จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ยืนยันการเปลี่บนแปลงพันธุกรรมที่เกิดขึ้นหลายครั้งจากการวิวัฒนาการของงูในอดีต จนทำให้พวกเขาพบว่า เมื่อ 150 ล้านปีก่อน บรรพบุรุษของงูมีทั้งแขนและขา โดยแต่ละข้างมีห้านิ้ว ซึ่งไม่ได้มีไว้สำหรับเคลื่อนที่ แต่มีไว้ใช้หยิบจับเหยื่อและยึดเหนี่ยวคู่ผสมพันธุ์ให้กระชับเหมาะมือมากยิ่งขึ้น

การศึกษานี้ได้รับการเผยแพร่ใน นิตยสารวิชาการ journal Cell เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2016 พวกเขาเน้นการศึกษาดีเอ็นเอในส่วนที่เรียกว่า ZRS (เป็นดีเอ็นเอส่วนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งแขนและขาในสัตว์รวมถึงมนุษย์ด้วย)

โดยนำดีเอ็นเอ ZRS ของหนูออกจากไข่ที่ถูกปฏิสนธิแล้ว และใส่ดีเอ็นเอส่วน ZRS ของงูเข้าไปแทน ผลการทดลองพบว่า หนูที่เกิดมาจะไม่มีแขนและขา นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังได้ใช้ดีเอ็นเอจากสัตว์ชนิดอื่นเข้าไปแทนที่ ZRS ของหนูด้วย แต่ผลปรากฏว่าหนูที่เกิดมาจะมีแขนขาเป็นปกติ จึงสรุปได้ว่าดีเอนเอ ZRS คือส่วนสำคัญที่ทำให้งูในปัจจุบันไม่มีแขนและขา

ด้วยเหตุนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาดีเอ็นเอ ZRS อย่างละเอียด จนพบรหัสดีเอ็นเอ 17 คู่ ที่เป็นสาเหตุทำให้งูไม่มีแขนและขา และเมื่อนักวิทยาศาสตร์นำดีเอ็นเอ 17 คู่ของงูนี้มาแก้ไขแล้วใส่กลับไปในตัวอ่อนของหนู หนูที่เกิดมาจะมีแขนและขาปกติ

การศึกษาทดลองครั้งนี้สรุปได้ว่า งูสูญเสียแขนและขาเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอทางธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า การกลายพันธ์ุ ซึ่งน่าจะเริ่มตั้งแต่เมื่อ 150-100 ล้านปีก่อน แต่การกลายพันธุ์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นภายในครั้งเดียว แต่จะเกิดขึ้นหลายครั้งจนแขนและขาของงูหายไปจนหมด โดยมีการค้นพบฟอสซิล งูมีแขนและขาครั้งแรกที่ประเทศบราซิล เมื่อปี 2015 งูชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tetrapodophis amplectus

อ่านต่อ – ไจแอนท์ออฟิส งูยักษ์โบราณ อีกหนึ่งสายพันธุ์งูยักษ์ล้านปี!

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน