โปรดระวัง “งูพิษ” ภัยเงียบคร่าชีวิตคนทั่วโลก ในไทยก็มีมากขึ้นเช่นกัน

ทุกคนทราบหรือไม่ครับว่า ? ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการถูกงูกัดทั่วโลกกว่า 81,000 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นประชากรในแถบแอฟริกาและเอเชีย เนื่องจากปัจจัยสำคัญคือการบุกรุกพื้นที่ป่า และการขาดเซรุ่มที่ใช้รักษาพิษงูชนิดต่าง ๆ อีกทั้งคนส่วนมากยังขาดความรู้ในการรับมือหลังจากถูกงูพิษกัดอย่างถูกต้องด้วย

ทำให้ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศถึงเป้าหมายที่ต้องการจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการถูกงูกัดให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2030 โดยต้องเร่งพัฒนาเซรุ่มแก้พิษงู และพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจนเพื่อรับมือกับการถูกงูกัดที่รวดเร็วถูกต้องมากกว่านี้

เพราะโดยส่วนมากแล้ว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทอันห่างไกล มักมีฐานะยากจนเกินกว่าจะจ่ายค่าเซรุ่มไหว ทำให้พวกเขาต้องพึ่งการใช้ยาสมุนไพรหรือการรักษาที่ไม่ถูกวิธีนัก จนสุดท้ายต้องเสียชีวิตไปในที่สุด อย่างเช่น ที่ประเทศอินเดีย ทุก ๆ ปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการถูกงูกัดมากถึง 11,000 คน เพราะเมื่อพวกเขาถูกงูกัดพวกเขาจะมุ่งหน้าไปหาหมอผีทันที แทนที่จะไปโรงพยาบาล

และสำหรับประเทศไทย สถิติระหว่างปี พ.ศ. 2549-2558 มีผู้ถูกงูพิษกัดเฉลี่ยปีละ 6,155 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็น งูกะปะ งูเห่า งูเขียวหางไหม้ งูทะเล งูแมวเซา และงูสามเหลี่ยม แต่จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเรามีไม่มากครับ เพราะประเทศเราผลิตเซรุ่มได้เอง และยังส่งออกเซรุ่มไปขายต่างประเทศอีกด้วย

เมื่อถูกงูพิษกัดควรทำอย่างไร ? ควรดูดเหมือนในหนังหรือไม่ ? อ่านเถอะครับเป็นความรู้ติดตัว

เมื่อถูกงูกัด : ห้ามดูดแผล ห้ามกรีดแผล ห้ามรีดพิษเอง ควรหาสายรัดมารัดเหนือบริเวณที่โดนกัด และต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดภายใน 15 นาที ถ้าหากนำซากงูที่ถูกกัดไปด้วยได้ก็จะดีมาก แพทย์จะได้ทำการหาเซรุ่มที่ตรงกับชนิดของงูมารักษาได้อย่างรวดเร็ว จำไว้นะครับว่าชีวิตจริงไม่สามารถดูดแผลจ๊วบ ๆ ได้เหมือนในหนัง

แล้วพิษของงูเหมือนกันหรือไม่ ? ถูกกัดแล้วจะตายเลยหรอ ?

พิษของงู แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ครับ 1.พิษต่อระบบประสาท (งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม) 2.พิษต่อโลหิต (งูแมวเซา งูกะปะ งูเขียวหางไหม้) 3.พิษต่อกล้ามเนื้อ (งูทะเล) 4.พิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ (งูเห่า งูจงอาง)

ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณพิษที่ได้รับ (แต่ทุกชนิดที่ถูกกล่าวถึงก็อันตรายมาก ๆ ทั้งสิ้น) และส่วนใหญ่มักเกิดอาการภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากถูกกัด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนชะล่าใจไม่รีบไปพบแพทย์จนพิษเริ่มทำงานพอจะทำการรักษาก็ไม่ทันเสียแล้ว

fact – จากข้อมูลของเว็บไซต์ ReptileGardens ระบุว่า งูไทปันโพ้นทะเล (Fierce Snake or Inland Taipan) คือสายพันธุ์งูที่มีพิษรุนแรงมากที่สุดในโลก รุนแรงกว่าพิษงูเห่า 50 เท่า พิษของมันประมาณ 110 มิลลิกรัม สามารถฆ่าหนูขาวได้ราว 250,000 ตัว อันที่จริงมันเป็นงูตัวใหญ่ที่รักสันโดษและขี้อาย แต่ถ้าถูกรุกล้ำอาณาเขตแล้วล่ะก็ มันก็สู้เอาตายเหมือนกัน

fact 2 – ปัจจุบันไทยเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงงูสวยงามติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก เพราะมีความแตกต่างทางสภาพภูมิอากาศน้อย ทำให้สามารถพัฒนาพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันไทยมีฟาร์มเลี้ยงงูสวยงามประมาณ 20 แห่ง