นักวิจัยรัสเซีย จำใจต้องทิ้งฐานทดลองที่ขั้วโลกเหนือ เพื่อหนีเอาชีวิตจากน้ำแข็งละลาย

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2019 นักวิจัยจากสถาบัน Roshydromet ของรัสเซีย ที่มีฐานวิจัยตั้งอยู่ในแถบอาร์กติก หรือ ขั้วโลกเหนือ ต้องทำการอพยพคนออกจากสถานีวิจัยโดยด่วน เนื่องจากพบว่า พื้นผิวน้ำแข็งในบริเวณนั้นเริ่มแตกออกจากกัน ซึ่งการอพยพในครั้งนี้ต้องใช้เวลารวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้

ทีมนักวิจัยดังกล่าวได้ตั้งสถานีวิจัย ณ บริเวณนั้นเป็นเวลาร่วม 1 เดือน เพื่อทำการศึกษาค่ามลพิษที่เพิ่มสูงขึ้นในขั้วโลกเหนือ แต่โชคยังดีที่ได้แบ่งหน้าที่กันคอยสังเกตร่องรอยการแตกของพื้นน้ำแข็ง โดยการแจ้งเตือนเกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะอพยพเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น  เพราะจู่ ๆ แผ่นน้ำแข็งก็เกิดการแตกออกจากกันอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ซึ่งนักวิจัยก็ยอมรับว่า งานที่พวกเขาทำนั้นมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะจากปัญหาภาวะโลกร้อนที่มากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พวกเขาไม่สามารถหาแผ่นน้ำแข็งที่มีความแข็งแรงพอที่จะลอยตัวได้ยากมากยิ่งขึ้น

และการหนีเอาชีวิตรอดในครั้งนี้ก็ไม่ใช่เหตุกาณ์แรกที่เคยเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยมีทีมนักวิจัยได้จัดตั้งสถานี North Pole-40 ที่บริเวณขั้วโลกเหนือ เมื่อปี 2012 และก็ต้องอพยพออกจากสถานีเมื่อปี 2013 เพราะตรวจพบว่าแผ่นน้ำแข็งเริ่มละลายและแตกออกจากกันอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คำนวณไว้

Fact – พื้นที่แถบอาร์กติกซึ่งติดกับพรมแดนรัสเซียทางตอนเหนือ มีอุณหภูมิสูงถึง 5 องศาเซลเซียส ในระยะเวลาน้อยกว่า 30 ปี และผลจากภาวะโลกร้อนก็ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นกว่า 0.5 องศาเซลเซียส ในทุก ๆ ปี

อ่านต่อ – ห้องนิรภัยสฟาลบาร์ โรงเก็บพันธุ์พืช คลังสมบัติวันโลกแตก ที่สำคัญที่สุดในโลก !