เดวิด แฮนสัน (David Hanson) ผู้ก่อตั้งบริษัท Hanson Robotics ตั้งปณิธานไว้ว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะมีลักษณะทางกายภาพคล้ายมนุษย์มากขึ้น และจะต้องมีความคิดความอ่านที่ฉลาดล้ำเหนือมนุษย์ ซึ่งจะถูกเรียกว่า “Super – Intelligent Genius Machines” เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆที่มนุษย์ไม่สามารถจัดการได้ โดยผลงานชิ้นเอกของบริษัทนี้คือ “หุ่นยนต์โซเฟีย” ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันนั่นเอง

บริษัท Hanson ผลิตหุ่นยนต์โซเฟียออกมาทั้งหมด 12 ตัว โดยอาศัยความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก และสาเหตุที่เขาต้องการทำให้โซเฟียดูคล้ายมนุษย์มากที่สุด เนื่องจาก ต้องการลดความหวาดกลัวของมนุษย์ที่มีต่อหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งถือว่าบริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะ เมื่อปีที่แล้ว โซเฟียได้รับสัญชาติพลเมืองอย่างเป็นทางการจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกของโลกที่ได้รับสัญชาติเทียบเท่ามนุษย์

ด้วยความสำเร็จนี้ทำให้ เดวิด แฮนสัน มีความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น ด้วยการทำให้หุ่นยนต์สามารถซ่อมแซมและอัพเกรดตัวเองได้ เหมือนในภาพยนตร์ โดยเขาระบุว่า สาเหตุที่ทำให้หุ่นยนต์ในปัจจุบัน ยังคงห่างไกลกับหุ่นยนต์ที่เราเห็นในภาพยนตร์อยู่มาก เพราะข้อจำกัดด้านการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ ที่จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อถูกโปรแกรมคำสั่งเข้าไปในซอฟแวร์

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสามารถ ทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเหมือนเด็ก ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัศทั้ง 5 ในการเรียนรู้แล้วหล่ะก็ เทคโนโลยีเจ๋งๆอื่นๆ ก็จะทำได้ไม่ยากนัก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 10 – 15 ปี กว่าความฝันของเราจะเป็นจริง เนื่องจากต้องใช้การประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ปริมาณมหาศาล ซึ่งยังมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีในปัจจุบัน

 

 

เรื่องนี้ก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการเกม โดยเฉพาะเกม Crysis (ไครซิส) เกมในปี 2007 ที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เล่น เพราะเกมมันเทพเกินศักยภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่พอเวลาผ่านไป เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นจนทำให้ตอนนี้ทุกคนสามารถเล่นเกมเทพๆกราฟฟิคโหดๆกันได้หมดแล้ว สรุป บางวิทยาการเจ๋งๆก็ต้องเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีโหดๆเช่นกัน

Fact – หุ่นยนต์โซเฟีย ถือเป็นหุ่นยนต์ต้นแบบที่มีความฉลาดเหนือกว่าหุ่นยนต์ทั่วไป แต่ยังคงมีข้อจำกัดอยู่มากเช่นกัน เพราะเธอจะไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งก็ยังตอบไม่ตรงคำถามสักเท่าไหร่ ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยฮาร์ดแวร์เทพๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อ่านต่อ – ผลวิจัยชี้ชัด AI วินิจฉัย “โรคมะเร็งผิวหนัง” แม่นยำกว่าหมอผิวหนังแล้ว!

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน