เมื่อปี 2008 รัฐบาลรวันดา มีคำสั่งห้ามใช้ ห้ามผลิต ห้ามซื้อ ห้ามขายถุงพลาสติก ที่ย่อยสลายไม่ได้ตามธรรมชาติ ยกเว้นโรงพยาบาลเพราะจำเป็นต้องใช้จริง ๆ พอเวลาผ่านไป 4 ปี เมืองสะอาดขึ้นผิดหูผิดตา จึงทำให้ สหประชาชาติ ได้เลือกให้เมืองหลวง กรุงคิกาลี เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในทวีปแอฟริกา

แต่ถึงอย่างนั้นความต้องการถุงพลาสติกก็ไม่เคยหมดไป ตลาดมืดจึงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการถุงพลาสติกเหล่านั้นจริง ๆ …

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้อาชีพ “ขนพลาสติกเถื่อน” ถือกำเนิดขึ้น ส่วนใหญ่มักรับมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง คองโก แทนซาเนีย ยูกันดา และบุรุนดี ซึ่งผู้ลักลอบส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพราะมักซุกซ่อนเอาไว้ในชุดชั้นในทำให้ยากต่อการตรวจค้น – “ถุงพลาสติกเลวร้ายเทียบเท่ากับยาเสพติด”

และถึงแม้จะมีโทษที่ค่อนข้างหนัก จำคุกสูงสุด 6 เดือน ในบางกรณี ก็จะถูกบังคับให้เขียนจดหมายประจานความผิดตัวเอง แต่มีรายงานว่า บางคนถูกจับขังลืม ถูกสั่งให้ใช้ฟันกัดฉีกทำลายถุงพลาสติกที่ตรวจพบ หรือแม้กระทั่งยอมมีเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับอิสรภาพ

แต่ไม่ว่าจะรุนแรงเพียงใดทุกคนก็พร้อมเสี่ยง เพราะเป็นงานง่ายรายได้งาม ค่าตอบแทนครั้งละประมาณ 300-1,000 บาท เทียบเท่ากับ ค่าแรงเฉลี่ยทั้งสัปดาห์ในรวันดา

 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ใช่ว่า รวันดา จะไม่อนุญาตให้คนในประเทศใช้ถุงพลาสติกเลย ทางรัฐบาลแก้ปัญหานี้โดยการผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วตามธรรมชาติ แต่ด้วยราคาที่แพงมากจึงทำให้ ประเทศที่มีประชากรทั้งหมด 8 ล้านคน และส่วนมากเป็นคนจนทั้งนั้น ไม่สามารถซื้อถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้

พวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องซื้อผ่านทางตลาดมืด (ไม่มีการเปิดเผยราคาชัดเจน) ด้วยความต้องการที่พุ่งสูง ย่อมตามมาด้วยเม็ดเงินมหาศาล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปัญหาตลาดมืดไม่เคยจางหายไปตลอด 10 ปี นับตั้งแต่มีคำสั่งห้าม

“เรามีอาชีพเป็นเกษตรกร การเก็บผลผลิตส่วนมากจะต้องใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ หากเราซื้อพลาสติกของรัฐบาล เงินของเราก็แทบไม่เหลือแล้ว และถ้าไม่ใช้ ผลผลิตของเราก็จะเน่าเสียเร็วมาก แล้วพ่อค้าแม่ค้าคนไหนจะมาซื้อไปขายหล่ะ”

Fact – พลาสติกที่รวันดาผลิตขึ้น ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 2 ปี แต่พลาสติกทั่วไปใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 500 ปี

อ่านต่อ – เกาะห่างไกลกลางมหาสมุทรแปซิฟิก (เกาะมรดกโลก) กำลังจมด้วยขยะพลาสติก

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน