เมื่อเดือน พ.ค. 2017 นพ.เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร ชาวอิตาลี และ นพ.เซียว พิง เร็น แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์บิน ประเทศจีน ได้ตีพิมพ์รายงานการทดลองลงในวารสาร CNS Neuroscience and Therapeutics ในหัวข้อ Two Heads are Better Than One (สองหัวดีกว่าหัวเดียว) ว่า – ได้ร่วมกันทดลองผ่าตัดย้ายศีรษะหนูได้สำเร็จ ย้ายศีรษะหนูตัวเล็ก ไปต่อตรงคอด้านบนของหนูตัวใหญ่กว่า จำนวน 14 คู่ แต่ละคู่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 36 ชั่วโมง

การผ่าตัดทดลองดัวกล่าว ใช้หนูทั้งหมด 3 ตัว คือ หนูเล็กที่เป็นเจ้าของหัวปลูกถ่าย หนูใหญ่เจ้าของร่างกายที่ได้รับการปลูกถ่าย และหนูใหญ่อีกตัวที่เป็นแหล่งเลือดหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อสมองของหนูเล็ก

 

 

ผลการผ่าตัดพวกเขาพบว่าสมองของหนูไมได้รับการกระทบกระเทือนใดๆ ศีรษะของหนูตัวเล็กยังคงมีชีวิตอยู่ และมันแสดงออกถึงความเจ็บปวดจากการผ่าตัดผ่านแววตาออกมา อย่างไรก็ตามแม้ว่าการผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ แต่กระบวนการผ่าตัดเปลี่ยนศีรษะนี้ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก เพื่อให้ผู้ผ่าตัดมีชีวิตรอด

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2016 นพ.เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร เคยทดลองการผ่าตัดย้ายศีรษะไปยังร่างใหม่กับลิง และสุนัขมาแล้ว ซึ่งหลังการผ่าตัดผ่านไป 20 ชั่วโมง ลิงสามารถอยู่รอดได้โดยไม่มีความเสียหายทางระบบประสาท ทีมวิจัยจึงได้ทำการุณยฆาตให้ลิงเสียชีวิตลงเพราะการทดลองประสบความสำเร็จแล้ว

 

อดีต

ซึ่งความจริงแล้ว วิทยาการนี้มีมาตั้งแต่ปี 1970 โรเบิร์ต ไวท์ ศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายศีรษะในลิงวอก หลังการผ่าตัดพบว่าลิงสามารถเคี้ยว กลืนอาหาร เคลื่อนไหวลูกตา และมีสัญญาณสมองที่บ่งชี้ว่ามันรู้ตัว แต่ด้วยปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือดและอาการแทรกซ้อนต่างๆ ลิงที่ได้รับการผ่าตัดนั้นจึงมีชีวิตอยู่ได้เพียง 8 วัน

ปัจจุบัน

นายวาเลอรี สปิริโดนอฟ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ผู้ป่วยอัมพาต ชาวรัสเซีย วัย 31 ปี อาสาสมัครผู้ยอมเสี่ยงชีวิต เข้าร่วมในโครงการ “ตัดหัวเปลี่ยนร่างชุบชีวิต” กล่าวยอมรับกับ ผู้สื่อข่าวแล้วว่า ความหวังได้ชีวิตใหม่ ที่ฝากไว้กับโครงการดังกล่าวมานานร่วม 2 ปี คงจะจบลงแล้ว เพราะโครงการดังกล่าวและไม่คืบหน้าเท่าโครงการอื่นๆ

อนาคต

ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา จะถูกตัดศีรษะ และย้ายศีรษะจากร่างเดิมที่มีอาการป่วย สึกหรอ เสียหาย จนไม่สามารถรักษาให้หายได้ ไปสู่ร่างใหม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์เพื่อนำเอาศีรษะของผู้ที่เข้ารับการรักษา มาต่อติดกับร่างดังกล่าว โดยหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยจะตกอยู่ในอาการโคม่าถึง 4 สัปดาห์

และหลังจากนั้นแพทย์จะใช้กระแสไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นส่วนเส้นประสาทบริเวณไขสันหลัง เพื่อให้ศีรษะของผู้ป่วยเข้ากับร่างใหม่ ผู้เข้ารับการเปลี่ยนถ่ายศีรษะ จะต้องสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่สูงลิบกว่า 7.5 ล้านปอนด์ หรือราว 376 ล้านบาท

 

 

“ถ้าอเมริกาไม่ทำ จีนทำแน่” – คานาเวอร์โร ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2015 แม้จะดูขัดต่อศีลธรรมแต่การทดลองของนักวิจัยจากประเทศจีนและศัลยแพทย์ชาวอิตาลี ที่ได้ร่วมมือกันผ่าตัดย้ายศีรษะให้กับหนูทดลอง ได้ความสำเร็จและกลายเป็นความหวังใหม่ในวงการแพทย์ได้เป็นอย่างดี

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน