตรง) ตามเวลาไทย โดยรับชมพร้อมกันทั้ง 6 เมืองจากทั่วโลก ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา, บรัสเซลส์ เบลเยี่ยม, ซานติอาโก ชิลี, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน และโตเกียว ญี่ปุ่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าได้พลาดเชียวนะครับ Fact –...

เปิดต้นตำรับ ประวัติศาสตร์การอาบน้ำแบบครบวงจร ของชาวโรมัน เมื่อ 2,500 ปีก่อน

การ “อาบน้ำ” หรือการชำระร่างกายเพื่อความสะอาดนั้น เป็นเรื่องปกติของคนทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว แต่การอาบน้ำในทรรศนะคติของชาวโรมันในอดีต คือการ "เสพความสุข" ชนิดที่ว่าต้องฟินสุด ๆ เท่านั้นถึงจะพร้อมอาบ และบทความนี้จะถ่ายทอดให้ทุกคนเข้าใจว่า ชาวโรมันให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากขนาดไหน ! ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ พวกเขายกย่องการอาบน้ำให้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญของชีวิต ยืนยันได้จากการสร้างโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า "เธอเม่" (Thermae) โดยภายในสถานที่แห่งนี้ จะแบ่งขั้นตอนของการอาบไว้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งห้องอบไอน้ำ, ห้องอาบน้ำร้อน, และห้องอาบน้ำเย็น ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนที่จะอาบน้ำได้ ชาวโรมันเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ในห้องอบไอน้ำก่อน พอเหงื่อออกดีแล้ว ก็จะเดินไปอาบน้ำด้วยน้ำร้อน เมื่ออาบเสร็จ ก็จะตบท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นในอีกห้องหนึ่ง ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนมากแค่ไหน คุณก็ต้องหาโอกาสมาอาบน้ำแบบนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่ากันว่าเธอเม่ที่ใหญ่ที่สุด ถูกสร้างบนพื้นที่ถึง 70 ไร่ สามารถรองรับลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1,500 คน ในคราวเดียว แต่ก็มีชาวโรมันบางส่วนไม่เห็นด้วย พวกเขามองว่าการอาบน้ำรูปแบบนี้จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย มากกว่าความชื่นใจในการพักผ่อน เพราะเธอเม่จะเป็นสถานที่อาบน้ำรวมไม่แยกชายหญิง จึงทำให้บางครั้งก็มีโสเภณีแอบเข้ามาขายบริการในโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามบันทึกระบุว่า สถานอาบน้ำบางแห่งก็มีภาพรวมดีกว่าซ่องเพียงนิดเดียว ซึ่งบางแห่งก็หนาแน่นไปด้วยความกาม ที่ลูกค้าเข้ามาเปลือยกายรวมแล้วมีเซ็กส์หมู่อยู่ในห้องอบไอน้ำเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการมีชู้ และเปลี่ยนคู่นอน ซึ่งขัดแย้งกับศีลธรรมสังคมที่โรมระบุไว้มาอย่างยาวนาน และอีกหนึ่งปัญหาคือของมึนเมา ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากและต้องยอมรับ เนื่องจากความร้อนในห้องอบ กับความร้อนจากการออกกำลัง ทำให้คนกระหาย และชาวโรมก็หนีไม่พ้นการระงับคอแห้งด้วยไวน์สักเหยือกกำลังดี แต่สุดท้ายดันเมา นำพาไปสู่การทะเลาะ และปัญหาตามมามากมาย ที่อาบน้ำสาธารณะนับเป็นงานชิ้นเอกอย่างหนึ่งของชาวโรมันทั้งความสวยงามในการก่อสร้าง ความสำเร็จด้านวิศวกรรม คนโรมันรักการอาบน้ำ และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตขนาดที่มีคำกล่าวว่า “อาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง มักชักพาไปในทางชั่วเสมอ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” Fact - โสเภณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคกรีกโบราณคือ โอเลทริดิส (Auletrides) ที่มีทักษะมากกว่าการขายบริการทางเพศ เพราะก่อนที่จะร่วมหลับนอนเธอยังสามารถแสดงสิ่งตื่นเต้นต่าง ๆ ให้แขกดูได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโยนของสลับมือ การฟันดาบ การเล่นกายกรรม หรือการเต้นรำ จึงทำให้บ่อยครั้งเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงส่วนตัวของผู้ที่ซื้อตัวเธอไป และเธอยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ ทุกคนอีกด้วย อ่านต่อ - ความโหดร้าย ที่เหล่า “กลาดิเอเตอร์” ต้องพบเจอใน “โคลอสเซียม”

สุนัขจิ้งจอก อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของมนุษย์ หลัง 60 ปี ความดุร้ายลดน้อยลง

  ถึงแม้ว่าสุนัขจิ้งจอก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความดุร้าย แต่สัตว์ชนิดนี้ก็เป็นบรรพบุรุษต้นสายของสุนัขบ้านอีกหลายสายพันธุ์ และเมื่อย้อนดูไปในอดีต พบว่า มนุษย์ได้เลี้ยงสุนัขจิ้งจอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์เป็นเวลานานกว่าหลายหมื่นปีมาแล้ว จึงทำให้นักพันธุศาสตร์ชาวรัสเซีย Lyudmila Trut ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งให้เชื่อง โดยใช้เวลากว่า 60 ปี เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ให้มนุษย์สามารถเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็น "สุนัขจิ้งจอกบ้าน" ได้ เธอเริ่มทำการวิจัยในปี 1959 โดยตัดสินใจย้ายที่อยู่ไปยัง ไซบีเรีย เพื่อที่จะได้พบกับ สุนัขจิ้งจอกเงิน (Silver Fox) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายน้อยที่สุด เพราะพวกมันมักไม่ทำร้ายมนุษย์แต่มักจะแอบไปกินไก่ของชาวบ้านอยู่เสมอ โดยเธอใช้วิธีที่มีชื่อว่า "Domesticating" มีความหมายตรงตัวว่า "ทำให้เชื่อง" คือการดึงคุณสมบัติของสัตว์ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด เช่น มนุษย์เลี้ยงม้าไว้สำหรับเดินทาง มนุษย์เลี้ยงวัวไว้สำหรับน้ำนม มนุษย์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน และเธอจึงเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกไว้เป็นเพื่อน เช่นกัน     โดยทุก ๆ ปี เธอและทีมวิจัย จะทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์สุนัขจิ้งจอกจำนวน 100 ตัว โดยการประเมินความนิ่ง หากตัวไหนนิ่งที่สุดก็จะผ่านเข้ารอบให้ไปอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัย และเมื่อทำการคัดเลือกเสร็จแล้ว ก็จะนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดุร้ายน้อยที่สุด มาผสมพันธุ์กัน เพื่อทำให้สุนัขจิ้งจอกในรุ่นถัดไปมีความดุร้ายน้อยลง เธอและทีมวิจัยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทุกปี จนสุดท้ายความดุร้ายก็ลดน้อยลงจนเกือบที่จะจางหายไปในที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เผยสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2009 เพราะทางทีมวิจัยมั่นใจแล้วว่า สุนัขจิ้งจอกรุ่นที่ 13 เริ่มมีหางเป็นพวง และเริ่มเชื่องจนเกือบจะกลายเป็นหมาบ้าน 100% ทีมวิจัยได้นำตัวอ่อนของ สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่เชื่องไปฝากครรภ์ไว้ในสายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่ดุร้าย เพื่อศึกษาว่า ลูกที่ออกมาจะมีนิสัยเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่า ลูกสุนัขจิ้งจอกเชื่องเหมือนพ่อแม่ต้นกำเนิด จากการตรวจสอบ DNA พบว่า ความเชื่องอยู่ในระดับพันธุกรรมของลูกสุนัขจิ้งจอกแล้ว     ผลสรุปการทดลองที่ยาวนานกว่า 60 ปี - "ท้ายที่สุดจิ้งจอกใน Generation นี้ พร้อมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะดูแลพวกมัน แม้พวกมันจะมีสัญชาตญาณนักล่ามากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็ไม่ดุร้ายเทียบเท่าสุนัขจิ้งจอกที่พบในป่า" ปัจจุบัน Lyudmila Trut มีอายุ 80 ปี และโครงการยังคงดำเนินต่อไป เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกในไซบีเรีย Fact - สุนัขจิ้งจอกตั้งท้องนาน 2 เดือน คลอดลูกครั้งละ 4-5 ตัว มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง...

ประวัติ แบร์ กริล ผู้ก้าวผ่านความเป็นมนุษย์ไปอย่างหมดสิ้น

  แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส คาราเต้สายดำสองสาย จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2     ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์ สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค "นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง" - แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย     Man...