ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยนะครับว่า ตอนนอนสมองของมนุษย์เราจะทำงานต่ำที่สุดราว 30%  แต่ถ้าตอนใช้ชีวิต ทำงาน ออกกำลังกาย จะทำงานเกิน 50% (แต่จะไม่มีทางถึง 100% เพราะคุณต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน วิ่ง+คิดเลข+แต่งเพลง+พูดคุย) ซึ่งนักโฆษณาโม้ว่าช่วยปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนอยู่ได้ ด้วยวิธี “ทางประสาทวิทยาศาสตร์” แต่สิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจริงๆ ก็แค่เงินในกระเป๋าคุณนะครับผม

 

 

แล้วความเชื่อผิดๆที่ว่า มนุษย์ใช้สมองได้เต็มที่ที่สุดแค่ 10% และถ้ามนุษย์สามารถใช้สมองได้ 100% เต็ม มนุษย์ผู้นั้นจะมีพลังจิตที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่าง มันมาจากไหนหล่ะ? ต้นตอจริงๆเริ่มต้นมาจาก William James (วิลเลียมส์ เจมส์) นักจิตวิทยาจากมหาลัยฮาร์วาร์ด ที่ได้เขียน บทความ The Energies of Men ทฤษฎี ‘พลังงานสำรอง’ โดยถูกตีพิมพ์เมื่อปี คศ. 1907

ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งว่า – “ในภาวะปกติ มนุษย์เราไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพทางร่างกายและสมองถึงขีดสุด โดยประสิทธิภาพที่ไม่ได้ใช้ที่เรียกว่าพลังงานสำรองนี้ จะถูกเรียกใช้ในเหตุการณ์พิเศษโดยจิตใต้สำนึกของเรา เมื่อถูกกระตุ้น พลังงานสำรองในตัวเรานี้จะทำให้เราสามารถทำในสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้ในภาวะปกติ” แต่เจมส์ตั้งใจพูดเพื่อกระตุ้นท้าทาย ไม่ใช่กล่าวหาว่า สมองถูกใช้น้อย แต่คนเข้าใจผิดตามนั้นเสียแล้ว

แล้วตัวเลข 10% นี้มาจากไหนหล่ะ ตอบ: มาจาก Lowell Thomas (นายโลเวล โทมัส) นักเขียนชาวอเมริกันที่ได้สรุปทฤษฎีของนายเจมส์ พร้อมเพิ่มตัวเลขเปอร์เซ็นต์ลงในคำนำของหนังสือจิตวิทยาของเขา โดยได้กล่าวไว้ว่า “ศาสตราจารย์วิลเลียมจากฮาร์วาร์ด ได้เคยกล่าวไว้ว่า โดยเฉลี่ย มนุษย์ใช้ประสิทธิภาพสมองแค่ 10%” เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่า ความคิดที่ว่าสมอง 9 ใน 10 ส่วน อยู่เฉยๆในกระโหลกเป็นความเชื่อที่เหลวไหลนะครับ

 

 

และเรื่องของการมีพลังจิต เท่าที่ผมลองค้นหาข้อมูลดู ไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเลยสักฉบับที่พูดถึงการใช้สมอง 100% ได้แล้วจะมีพลังจิต แต่เชื่อว่าความเข้าใจผิดนี้ น่าจะเกิดขึ้นจากภาพยนต์เรื่อง Lucy , Transcendence และเรื่อง Limitless ที่ตัวเอกสามารถควบคุม และเหนือกว่าคนทั่วไปได้ เพราะสามารถใช้สมองได้เต็ม 100% จนเกิดเป็นความเชื่อผิดๆที่เกิดขึ้นจากสื่อ

สรุปอีกที – คำถามที่ถามว่า หากมนุษย์สามารถใช้สมองได้มากกว่า 10% เราจะมีพลังจิตจริงหรือ? คำตอบ: ไม่จริง เพราะทุกวันนี้คุณใช้สมองเกิน 10% อยู่แล้ว และไม่มีผลวิจัยใดๆมารองรับว่าการใช้สมองได้ครับ 100% แล้วจะมีพลังจิต

 

 

Fact – สมองมีน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม และเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่เพียง 2% ของมวลร่างกาย แต่อัดแน่นด้วยเซลล์ประสาทกว่า 86,000 ล้านเซลล์ โดยเซลล์ประสาทของมนุษย์มีจำนวนเยอะกว่าพวกไพรเมท 40% และเพราะเซลล์ประสาทที่อัดแน่นกันนี่แหละ เลยทำให้มนุษย์ฉลาดกว่าลิงที่ยังไม่วิวัฒนาการ และมนุษย์ก็ยังสามารถเพิ่มเซลล์ประสาทได้มากขึ้นได้เรื่อยๆ ยิ่งมากก็ยิ่งฉลาดนั่นเอง ถ้าอยากอ่านเรื่องสมองต่อให้เข้าไปอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้เลยครับ – ความฉลาดสร้างได้จริงหรือ? ตอบ:สร้างได้จริง! หากอยากมีสมองที่ฉลาดต้องรู้เบสิคนี้ครับ

Fact2 – อาหารสำคัญเป็นอย่างมาก ต่อการทำงานของสมอง แม้สมองของมนุษย์จะมีขนาดเล็ก แต่เชื่อหรือไม่ว่าในหนึ่งวันสมองจะใช้กลูโคสกว่า 20% ของทั้งหมดที่ร่างกายผลิตขึ้น เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการทำงาน และการกินอาหารที่ปรุงสุกจะทำให้ลำไส้ของเราดูดซึมพลังงานได้ง่ายกว่าการกินดิบ กินปุ๊บส่งไปให้สมองใช้ได้ทันทีเลยนั่นเอง ถ้าทีนี้คิดงานไม่ออกก็กินสะ จะได้ลุยงานต่อได้

source , source2

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน