ทำไม ? พระจันทร์จึงกลายเป็นสีชมพู “Pink Moon” (เพราะชาวอินเดียนแดงในอดีต)

หลายประเทศทางฝั่งตะวันตกได้เห็นปรากฏการณ์สุดงดงามของพระจันทร์เต็มดวงในช่วงเทศกาลอิสเตอร์ที่เรียกว่า “Pink Moon” หรือ “พระจันทร์สีชมพู” และมีชาวไทยไม่น้อยที่ได้เฝ้าดูและตื่นตาตื่นใจไปกับปรากฏการณ์ดังกล่าวในช่วงเวลา 18:12 น. ของวันที่ (19/04/62)

 

ตามจริงแล้วปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่พระจันทร์จะกลายเป็นสีชมพู แต่เป็นเพียงการตั้งชื่อปรากฏการณ์ตาม ชื่อของต้นไม้ “กราวด์ ฟล็อกซ์ (Ground phlox)” พืชประจำเผ่าของชาวอินเดียนแดงในอดีต ซึ่งพืชชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งคือ “พิงค์ฟลาวเวอร์ (Pink Flower)” แปลตรงตัวว่าดอกไม้สีชมพูนั่นเอง ซึ่งมีดอกสีชมพูสดใสสมชื่อเป็นวันที่เปรียบเสมือน “การเริ่มต้นของฤดูไถหว่าน” ของชาวอินเดียแดงในอดีต

ขยายความเรื่องของสี แท้จริงแล้วพระจันทร์อาจมีสีแดงหรือสีส้มสะมากกว่า ขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าว่ามีหมอก ควันหรือเถ้าถ่านในอากาศมากน้อยเพียงใด แต่ที่เรียกว่า “Pink Moon” ก็มาจากตำนานที่ได้เล่าไปข้างต้น นั่นเองครับ

ปรากฏการณ์ “Pink Moon” ในครั้งนีั นับเป็นพระจันทร์เต็มดวงรอบที่ 4 ของปีพอดี ส่วนปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไป จะเรียกว่า “Flower Moon” ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 พ.ค. ที่จะถึงนี้ครับ

สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ทันก่อนพระจันทร์เต็มดวงจะหายไป ผมอยากให้ลองออกไปนอกบ้านแล้วเงยหน้ามองบนท้องฟ้าดูนะครับ คุณอาจได้ผ่อนคลายกับปรากฏการณ์ธรรมชาติอันสวยงามในค่ำคืนนี้ 🙂

ตารางปรากฏการณ์สำหรับการดูพระจันทร์ ในรอบต่อไปที่จะถึง

  • 19 เมษายน พระจันทร์สีชมพู (Pink Moon)
  • 19 พฤษภาคม พระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon)
  • 17 กรกฎาคม จันทรุปราคาบางส่วน (มองเห็นได้ในกรุงเทพฯ)
  • 30 สิงหาคม – Super New Moon และ Black Moon
  • 29 กันยายน ไมโครฟลูมูน (Micro Full Moon) หรือช่วงพระจันทร์มีขนาดเล็กที่สุด

Fact Super New Moon คือคืนเดือนมืดที่พระจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ซึ่งในความเป็นจริง ยิ่งพระจันทร์ใกล้โลกมากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งเห็นพระจันทร์ดวงใหญ่มากขึ้นเท่านั้น แต่ทว่าช่วง Super New Moon กลับเป็นช่วงที่ “น่าสงสาร” เนื่องจากอยู่ในช่วงที่พระจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด แต่กลับเป็นคืนเดือนมืดที่ผู้คนมองไม่เห็นพระจันทร์

อ่านต่อ – ทำไม ? ถึงยังมีคนเชื่อว่า “โลกแบน” และนี่คือเหล่าทฤษฏียอดฮิตที่พวกเขามักกล่าวอ้าง