หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2016 องค์กร Birdlife International ได้ออกมาประกาศว่าหากยังมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและยังตัดไม้ทำลายป่ากันอย่างไม่หยุดหย่อนต่อไปแบบนี้ จะทำให้นกหลายสายพันธุ์ต้องสูญพันธุ์ไปในเร็ว ๆ นี้

ซึ่งจากการประกาศล่าสุดในปี 2018 นกแก้วสปิกซ์มาคอร์ และนกอีก 7 สายพันธุ์ได้รับการยืนยันว่า “สูญพันธุ์จากธรรมชาติ” อย่างเป็นทางการ เรียบร้อยแล้ว โดยมีสาเหตุหลักมาจากการทำลายป่าในประเทศบราซิล

เนื่องจากนกเหล่านี้มักมีนิสัยติดต้นไม้ที่พวกมันอยากอยู่เท่านั้น อย่างเช่น นกแก้วสปิกซ์มาคอร์ ที่ชอบอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีชื่อว่า คาราไบรา (Caraibeira) พอต้นไม้เหล่านี้ถูกตัดจนหมดป่า พวกมันก็ไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ (อารมณ์เหมือนถูกพังบ้าน) ทำให้ต้องพลัดหลงถิ่นที่เป็นบ้านเกิดสุดท้ายก็สูญหายไปจนหมด

Blue Macaw หรือ Spix’s macaw นกแก้วสีฟ้าสุดหายาก เป็นที่รู้จักขึ้นมาหลังจากมันถูกใช้เป็นต้นแบบของนกแก้วสีนำ้เงินในภาพยนตร์เรื่อง ริโอ (Rio) ในปี 2011 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนกตัวหนึ่งที่ออกเดินทางหลายพันไมล์เพื่อช่วยเหลือสปีชีส์ของมันไม่ให้สูญพันธ์ุ โดยหนังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำเงินทั่วโลกกว่า 500 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่านก สปิกซ์มาคอว์ จะหมดไปจากธรรมชาติแล้ว แต่ความหวังในการเพาะพันธ์ุพวกมันให้กลับคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้งยังไม่หมดลง เนื่องจากยังมีนกสปิกซ์มาคอว์ที่ถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์อยู่อีกราว 60-80 ตัว

“เวลาที่เราพูดถึงการสูญพันธุ์คนมักนึกถึงนกโดโด้ ซึ่งทุกคนคิดว่ามันจบลงไปแล้ว แต่ความจริงคือการสูญพันธุ์กำลังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และมีแต่เร่งเร็วยิ่งขึ้น จากการประเมิณของเราพบว่าหากบราซิลยังไม่สามารถควบคุมการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง จะทำให้มีสัตว์อีก 26,000 สายพันธุ์ต้องสูญพันธุ์ในเร็ว ๆ นี้” – หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ เบิร์ดไลฟ์ อินเทอร์เนชันแนล กล่าว

Fact – ในแต่ละปี จะมีสัตว์ป่าและพืชป่าสูญพันธุ์ไปราว 4,000 – 6,000 ชนิด ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ จนทำให้เกิดอัตราส่วนที่มากกว่า 10,000 เท่าของอัตราการสูญพันธ์ุตามธรรมชาติ