ผ้าห่อศพแห่งตูริน (Shroud Of Turin) ถูกพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1357 ที่เมืองไลรีย์ ประเทศฝรั่งเศส แต่ปัจจุบัน​ผ้า​ผืน​นี้​ถูก​เก็บ​รักษา​ไว้​ใน​กรอบ​อย่าง​ดี และได้รับการ​ปก​ป้อง​ด้วย​เทคโนโลยี​ล้ำสมัย ใน​วิหาร​แห่ง​หนึ่ง​ของ​เมือง​ตูริน ประเทศ​อิตาลี เพราะหลายคนเชื่อว่าผ้าลินินกว้าง 1.13 เมตร ยาว 4.42 เมตร ผืนนี้ คือผ้าที่ใช้ห่อพระศพของพระเยซู

ซึ่งตำนานความเชื่อนี้ เริ่มแพร่หลายและเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเนื่องจาก ปี ค.ศ. 1898 ผ้าห่อศพผืนนี้ถูกถ่ายภาพเป็นครั้งแรก โดยช่างภาพชื่อว่า ซีคอนโด พิแอ (Secondo Pia) โดยถ่ายออกมาเป็นภาพแบบเนกาทีฟ ซึ่งปรากฏเป็นใบหน้าของพระเยซูอย่างชัดเจน บวกกับ รอยคราบเลือดซึ่งสอดคล้องกับ ตำแหน่งที่พระเยซูได้รับบาดเจ็บจากการถูกตรึงกางเขน ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้คนต่างศรัทธาและเชื่ออย่างสุดใจว่าผ้าผืนนี้คือผ้าห่อพระศพของจริง

 

 

ปี ค.ศ. 1978 ได้มีการตั้งทีมนักวิทยาศาสตร์เพื่อทำการพิสูจน์อย่างจริงจังว่าผ้าผืนนี้คือของจริงหรือของปลอม มีนักวิทยาศาสตร์กว่า 40 ชีวิตจากหลายประเทศทั่วโลก ร่วมมือกันตรวจสอบ โดยใช้เวลาร่วม 5 วัน ผลการตรวจสอบออกมาว่า ผ้าผืนนี้คือผ้าห่อศพของมนุษย์จริง ภาพที่ปรากฏบนผ้า มิใช่ภาพถูกเขียนขึ้นมา ซึ่งถูกทรมานและเสียชีวิตจากการถูกตรึงบนไม้กางเขน ตรงกับสาเหตุการสิ้นพระชนม์ ในคัมภีร์ไบเบิลเป๊ะๆ คราบเลือดจาก มงกุฎหนาม ใบหน้าที่บาดเจ็บ รอยบาดแผลจากการถูกโบยตี รอยถูกตะปูตรึงที่ข้อมือและเท้า จึงทำให้ทุกครั้งที่วาติกันนำผ้าผืนนี้ออกแสดง จะได้รับความสนใจจากผู้คนหลายร้อยล้านคน

แต่เหมือนอะไรๆก็ดูจะลงล็อคเป็นใจไปหมด ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการตรวจสอบใหม่อีกหลายครั้ง

ปี ค.ศ. 1988 นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ออกซ์ฟอร์ด ซูริกซ์ และอริโซนา ได้ร่วมมือกันนำตัวอย่างผ้าห่อศพผืนนี้มาพิสูจน์ หา​อายุ​ของ​ผ้า​จาก​คาร์บอน​กัมมันตรังสี​ โดยการตรวจสอบสรุปออกมาว่า ผ้าผืนนี้มีอายุราว 700 – 800 เท่านั้น ทำให้พวกเขาได้ออกมาประกาศว่า ผ้าผืนนี้คือของปลอม ไม่ตรงตามพระคัมภัร์ แต่ก็ได้มีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งออกมาแก้ต่างให้ว่า การตรวสอบครั้งนี้น่าจะเกิดความผิดพลาด เพราะอาจเป็นอายุของแบคทีเรียหรือเชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่กับผ้าห่อศพก็ได้

 

 

กระทั่งล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2018 ดร.มัตเตโอ บอร์รินี นักมานุษยวิทยา และ ดร. ลุยจิ การ์ลาสเชลลี ได้เผยแพร่ผลวิเคราะห์ความจริงเกี่ยวกับผ้าผืนนี้ลงใน วารสารนิติวิทยาศาสตร์ (Journal of Forensic Sciences) โดยระบุว่า รอยเลือดบนผ้าห่อศพผืนนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

  • รอยเลือดตรงแขนซ้ายแบบที่เห็นบนผืนผ้า จะเกิดขึ้นได้เมื่อกางแขนออกห่างจากลำตัว 80-100 องศาเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ท่าทางที่เกิดขึ้นเมื่อต้องห่อศพ
  • ส่วนรอยเลือดจากแผลที่ถูกหลาวแทงนั้น ที่จริงเลือดต้องไหลแยกเป็นสายเล็กๆ ซึ่งไม่มีทางที่จะทำให้เกิดเป็นรอยเปื้อนดวงใหญ่บนผ้าได้

และอย่างที่เห็น ผลการตรวจสอบ ผลการวิจัย ทฤษฏีและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ตีกันไปมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และคิดว่าน่าจะเถียงกันต่อไปอีกนานในอนาคต ทำให้ผ้าห่อศพแห่งตูริน ยังคงเป็นปริศนาที่รอคำตอบและรอวันพิสูจน์ต่อไป

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน