วันที่ 21 สิงหาคม 2018 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่มาเลเซีย กำลังเร่งติดตามหาบรรจุภัณฑ์ใส่สารกัมมันตรังสีที่สูญหายไปตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม จากท้ายรถกระบะคันหนึ่งระหว่างการขนส่ง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าสารกัมมันตรังสีที่อยู่ข้างในอาจแพร่กระจายจนก่อให้เกิดอันตรายได้ (เป็นโลหะทรงกระบอกขนาดใหญ่ หนัก 23 กิโลกรัม)

ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์สารกัมมันตรังสีที่สูญหายไปนั้นคือสาร “อิริเดียม” ไม่ทราบปริมาณ อาจฟุ้งกระจายสู่อากาศ หรือตกอยู่ในมือกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งสารดังกล่าว สามารถนำไปผลิตระเบิดนิวเคลียร์อย่างหยาบ หรือที่เรียกกันว่า “DIRTY BOMB – ระเบิดสกปรก” เป็นระเบิดที่ไม่เน้นการทำลายล้างรุนแรง แต่เป็นระเบิดที่ผูกติดกับวัสดุกัมมันตภาพรังสี เพื่อทำให้พื้นบริเวณหนึ่งถูกปนเปื้อน ภายในรัสมี 1-2 กม อาหารและน้ำจะมีการปนเปื้อนไม่สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้

และแม้ว่าในบันทึกประวัติศาสตร์ จะยังไม่เคยมีผู้ใดใช้ระเบิดชนิดนี้ในการโจมตีผู้คนมาก่อน แต่ก็มีเหตุการณ์ที่สอดคล้องและคล้ายคลึงกับการโจมตีด้วยอาวุธจากกัมมันตภาพรังสี เช่น

– เมื่อปี 2001 จดหมายที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อแอนแทร็ก ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ของสหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 7 ราย
– เมื่อปี 1980 มีผู้ตัดกระบอกที่บรรจุสาร ซีเซียม (ผงโลหะอ่อน) โดยรู้เท่าไม่ถึงการ ที่ได้จากการขโมยมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 28 ราย
– เมื่อปี 2002 ทางการสหรัฐอเมริกา ได้จับกุมตัวสมาชิกหลายคนของกลุ่ม อัลกออิดะฮ์ ในข้อหาเตรียมการวางแผน ที่จะก่อการร้ายในสหรัฐฯ ด้วยการใช้วัสดุอุปกรณ์กัมมันตรังสีติดกับระเบิดธรรมดา

อย่างไรก็ตาม หลังจากบรรจุภัณฑ์สารกัมมันตรังสีดังกล่าว ได้สูญหายไปอย่างเป็นปริศนา พนักงานสองคนของบริษัทได้ถูกจับกุม ก่อนจะถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอในที่จะชี้ว่าพนักงานทั้งสองเกี่ยวข้องกับการสูญหายของบรรจุภัณฑ์อันตรายนี้

อ่านต่อ – อัพเดตเริ่มนำ “เชื้อโรคแอนแทรกซ์” บรรจุไว้ในขีปนาวุธข้ามทวีป

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน