ในปี 1938 ชาวเยอรมันได้รู้จักกับยาชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Pervitin” ซึ่งเป็นดั่งยาวิเศษที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง ไม่เจ็บปวด ไม่หิว ไม่ง่วง ที่ขายให้แก่พลเรือนและถูกใช้กับทหารนาซีเยอรมันอย่างแพร่หลาย โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือ “เมทแอมเฟตามีน” (Methamphetamine) สารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ยาบ้า”

 

 

รับประทาน ๑-๒ เม็ด เพื่อกำจัดความง่วงนอนและเมื่อล้า ๓-๘ ชั่วโมง หรือ ๔ เม็ด สำหรับยืดเวลาการตื่นนอนไว้ ๒๔ ชั่วโมง

ยา Pervitin จึงถูกซื้อโดยกองทัพนาซีเยอรมันจำนวนมากเพื่อนำแจกจ่ายให้กับทหารหน่วย Wehrmacht ในสงครามกับโปแลนด์ ซึ่งผลที่ได้คือทหารเหล่านี้มีความอดทนเกินมนุษย์ จนสามารถนำชัยชนะมาสู่กองทัพนาซีได้หลายต่อหลายครั้ง บางข้อมูลระบุว่า “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ก็ใช้ยาตัวนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แรงกดดันของสงครามจากหลายแห่งที่นาซีเยอรมันต้องต่อสู้ เกิดการเรียกร้องให้คิดค้นยาตัวใหม่ที่ออกฤทธิ์นานกว่าเดิม และสร้างพละกำลังได้ยาวนานกว่าเดิมขึ้นมาแทนยาแบบเก่า

แม้แต่ตัวฮิตเลอร์เองก็ใช้ยาประเภทเดียวกันนี้ด้วยวิธีการฉีดเข้กระแสเลือดโดย Theodor Morell แพทย์ประจำตัว ผู้ติดตามคนหนึ่งได้เล่าถึงอาการตื่นตัวอย่างประหลาดในระหว่างที่ฮิตเลอร์ไปเยือนอิตาลีไว้ว่าเขาพูดพล่ามไม่หยุด และคาดว่าอาการนี้เป็นผลจากยากระตุ้นอีกเช่นกัน

 

 

นักวิทยาศาสตร์ประจำกองทัพจึงได้พัฒนายาตัวใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า D-IX โดยมีส่วนประกอบของ “โคเคน มอร์ฟีนและเมทแอมเฟตามีน” ยาชนิดใหม่ผ่านการทดลอง โดยให้เชลยศึกรายหนึ่งกินเข้าไปจากนั้นวัดผลลัพธ์ ยาเม็ดนี้ช่วยให้คนสามารถเดินเท้าไกลกว่า 90 กิโลเมตรโดยไม่ต้องหยุดพักหรือเหน็ดเหนื่อย แม้จะต้องแบกสัมภาระหนัก 20 กิโลกรัมตลอดการเดินทาง ยา D-IX จึงเป็นหนึ่งในอาวุธลับที่กองทัพนาซีหมายจะทำให้ทหารก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และมีชัยเหนือข้าศึกทั้งปวง

ทว่ายา D-IX นี้ถูกพัฒนาในช่วงนาซีเยอรมันกำลังจะพ่ายแพ้สงคราม โครงการดังกล่าวจึงถูกปิดตัวไป และแม้ว่ายามหัศจรรย์นี้จะช่วยให้ทหารสามารถเพิ่มสมรรถภาพร่างกายให้พร้อมรบได้ในทุกสถาณการณ์ แต่ผลข้างเคียงที่น่ากลัวของมันก็ปรากฏให้เห็นได้เป็นเงาตามตัว การอดนอนในเวลายาวนานในขณะที่ยาออกฤทธิ์ ไม่สามารถทดแทนด้วยการพักผ่อนในระยะสั้นๆได้ มีบันทึกว่าทหารที่ใช้ยาฆ่าตัวตายเพราะไม่สามารถทนต่อความรู้สึกตึงเครียดหลังยาหมดฤทธิ์ได้ ทหารจำนวนหนึ่งเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว

ที่มา – thesun

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment