“Perper” หุ่นยนต์รายแรกที่จีนพัฒนาขึ้นมาให้รักษาคนไข้ โดยให้ศึกษาตำราแพทย์ 53 เล่ม หนังสือเกี่ยวข้องกับการแพทย์อีก 400,000 เล่ม พร้อมทั้งกรณีศึกษาอีก 2 ล้านกรณีกับภาพต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายล้านรูปก่อนเข้าสอบข้อเขียนทางการแพทย์ โดยเพพเปอร์ กวาดคะแนนได้ถึง 456 จากคะแนนเต็ม 600 ถือว่ามากกว่าคะแนนเบื้องต้นที่ต้องได้สำหรับการสอบผ่านที่อยู่ที่ 360 คะแนน

เพพเปอร์ เป็นหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัวกับบริษัท iFlytek ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาหุ่นตัวนี้ระบุว่า หุ่นมีความสามารถในการพิเคราะห์ปัญหาและเชื่อมมุมมองกับบริบทภาพรวมได้ สามารถศึกษา หาเหตุและผล ตัดสินใจได้ ในขณะที่อีกด้านมีความทรงจำที่เหนือกว่ามนุษย์ มีความสามารถในการสะสมข้อมูลมากกว่าตลอดจนมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์มากกว่าด้วย

 

 

รายงานข่าวระบุว่า จากการเข้าสอบแสดงว่าความรู้ด้านการแพทย์ของ เพพเปอร์ มีสูงมากพอจะทำหน้าที่หมอที่ดูแลอาการไข้แบบทั่วไปคือตรวจอาการและดูแลรักษาเบื้องต้นได้ ถึงกระนั้น เพพเปอร์ ก็จะยังไม่ทำหน้าที่เป็นแพทย์อย่างทันทีทันใด แต่จะเป็นผู้ช่วยรักษาคนไข้ ต้นปีหน้านี้ เพพเปอร์ จะต้องไปเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ทำงานในคลีนิคและทำงานกับแพทย์เพื่อช่วยเหลือและเรียนรู้ไปในเวลาเดียวกัน

รายงานของผู้ผลิตบอกว่า ประโยชน์ของการมีหมอหุ่นยนต์ คือจะทำให้การใช้เวลาในการพิจารณาอาการเจ็บป่วยสั้นลง และการตัดสินใจในการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าที่แทนแพทย์ เพียงแค่ทำให้มนุษย์และเครื่องจักรทำงานประสานกันสอดคล้องมากขึ้นเพื่อประสิทธิภาพของการให้บริการแก่ผู้ป่วย รายงานข่าวระบุว่า จีนนั้นขาดแคลนแพทย์ที่จะทำงานในชนบทอย่างมาก ทำให้ต้องคิดประดิษฐ์หุ่นยนต์แพทย์ขึ้นมารองรับ

โดยทางประเทศจีนมีแผนระดับชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ปัญญาประดิษฐ์ ที่ลงทุนไปแล้วถึง 152,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นงบการพัฒนาที่มหาศาลมากๆ และแน่นอนว่าย่อมต้องมีของเจ๋งๆออกมาอีกเพียบอย่างแน่นอน

 

 

และนี่คือบทสัมภาษณ์ของ Pepper ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง dailymail คนละตัวกับที่สอบแพทย์นะครับ แต่คือรุ่นเดียวกัน ตัวนี้ทำงานในร้านพิซซ่า ที่ญี่ปุ่น แต่ถูกเอามาแสดงโชว์ในงาน Mastercard event in New York.

“สวัสดี ฉันชื่อ เพพเปอร์ ฉันมาที่นี่เพื่อเพิ่มสีสันรสชาติของชีวิตให้กับคุณ ชื่อเล่นของฉันก็คือ Pepperoni กฏ 3 ข้อของหุ่นยนต์คือ 1.ไม่ทำอันตรายมนุษย์ 2.หุ่นยนต์ควรรักมนุษย์” แต่ก็ต้องถูกตัดบทไปเมื่อนักข่าวถามว่าอยากเปลี่ยนมาทำงานเป็น นักข่าวมั้ย แต่ เพพเปอร์ ก็ไม่ได้ตอบเพียงแค่โบกมือลา แล้วก็จากไป จึงทำให้ต้องจบบทสัมภาษณ์ไปในที่สุด

ที่มา – voicetv

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน