“ความเศร้า” อีกหนึ่งความรู้สึกที่ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ ๆ “ถ้าเข้าใจ ใช้มัน จะมีประโยชน์”

ในโลกที่ผู้คนต่างโพสต์ถึงความสุขที่หามาลงในสังคมออนไลน์ อีกฟากหนึ่งก็จะมีคนที่เกิดอารมณ์เชิงลบกับตัวเองจนเกิดความรู้สึกว่าตนเองนั้นไม่ดีพอ ความรู้สึกเชิงลบเหล่านี้พอสะสมนานวันเข้าก็แปรเปลี่ยนเป็น “ความเศร้า” หรือถ้าหนักกว่านั้น ก็ทำให้เกิด “ภาวะซึมเศร้า” ได้เลยทีเดียว

ความรู้สึกเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ เพราะไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ทุกคนล้วนแสดงออกให้เห็นแต่ในด้านที่มีความสุข จนทำให้ความเศร้ากลายเป็นตัวร้ายในทันที ทั้งที่ความจริงแล้ว “ความเศร้า” ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นกับเราได้เสมอ

ในหลาย ๆ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ก็การจัดการความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนอารมณ์เชิงลบมาเป็นแรงผลักดัน ให้กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่

อย่างบทประพันธ์ของเช็คสเปียร์ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวคลาสสิกที่สะท้อนให้เห็นในรูปแบบเดียวกัน หรือแม้กระทั่งผลงานของศิลปินที่ยิ่งใหญ่อย่าง บทเพลงของเบโทเฟน (Beethoven), โชแปง (Chopin), วรรณกรรมของเชคอฟ (Chekhov)  และอิบเซน (Ibsen) ซึ่งศิลปินเหล่านี้ได้พรรณนาถึงความเศร้า  จนกลายมาเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับว่ามีประโยชน์และมีคุณค่า

แล้ว…จุดประสงค์ของความเศร้าคืออะไรกันหล่ะ ?

นักจิตวิทยาที่ได้ทำการศึกษาอารมณ์เชิงลบ กล่าวว่า คนที่พัฒนาทั้งพฤติกรรมและความรู้สึกนั้นเป็นบทบาทที่มีประโยชน์ ในความเป็นจริงแล้ว อารมณ์มนุษย์มีหลายรูปแบบ และมีอารมณ์เชิงลบมากกว่าเชิงบวกเสียด้วยซ้ำ เช่น ความกลัว ความโกรธ ความอับอาย หรือความน่ารังเกียจ อารมณ์เหล่านี้ ล้วนช่วยให้เรารู้จักหลีกเลี่ยงและเอาชนะสถานการณ์อันตรายได้

แม้ว่าความเศร้าที่รุนแรงและยาวนานอย่าง “ภาวะซึมเศร้า” จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง และอาจถึงขั้นทำให้บางคนคิดจบชีวิตตัวเอง อย่างไรก็ดี ถ้าผ่านพ้นมันไปได้ ก็ทำให้เกิดการปรับตัวและช่วยให้รับมือกับความท้าทายในชีวิตประจำวัน ที่จะต้องดำเนินไปในแต่ละวันได้

และการทดลองทางวิทยาศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ ยังระบุถึงประโยชน์ของอารมณ์เชิงลบที่ไม่รุนแรง ซึ่งมักทำงานเป็นสัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติที่ส่งเสริมรูปแบบและรายละเอียดทางความคิดมากขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า อารมณ์เชิงลบช่วยให้เราใส่ใจและสนใจอยู่กับสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม อารมณ์เชิงบวก เช่น ความรู้สึกมีความสุข มักทำหน้าที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่คุ้นเคยและปลอดภัย ซึ่งมักจะทำให้เราเพิกเฉยต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายได้

นอกจากผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์แล้ว ความเศร้าทางด้านจิตวิทยายังชี้ให้เห็นถึงการเอาความเศร้ามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันได้ เช่น

  • หน่วยความจำที่ดี  ในการศึกษาหนึ่ง ๆ ให้ข้อมูลว่า อารมณ์ความรู้สึกแย่ (ที่เกิดจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย) ทำให้คนจดจำรายละเอียดของร้านที่เพิ่งออกมาได้ดียิ่งขึ้น กล่าวคือ ถ้าวันไหนคุณติดฝนทั้งที่รีบไปสัมภาษณ์งานอยู่ในร้านหนึ่ง เมื่อคุณออกมาได้แล้ว คุณจะจำได้ดีว่าร้านนี้สามารถเป็นที่หลบฝนได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์แย่ ๆ
  • การตัดสินที่ถูกต้อง  อารมณ์เชิงลบที่เกิดขึ้นเล็กน้อยจะช่วยลดความอคติบางประเภทและการบิดเบือนข้อมูลจากท่าทีการแสดงออกของผู้คน  ตัวอย่างเช่น ผู้พิพากษาที่อยู่ในอารมณ์เศร้าเล็กน้อยจะสามารถตัดสินได้อย่างถูกต้องแม่นยำและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น และสามารถประมวลรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอารมณ์แย่ ๆ จะช่วยลดความใจกว้างและเพิ่มความขี้สงสัยเมื่อต้องประเมินเรื่องราวหลอกลวงหรือข่าวลือที่ได้รับมา แม้ว่าฟังครั้งแรกแล้วมันจะน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ แต่ยังมีอารมณ์ที่ครุ่นเครือคอยช่วยให้ยั้งคิดไว้นั่นเอง