นักโบราณฯ ขุดพบซากม้าใส่บังเหียน ที่ปอมเปอี คาดเตรียมพาชาวบ้านหนีภูเขาไฟ

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2018 ทีมนักโบราณคดีได้ขุดพบร่างม้าที่แข็งเป็นหิน พร้อมร่องรอยบังเหียนและอานม้า ที่บริเวณชานเมืองติดกับกำแพงเมืองปอมเปอี โดยการค้นพบครั้งนี้ถูกยกให้เป็น “การค้นพบครั้งสำคัญที่หาได้ยากยิ่ง” สำหรับหลังการปะทุของภูเขาไฟเวซุเวียส เมื่อปี ค.ศ. 79

มาสซิโม โอซานนา ผอ.อุทยานโบราณคดีปอมเปอี ได้บอกกับสื่อว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ทหารชั้นสูงหรืออาจจะเป็นระดับแม่ทัพในช่วงสมัยนั้น ซึ่งดูจากตัวม้าที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และซากบังเหียนพร้อมด้วยอานที่ถูกตกแต่งด้วยทองแดง

ซึ่งบริเวณนี้เคยมีการขุดสำรวจมาก่อนแล้วในช่วงต้นทศวรรษ 1900 แต่ภายหลังได้ฝังกลับไปใหม่เพราะป้องกันการขโมยวัตถุโบราณ โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะยังมีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อยู่ลึกลงไป หลังจากนี้พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดจะถูกขุดค้นและเปิดให้สาธารณชนเข้าชม

“ม้าเหล่านี้ต้องพบกับจุดจบที่โหดร้ายและน่าเศร้า คาดว่าพวกมันคงหายใจไม่ออกจนตาย เพราะเถ้าถ่านหรือไอน้ำร้อนที่ระอุออกมา”

ทั้งนี้ การปะทุของ ภูเขาไฟเวซุเวียส (Mount Vesuvius) ได้ทำลายเมืองปอมเปอีที่กำลังรุ่งเรืองในยุคนั้นเมื่อปี ค.ศ. 79 ทำให้เมืองนี้ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านในพริบตา เชื่อกันว่าภัยพิบัติครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 16,000 คน

จึงทำให้ในปี 1997 องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนให้ซากเมืองโบราณปอมเปอีเป็นมรดกโลก ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปเยี่ยมชมนับล้านคน

Fact – พลังงานทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมาจากการระเบิดของภูเขาไฟเวซุเวียสในครั้งนั้น มีความรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่าถึง 100,000 เท่าเลยทีเดียว

พลิกประวัติศาสตร์ ร่างลาวาคนกอดกันแห่งปอมเปอี แท้จริงแล้ว เป็นชายทั้งคู่