เมื่อเอ่ยถึงเพชรสีน้ำเงิน หรือ บลู ไดมอนด์ (Blue Diamond) หลายคนคงนึกถึง “เพชรโฮป” (Hope Diamond) ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่สถาบันสมิธโซเนียน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ชื่อเสียงของ “เพชรแห่งความหวัง” ชิ้นนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานหลายร้อยปีขึ้น ร่ำลือกันว่าเพชรสีน้ำเงินน้ำงามดังกล่าวมีอาถรรพณ์จนขึ้นชื่อเป็นเพชรต้องคำสาป ใครก็ตามที่ได้ครอบครองเป็นสมบัติส่วนตัวมักจะมีอันเป็นไปเสมอ

แต่ในทางธรณีวิทยา เพชรสีน้ำเงินถือได้ว่าเป็นเพชรหายากมากที่สุด มีเพียง 0.02% เท่านั้น จากการขุดเหมืองทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ต่างเพียรพยายามทำความเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว เพชรสีน้ำเงินมีแหล่งกำเนิดมาจากที่ใด และอะไรที่ทำให้เพชรกลายเป็นสีน้ำเงิน เพราะถ้าพวกเขาหาคำตอบได้ นั่นหมายถึงเงินจำนวนมหาศาลที่จะหลั่งไหลเข้าสู้องค์กร

 

 

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์ตัวอย่างของเพชรสีน้ำเงินจำนวน 46 เม็ด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเพชรสีน้ำเงินจากแอฟริกาใต้ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยระบุว่า เพชรชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นภายใต้ความลึกอย่างน้อย 660 กิโลเมตร ในชั้นหินเหลวร้อนระอุ ที่อยู่ระหว่างผิวโลกกับแกนกลางตอนล่าง ถูกกดทับด้วยอุณหภูมิที่สูง และแรงกดดันมหาศาล

ในขณะที่เพชรสีอื่นๆ 99% ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ความลึกประมาณ 150-200 กิโลเมตร

นอกจากนี้ สีน้ำเงินของเพชรยังมาจากการเจือปนของแร่ธาตุที่ชื่อว่า “โบรอน” ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พบได้ทั่วไปตามก้อนหินที่พื้นมหาสมุทร  ซึ่งทำให้วิเคราะห์ได้ว่าเพชรสีน้ำเงิน เกิดขึ้นจากในชั้นที่ลึกลงไปใต้พื้นมหาสมุทรและถูกทับถมอยู่อย่างนั้นยาวนานหลายล้านปี ซึ่งจะโผล่ออกมาต่อเมื่อ เปลือกโลกมีการขยับตัวชนกัน จนพื้นที่ตรงนั้นยกตัวสูงขึ้นและทำให้ก้อนเพชรหลุดออกมา

Fact – เพชรโฮป คือ เพชรที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก (45.52 กะรัต) เป็นงานศิลปะที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากภาพโมนาลิซา ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพชรที่ใครๆต่างอยากที่จะครอบครอง แต่เมื่อใดที่ได้สวมใส่แล้ว จะประสบแต่เหตุวิบัตอัปมงคล มีการเปลี่ยนมือผู้ครอบครองมากกว่า 10 คน ทุกคนชิบหายหมด ทุกวันนี้พิพิธพันธ์ต้องสร้างกระจกหนามาครอบไว้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า เป็นการสะกดคำสาปไม่ให้อาถรรพ์ออกมาเล่นงาน ผู้คนที่เข้าไปเยี่ยมชมได้

แนะนำ – ไอเทมแรร์ของจริง! มีดสั้นตุตันคามุน ทำจากอุกกาบาต ไม่สึก ไม่สนิม แม้ผ่านมา 3 พันปี

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment