เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปิดเรือนจำภายในประเทศจำนวน 4 แห่ง เนื่องจากสถิติอาชญากรรมตกฮวบ โดยปีนี้ต่ำสุดในรอบ 38 ปี และแม้จะมีนักโทษจากประเทศอื่นมาฝากขังด้วย แต่เตียงที่ว่างในเรือนจำก็ยังเหลือมากอยู่ดี

ปีนี้ประเทศเนเธอร์แลนด์มีอาชญากรรมเกิดขึ้นเพียง 49 ครั้ง ต่อจำนวนประชากร 1,000 ราย

ความจริงแล้ว เมื่อปี 2556 เนเธอร์แลนด์มีการพิจารณาปิดเรือนจำครั้งใหญ่ จำนวนมากถึง 19 แห่ง เพราะมีนักโทษน้อยเกินไป แต่ครั้งนั้น ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรือนจำ มีจำนวนมากไม่พอใจและออกมาประท้วง ทางรัฐบาลจึงได้นำเข้านักโทษจากประเทศอื่น ได้แก่ เบลเยียม และนอร์เวย์ มาคุมขังเพื่อเติมเต็มในเรือนจำ

 

 

และแม้เนเธอแลนด์ไม่อยากที่จะให้เจ้าหน้าที่จำนวนมากต้องตกงาน แต่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอัตราการเกิดอาชญากรรมตกฮวบอย่างต่อเนื่อง ในหลายปีที่ผ่านมา เนเธอร์แลนด์ได้ปิดเรือนจำหลายแห่งด้วยกัน และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการปิดเรือนจำไป 5 แห่ง จากสถิติเมื่อปี 2560 เผยว่า จากจำนวนเตียงทั้งสิ้นประมาณ 13,500 เตียง มีนักโทษใช้งานเพียง 8,400 เตียงเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ เนเธอร์แลนด์มีจำนวนนักโทษน้อยนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ เนเธอร์แลนด์เน้นการแก้ปัญหาจากตัวผู้กระทำผิด เช่น ส่งผู้ต้องหาเข้ารับการบำบัดยาเสพติดหากติดยา การส่งเข้าหลักสูตรควบคุมความโกรธ หรือให้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมแทน แต่จะใช้วิธีการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้กับผู้ต้องหาเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าเป็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ต้นเหตุ และมีประสิทธิภาพมากกว่าการสั่งจำคุก

 

 

โดยคุกที่ถูกปิดไปนี้ ไม่ได้ถูกทุบทิ้ง แต่จะถูกเปลี่ยนไปทำประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น ทำโรงแรม ทำสวนสนุก ทำบ้านผีสิง ทำที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ลี้ภัย

และสำหรับประเทศไทย ข้อมูลสถิติจากกรมราชทัณฑ์ล่าสุด สำรวจ ณ วันที่ 1 มี.ค. 2561 พบว่ามีนักโทษในเรือนจำทั้งสิ้นจำนวน 334,279 ราย ด้วยตัวเลขนักโทษจำนวนมากนี้ ทำให้เรือยจำเต็ม เจ้าหน้าที่ต้องแก้ปัญหาโดยให้นักโทษอาศัยอยู่ที่บ้านได้ แต่ต้องติดกำไลข้อเท้าที่เรียกว่า – “EM”

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน