เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้พิพากษารัฐนิวยอร์ก ได้พิพากษาให้ นายไมเคิล โรตอนโด ชายวัย 30 ปี ให้ย้ายออกจากบ้านของพ่อแม่ของเขาเอง หลังถูกพ่อแม่ของตัวเองฟ้องร้องต่อศาล เพื่อหาข้อสรุปและช่วยแก้ปัญหาภายในครอบครัว หลังพวกเขาพยายามมาหลายปี เพื่อที่จะให้ลูกชายที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ได้ย้ายออกจากบ้าน เพื่อไปก่อร่างสร้างชีวิตของตัวเอง

รายงานระบุว่า นางคริสตินา และนายมาร์ค โรตอนโด พ่อแม่ของ ไมเคิล ได้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาล ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับการไล่ลูกชายออกจากบ้าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ลูกชายออกจากบ้าน ภายในเวลา 14 วัน แต่เขาก็ยังเพิกเฉย

 

 

อย่างไรก็ดี ไมเคิล เคยย้ายออกจากบ้านไปเมื่อ 8 ปีก่อน แต่ปรากฎว่าเรียนไม่จบ แถมยังมีลูกอีกหนึ่งคน สุดท้ายก็บากหน้ากลับมาอยู่กับพ่อแม่ แถมยังไม่ยอมหางานทำ อาศัยเกาะพ่อแม่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่ช่วย

แม้ว่าพ่อและแม่ของไมเคิล จะใช้ทั้งไม้หนักและไม้เบาเข้าจัดการลูกชาย โดยเริ่มดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมออกหนังสือเตือนคราวนี้ให้เวลา 30 วัน พร้อมๆ กับระบุว่าจะให้ความช่วยเหลือลูกชายในเรื่องต่างๆทั้งช่วยหาที่พัก ช่วยหางานให้ ให้เงินราว 35,000 บาท เพื่อนำไปตั้งต้นใช้ชีวิตเอง แต่ ไมเคิล ก็ได้ปฏิเสธทุกข้อเสนอ ทำให้เรื่องราวต้องถูกดำเนินการไปถึงศาล

โดยทนายความฝ่ายพ่อแม่ของไมเคิล ระบุว่า ไมเคิลได้บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา มาตั้งแต่อายุ 21 ปี ครอบครัวก็มีสิทธิ์ที่จะเชิญให้เขาออกบ้านได้ เนื่องจากกรรมสิทธิ์นั้นเป็นของเจ้าของบ้านอยู่แล้ว

 

 

ด้าน ไมเคิล ซึ่งแม้จะเรียนไม่จบแต่ก็ยังทำหน้าที่ว่าความให้กับตัวเองในศาล โดยได้แย้งศาลว่า เขามีสิทธิ์อย่างถูกต้อง ที่จะอยู่กับพ่อแม่ได้อีก 6 เดือน แต่ผู้พิพากษากลับบอกว่า ศาลสั่งให้ไมเคิล ย้ายในทันที เพราะคำเตือนที่ผ่านมาเพียงพอแล้ว ด้านไมเคิลก็ยังไม่ยอมแพ้ ย้อนกลับศาลว่าคำสั่งขับไล่นั้นก็อุกอาจเช่นกัน

ทั้งนี้ แม้ศาลจะมีคำพิพากษาขับไล่ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆกับคำสั่งศาล แถมยังให้สัมภาษณ์สื่อหลังออกจาศาลว่า ไมเคิลเตรียมยื่นอุทธรณ์คดี พร้อมระบุว่าคำตัดสินมันน่าตลกสิ้นดี เขาไม่ได้อาศัยในห้องใต้ดิน เขามีห้องนอนของตัวเอง แถมเขาซักเสื้อผ้าและทำอาหารเองด้วย เพียงแต่พวกเขาต้องการหาเรื่องกดดันต่างๆ เพื่อจะขับไล่ตัวเขาออกจากบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิดเช่นเดียวกัน

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน