งานวิจัยเผย มลพิษในอากาศส่งผลให้เรา “ฉลาดน้อยลง” อย่างมีนัยสำคัญ

งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ทำขึ้นในประเทศจีน (ศูนย์กลางปัญหามลพิษทางอากาศของโลก) โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยเยล พวกเขาได้ทำการประเมินทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษะด้านการพูดของอาสาสมัคร จำนวน 20,000 คน เป็นระยะเวลา 4 ปี จนพบข้อเท็จจริงสำคัญที่บ่งชี้ว่ามลพิษในอากาศสามารถสร้างความเสียหายต่อประสิทธิภาพด้านการคิดและสติปัญญาของมนุษย์และสัตว์ได้อย่างรุนแรง

 

 

จากผลการศึกษาพบว่าอนุภาคระดับ “นาโน” ในอากาศที่นักวิจัยตรวจพบ เกิดขึ้นจากบรรดาควันรถยนต์บนท้องถนนเป็นส่วนใหญ่ เช่น PM 2.5 (เล็กกว่าเส้นผม 30 เท่า), คาร์บอนมอนอกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไนโตรเจนไดออกไซด์ รวมทั้งยังพบว่ามีโลหะหนักปนอยู่ด้วย

โดยผู้ที่ได้สูดดมฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้เข้าไป นอกจากจะซึมผ่นรเข้าสู่กระแสเลือดได้แล้ว ยังเดินทางโดยตรงเข้าสู่สมองได้อีกด้วย โดยจะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบในสมอง มีการหลั่งสารอักเสบชนิดต่าง ๆ ทำให้เซลล์สมองได้รับบาดเจ็บ เกิดการก่อตัวของก้อนโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง (ลักษณะคล้ายกับคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคพาร์กินสัน) รวมทั้งยังทำให้สมองส่วนเนื้อขาว (เรียนรู้ สื่อสาร ถ่ายทอด) มีการฝ่อเหี่ยวมากกว่าคนปกติอีกด้วย แต่อาการเหล่านี้จะไม่ได้เกิดขึ้นฉับพลันด้วยเหตุนี้จึงทำให้มันน่ากลัว

 

เด็ก

รู้หรือไม่ว่า ? เด็กที่อยู่ในครรภ์ของมารดาจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ใหญ่มากกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กจะเข้าไปทำลายเซลล์สมองของทารกแม้ว่าจะอยู่ในครรภ์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสติปัญญา ทำให้เมื่อเด็กเกิดมา อาจมีปัญหาเรื่องระดับการเรียนรู้ และการพัฒนาอวัยวะภายในร่างกาย เพราะการพัฒนาสมองในช่วง 1,000 วันแรกของทารก มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ การเติบโตและความสามารถในการทำกิจกรรมมากมายที่พวกเขาต้องการและปรารถนาในชีวิต

 

จิตใจ

มลพิษทางอากาศไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อสมองเท่านั้น มันยังส่งผลร้ายแรงต่อสภาพจิตใจด้วยเช่นกัน นักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมทดลองที่ทำงานใช้แรงงานเพศชายส่วนใหญ่ จะมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ และสภาพจิตใจโดยรวมย่ำแย่กว่าบุคคลทั่วไป  เนื่องจากพวกเขาต้องทำงานกลางแจ้ง จึงทำให้หลีกเลี่ยงการสูดดมมลพิษในปริมาณมากไม่ได้

 

สัตว์

รายงานระบุว่าจากการเก็บตัวอย่างหนูที่สัมผัสมลพิษในเมืองเป็นเวลา 4 เดือน พบว่ามีการทำงานของสมองลดลง อีกพบว่ามีการอักเสบของสมองในบางส่วนร่วมด้วย และแน่นอนว่าเมื่อสัตว์ปศุสัตว์อย่าง วัว ไก่ หมู สูดหายใจเข้าไปพวกมันก็ได้รับมลพิษด้วยเช่นกัน จึงทำให้ภายในร่างกายของมันมีมลพิษปะปนอยู่ และเมื่อเราทำการบริโภค เราย่อมได้รับมลพิษต่อมาอีกทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ฆาตกรเงียบ

งานวิจัยข้างต้นนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ Pure Earth (องค์กรสีเขียวที่ไม่แสวงผลกำไร) โดยพวกเขากล่าวว่า มลพิษทางอากาศได้คร่าชีวิตคนมากกว่าสงครามกับความอดอยาก (มากกว่าโรคมาลาเรีย โรคเอดส์หรือวัณโรค) เพราะโรคจากมลพิษต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะเห็นผลกระทบ เช่น โรคมะเร็ง โรคปอดเรื้อรัง และความบกพร่องด้านความสามารถในการเรียนรู้ โดยในทุก ๆ ปีจะมีคนกว่า 7 ล้านคน ต้องเสียชีวิตจากปัญหามลพิษในอากาศ ซึ่งในจำนวนนี้คนในประเทศยากจนเสียชีวิตมากกว่าคนในประเทศร่ำรวย