เทอโรซอร์ (สัตว์เลื้อยคลานผู้มีปีกอันทรงพลัง) ทำให้สามารถบินได้ตั้งแต่แรกเกิด

เทอร์โรซอร์ (pterosaur) พวกมันไม่ใช่นกหรือค้างคาวนะครับ แต่พวกมันคือสัตว์เลื้อยคลานต่างหาก แต่เพราะเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีปีกจึงทำให้สามารถบินได้นั่นเอง อาศัยอยู่บนโลกเมื่อ 165-65 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปพร้อม ๆ กับไดโนเสาร์

ความพิเศษของมันคือ การที่มันวิวัฒนาการจนทำให้มีปีกอันทรงพลัง จนเผ่าพันธุ์ของพวกมันกลายเป็น “สัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดแรกที่วิวัฒน์จนสามารถบินขึ้นไปบนอากาศได้”

ทำความรู้จัก

เทอโรซอร์ มักถูกเรียกว่า “ไดโนเสาร์บินได้” แต่ทั้งนี้พวกมันมิได้จัดว่าเป็นไดโนเสาร์แต่อย่างใด (พวกมันเป็นสัตว์เลื้อยคลานบินได้ซึ่งถือเป็นคนละกลุ่มกับไดโนเสาร์) ซากของพวกมันมีการค้นพบอยู่ทั่วทุกมุมโลก นั่นเป็นเพราะความหลากหลายของสายพันธุ์ที่มีมากกว่า 200 ชนิด สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า “เคตซัลโคแอตลัส นอร์โทรพี” สูงพอ ๆ กับ “ยีราฟ” ความกว้างของปีกเทียบเท่ากับ “เครื่องบินรบเอฟ-16” (10.5 เมตร) และหนักกว่า 200 กิโลกรัม เชื่อว่าอาหารหลักของพวกมันคือ “ลูกโดโนเสาร์”

บินได้ตั้งแต่แรกเกิด

ในตอนแรกที่มีการค้นพบ ฟอสซิลของพวกมันเมื่อ ศตวรรษที่ 19 นักวิจัยเชื่อว่าพวกมันต้องเติบโตเต็มวัยก่อนที่จะทำการบินได้ (แบบเดียวกับนกหรือค้างคาว) แต่ล่าสุดนักบรรพชีวินวิทยาก็ได้ออกมาแถลงแก้ไขข้อมูลว่า เมื่อพวกมันฟักออกจากไข่ พวกมันจะไม่มีพ่อหรือแม่คอยดูแล ทำให้พวกมันต้องดูแลตัวเองตั้งแต่เกิด ซึ่งความสามารถในการบินจะทำให้มีกลไกในการเอาชีวิตรอด เช่น หลบเลี่ยงไดโนเสาร์ที่กินเนื้อเป็นอาหาร ออกหาอาหารเลี้ยงตัวเอง แต่ในทางกลับกันการบินได้ตั้งแต่แรกเกิดก็เผชิญความเสี่ยงต่ออันตราย เพราะหลายตัวต้องตกจากที่สูงตั้งแต่อายุยังน้อย

เกิดมาเพื่อบินและมีปีกอันทรงพลัง

เทอโรซอร์ คือสัตว์มีกระดูกสันหลังสายพันธุ์แรก ๆ และเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดที่บินได้ เนื่องจากพวกมันมีรยางค์ที่แข็งแรงสำหรับการบินขึ้น มีโครงกระดูกที่เบามากและปีกที่ผ่านการปรับเปลี่ยนผ่านวิวัฒนาการมาโดยเฉพาะ ตลอดจนถุงลม กล้ามเนื้อ เส้นใย และสมอง ที่วิวัฒนาการมาเป็นพิเศษเพื่อทำการบิน

กลีบสมองของพวกมันจะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อทำการบิน เพื่อประมวลผลข้อมูลและรับความรู้สึกที่ซับซ้อนจากเยื่อปีก อีกทั้งลักษณะปีกที่ประกอบด้วยเยื่อที่ยึดติดกับสีข้างจากไหล่ลงไปจนถึงข้อเท้าแต่ละข้าง เสริมด้วยความแข็งแกร่งของพังผืด ซึ่งลักษณะพิเศษที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้พวกมันไม่ต้องกระพือปีกถี่ ๆ เพื่อทำการบิน เพราะเพียงแค่การกระพือปีกหนึ่งครั้งก็ทำให้พวกมันร่อนอยู่บนอากาศได้อย่างยาวนานแล้ว (อาศัยอากาศ ปีก ลำตัว เพื่อช่วยพยุงไปมาคล้ายเครื่องร่อน)